“วุฒิพงศ์” มาตามนัด สาวไส้ต้นตอถูกขับออกจากก้าวไกล ย้ำเป็นเรื่องการเมืองเหตุขุดคุ้ยพฤติกรรมทุจริตของผู้ช่วย ส.ที่เกี่ยวข้องกับ กก.บห.คุมโซนตะวันออก ซัดอย่าปัดไม่ใช่สมาชิกเพราะอยู่มาตั้งแต่อนาคตใหม่ สส.แจ้ลั่นไม่ขออุทธรณ์กลับมติและยังไม่คิดเรื่องพรรคใหม่ “ทนายแจม” แจงแทนเหยื่อ ซัด “ไชยามพวาน” จับแพะชนแกะ อ้างจนเรียกความสงสารเห็นใจแต่มาคุกคามทางเพศ บอกทำลายความไว้เนื้อเชื่อใจและการครองตนของผู้แทนราษฎรที่ดี “ศรีสุวรรณ” จัดหนัก “ปูอัด-ก้าวไกล” สร้างภาพแต่เน่าเฟะทั้งข้อง
เมื่อวันจันทร์ที่ 6 พ.ย. 2566 นายวุฒิพงศ์ ทองเหลา สส.ปราจีนบุรี ซึ่งถูกพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ขับออกจากการเป็นสมาชิกพรรคในข้อกล่าวหาคุกคามทางเพศ ได้แถลงข่าวพร้อมเปิดหลักฐานความขัดแย้งกับผู้ช่วย ส. ที่เป็นสัดส่วนของกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรค ซึ่งเชื่อว่าเป็นต้นเหตุให้พรรคมีมติขับออกว่า ครั้งที่แล้วที่พูดว่าเป็นเรื่องการเมืองและมีความเกี่ยวข้องกับผู้ช่วย ส.นั้น เพราะหลังการเลือกตั้งสิ้นสุดลง มีผู้ช่วย ส.คนหนึ่งได้ตระเวนเดินสายร้องเรียนและแจ้งความตนในหลายกรณี เช่น การไลฟ์สดรักษาคะแนน หรือกระบวนการจัดทำไพรมารีโหวต จนกระทั่งการคุกคามทางเพศ ซึ่งผู้ช่วย ส.คนนี้ก็ได้พาผู้เสียหายเดินทางไปด้วย นี่เป็นจุดเริ่มต้นของความไม่เป็นธรรม
นายวุฒิพงศ์แถลงต่อว่า การมีส่วนได้เสียหรือมูลเหตุจูงใจทั้งหมด ในการนำเรื่องใดเรื่องหนึ่งมาพิจารณา ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องการทุจริตในภาพลักษณ์รัฐสภา แม้กระทั่งผู้ช่วย สส.หรือทีมงานภายในพรรค การทุจริตถือเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ ซึ่งตนเองทำงานในเรื่องมลพิษภายใน จ.ปราจีนบุรี มีโรงงานหลายแบบและเป้าหมายในการลงทุนอุตสาหกรรมบ่อกำจัดขยะขนาดใหญ่ในภาคตะวันออกจะทำงานอย่างไร หากทีมงานผู้ช่วยในจังหวัดมีพฤติการณ์เรียกรับผลประโยชน์ โดยเมื่อวันที่ 24-25 ก.ค. 2566 ได้เดินทางไปยื่นเอกสารทุกอย่างให้ระดับ กก.บห.พรรคไปหมดแล้ว
“ผมไม่ทราบว่าเรื่องที่ผมทำไปเหยียบเท้า กก.บห.พรรคหรือเปล่า เรื่องนี้ไม่ควรเกิดขึ้นในพรรคก้าวไกล เราต้องไปตรงมากับเรื่องนี้ ซึ่งผมยึดถือมาตลอดในการทำการเมืองแบบใหม่โดยไม่ทุจริต” นายวุฒิพงศ์กล่าวและว่า ผู้ช่วย ส.คนนี้มีพฤติกรรมช่วยซื้อที่ดินแบ่งขายของตัวเอง 5 ไร่ ในมูลค่าประมาณ 3.5 ล้านบาท ซึ่งที่ดินบริเวณใกล้เคียงได้มีการจัดสรรให้แก่ครอบครัวและบ่อกำจัดขยะ
ทั้งนี้ นายวุฒิพงศ์ได้แสดงบันทึกข้อความและเสียงสนทนาการเจรจา พร้อมระบุว่าผู้ช่วย ส.ได้ให้สัมภาษณ์แฟนเพจที่เป็นขั้วตรงข้ามกับพรรค ก.ก.โจมตีตนเองด้วย และขอตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ช่วย ส.มีความสัมพันธ์พิเศษกับผู้เสียหายที่ร้องเรียนในกรณีคุกคามทางเพศหรือไม่ เพราะชาวบ้านในพื้นที่ก็ตั้งคำถามในเรื่องความผูกพันของทั้งคู่มามากกว่าปีครึ่งแล้ว
นายวุฒิพงศ์กล่าวอีกว่า ภายหลังออกจากพรรค ก.ก.แล้ว ก็ยังไม่มีการตั้งกรรมการทางวินัยขึ้นมาตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงปัจจุบัน จึงต้องบอกว่าเรื่องนี้เป็นประเด็นทางการเมืองหรือไม่ ไม่รู้ ไม่ทราบจริงๆ แค่ต้องการทำงานในจังหวัดให้มันเคลียร์ ไม่ทราบว่าเขาสนิทกับใคร หรือ กก.บห.ท่านใดที่ดูแลพื้นที่ในภาคตะวันออก
“ผมไม่รู้ว่าเหยียบเท้า กก.บห.แรงขนาดไหน แต่เรื่องนี้จำเป็นต้องเคลียร์ การทุจริตไม่ว่าหน่วยงานไหน ต่อให้ให้เป็นแค่ผู้ช่วยก็ควรสอบสวน และตรวจสอบอย่างเร่งด่วน เพราะเวลาผ่านมากว่า 4 เดือนแล้ว ไม่สามารถที่จะรอให้เป็นกระแสแล้วค่อยมาทำ ค่อยมาบอกว่าจะตั้งกรรมการวินัย ไม่ควรละเลยเรื่องทุจริต และไม่ควรพูดแบบนั้น เลิกปฏิเสธว่าผู้ช่วยท่านนี้ไม่ใช่ผู้ช่วย เพราะหลักฐานชี้ให้เห็นว่ามีความสนิทตั้งแต่ร่วมกันทำงานในอนาคตใหม่ ไม่ต้องการให้มีการปฏิเสธเช่นนี้” นายวุฒิพงศ์กล่าว
สส.แจ้ไม่ขออุทธรณ์
นายวุฒิพงศ์ยังได้แสดงภาพโปรโมตกิจกรรมสุราก้าวหน้า เรื่องเหล้าชาวปราจีน ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 16 ก.ย. ซึ่งไม่มีภาพของตนเอง พร้อมชี้ว่าเห็นว่าเหตุการณ์เริ่มคุกรุ่นตั้งแต่ช่วงนั้น ต่อมาในวันที่ 17 ก.ย. ผู้ช่วย ส.ยังได้พาผู้ที่กล่าวหาว่าตนคุกคามทางเพศเข้ามา โดยพรรคใช้เวลาเพียงสัปดาห์เศษในการตั้งข้อกล่าวหาและตั้งกรรมการวินัย ซึ่งภายหลังจากตั้งกรรมการแล้วก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า กรรมการชุดนี้เป็นสัดส่วนของกรรมการบริหารคนนอก แต่ยืนยันว่าเป็นคนภายใน สุดท้ายตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันที่ 10 พ.ย.ที่ได้เข้าไปชี้แจง พรรคก็ได้มีการแถลงและมติขับออกจากพรรค เรียกว่าตั้งเอง ชงเอง แถลงเอง ออกมาตีเอง
“ผมไม่ขอความเป็นธรรมใดๆ ที่จะอุทธรณ์ แต่จำเป็นต้องออกมาพูดเพื่อหยุดข่าวพวกนี้ และต้องการทำงานต่อ จึงขอพื้นที่ตรงนี้ เพราะไม่อยากให้มีกระบวนการเช่นนี้กับเพื่อนสมาชิกที่ยังไม่รู้ข้อมูลทั้งหมด ผมนิ่งมาสักพักแล้วก็ยังโดนตีอยู่ คุยด้วยเหตุผลตรงไปตรงมาดีกว่า” นายวุฒิพงศ์กล่าว
นายวุฒิพงศ์กล่าวย้ำอีกครั้งว่า สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ต่างกับศาลเตี้ย ไม่ต่างกับกระบวนการที่เรียกว่าพวกมากลากไป โดยลองค้นหาคำว่าฟ้องปิดปาก 50 ล้าน จะเจอผู้ช่วย ส. เพราะเขาเคยค้านหลายที่ เพราะเมื่อค้านในกระบวนการจะมีภาคประชาสังคม เรื่องบ่อขยะนั้นมีขนาดใหญ่กว่าอาคารรัฐสภา 2 เท่า บ่อขยะที่มีเงินทุนมหาศาล มีนายทุนในพื้นที่ที่ตนเองกำลังชนกับกลุ่มทุน ซึ่งมีหลายเรื่องต้องพิจารณา กระอักกระอ่วนใจที่จะพูดตั้งแต่ต้น เมื่อเขาปล่อยแล้วยังตามทำลายเรา ก็เลี่ยงไม่ได้จึงต้องมาพูดในวันนี้
เมื่อถามว่า มีหลักฐานกล่าวหาว่ามีการรับผลประโยชน์ใดๆ จากกลุ่มทุนที่ให้ผู้ช่วย ส. หรือ กก.บห. บางคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ นายวุฒิพงศ์กล่าวว่า ขอไม่ลงรายละเอียด แต่ควรไต่สวนในเบื้องต้นก่อนในข้อมูลที่ให้ไป ซึ่งหลายอย่างควรมีกระบวนการวินัยเกิดขึ้น ที่น่าสังเกตคือถูกขับออกจากพรรคใช้เวลา 22 วัน แต่ในกระบวนการทุจริตพรรคเก็บไว้ใต้พรม รอให้แดงหรือรอให้ออกมาพูดก่อน ทั้งนี้การที่ออกมาพูดในวันนี้ไม่ได้เกี่ยวกับพรรคแล้ว เกี่ยวกับเรื่องทุจริตของผู้ช่วย สส.ของ กก.บห.พรรค เพราะเคยได้แจ้งร้องเรียนไปแล้ว วันนี้ยังถูกเพิกเฉยอยู่
“ผู้บริหารพรรคทักมาทางไลน์ขอให้ผมหยุดในเรื่องนี้ ผมก็บอกเลยว่าผมหยุดพูด แต่ขอให้พรรคให้เกียรติในการเดินหน้าทำหน้าที่ของผม ซึ่งพรรคเป็นองคาพยพขนาดใหญ่ และพรรคต้องมูฟออน ต้องพาพรรคเป็นฝ่ายค้านเชิงรุกที่ถูกต้อง เรื่องกระแส เรื่องสื่อ เรื่อง Sexual Harassment ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่ง ทั้งนี้ผู้บริหารพรรคได้มาหาผมหลังจากที่มีมติขับออกจากพรรค ซึ่งเรื่องที่ผมถูกขับออกจากพรรคทั้งก่อนหน้าและภายหลัง ผมยังไม่ได้รับคำชี้แจงในประเด็นที่ผมถูกขับเป็นลายลักษณ์อักษรหรือเอกสารใดๆ รวมถึงการติดต่อจากพรรคแม้แต่ครั้งเดียว” นายวุฒิพงศ์กล่าว
เมื่อถามถึงกรณีที่ระบุว่า ผู้ช่วย สส.หรือ สส.เกี่ยวข้องกับการเรียกรับผลประโยชน์ ซึ่งเข้าข่ายผิดจริยธรรมผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จะส่งเรื่องให้องค์กรอิสระหรือสภาตรวจสอบหรือไม่ นายวุฒิพงศ์กล่าวว่า ทราบว่านายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์ว่าเรื่องดังกล่าวสามารถยื่นให้ กกต.ได้ อีกทั้งในประเด็นเรื่องการเมืองในแง่จริยธรรม ตามกระบวนการของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จะส่งถึงศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง แต่ขณะนี้ยังไม่คิดดำเนินการ รวมถึงการยื่นเรื่องต่อคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ของสภาด้วย แต่ต้องการให้พรรคดำเนินการ ส่วนประเด็นที่ถูกชี้ว่ามีพฤติกรรมคุกคามทางเพศนั้นได้ตั้งทนายแล้ว
“ผมยืนยันว่าข้อมูลที่นำมาเปิดเผย ไม่ต้องการให้พรรคก้าวไกลกลับมติ หรือให้องค์กรใดสั่งให้พรรครับผมเข้าสังกัดพรรคอีก เพราะผมคิดว่าต้องออกมาแบบไม่หันหลังกลับไป และการเปิดเผยเรื่องนี้เพราะผมถูกตีไม่เลิก ถูกพาดพิงไม่หยุด ไม่ใช่เพราะต้องการโจมตีพรรค” นายวุฒิพงศ์กล่าว
เมื่อถามถึงกรณีที่นักเคลื่อนไหวทางการเมืองร้องต่อ ป.ป.ช.ให้สอบจริยธรรมร้ายแรง นายวุฒิพงศ์กล่าวว่า ยินดีเข้าสู่กระบวนการ
ถามว่า ขณะนี้ตัดสินใจเข้าสังกัดพรรคการเมืองใดแล้วหรือไม่ นายวุฒิพงศ์กล่าวว่า ยังมีเวลาและยังไม่ได้ตัดสินใจ เนื่องจากต้องสอบถามประชาชนในพื้นที่และทีมทำงานในพื้นที่ที่มี 10 ชีวิตด้วย เพราะพวกเขาต้องตามไปสังกัดพรรคการเมืองใหม่ โดยได้พูดคุยกับนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ เพราะเป็นศิษย์สถาบันเดียวกัน แต่ขณะนี้ยังไม่ได้ตัดสินใจใดๆ เพราะยังมีเวลาถึง 30 พ.ย.
คาด 7 พ.ย.ทบทวนมติปูอัด
ด้านความเคลื่อนไหวของพรรค ก.ก.ซึ่งมีกำหนดการสัมมนาภายในที่ อ.แกลง จ.ระยอง ระหว่างวันที่ 6-8 พ.ย. คาดว่าจะมีการประชุมเพื่อทบทวนมติที่ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขลงโทษของพรรค ในข้อกล่าวหาคุกคามทางเพศของนายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ สส.กทม. ภายหลังจบการสัมมนาที่จะเริ่มขึ้นในวลา 10.00 น. ในวันที่ 7 พ.ย.นี้
ส่วน น.ส.ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ หรือทนายแจม สส.กทม. พรรค ก.ก. โพสต์เฟซบุ๊กการแถลงข่าวของนายไชยามพวานเมื่อวันที่ 3 พ.ย. ที่มีเนื้อหากล่าวอ้างถึงความสัมพันธ์อันดีกับผู้เสียหายและครอบครัวของผู้เสียหายว่า ขอเป็นตัวกลางนำข้อโต้แย้งของครอบครัวผู้เสียหายแจ้งต่อสาธารณะ ดังนี้ 1.การที่นายไชยามพวานกล่าวว่า ครอบครัวของผู้เสียหายพาไปเลือกสูทและเนกไทเพื่อใช้ปฏิบัติหน้าที่ สส. แสดงถึงความสัมพันธ์อันดีและความใกล้ชิดนั้น ครอบครัวผู้เสียหายชี้แจงข้อเท็จจริงว่า เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นเพราะนายไชยามพวานพูดกับครอบครัวผู้เสียหายอยู่เสมอว่าไม่มีเงิน ครอบครัวของผู้เสียหายให้ความไว้เนื้อเชื่อใจ เพราะเห็นว่านายไชยามพวานมีความตั้งใจเข้ามาทำงานการเมือง จึงต้องการมีส่วนร่วมสนับสนุน ไม่คาดคิดว่านายไชยามพวานจะมีพฤติกรรมคุกคามหรือล่วงละเมิดทางเพศบุคคลในครอบครัวที่ร่วมทำงานด้วย
2.การที่นายไชยามพวานแถลงข่าว โดยพยายามสื่อข้อความถึงครอบครัวของผู้เสียหาย เห็นว่านายไชยามพวานกระทำโดยเล็งเห็นผลที่จะเปิดเผยว่าผู้เสียหายเป็นใคร การกระทำดังกล่าวถือเป็นการคุกคามและทำร้ายจิตใจของผู้เสียหายซ้ำ รวมถึงหมายจะทำร้ายจิตใจคนในครอบครัว คนรอบข้าง และคนที่รักผู้เสียหายด้วย และ 3.การที่นายไชยามพวานพยายามกล่าวอ้างว่ามีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้เสียหาย โดยยกข้อความใดๆ ที่ผู้เสียหายส่งให้ผ่านแอปพลิเคชัน ครอบครัวของผู้เสียหายยืนยันว่า ข้อความดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าผู้เสียหายมีจิตปฏิพัทธ์ หรือมีความรู้สึกที่นอกเหนือจากการเป็นเพื่อนร่วมงานต่อนายไชยามพวาน แต่เป็นเพียงข้อความที่ผู้เสียหายเขียนและปรับส่งให้ทีมงานทุกคน เพื่อแสดงความขอบคุณและเป็นการรวบรวมกำลังใจในการทำงานต่อไป
“การกล่าวอ้างของไชยามพวานทั้งหมดเป็นเพียงการจงใจจับแพะชนแกะ ยกรายละเอียดหลักฐานที่ไม่เกี่ยวข้องมาอ้างเพื่อเข้าข้างตนเอง ให้พ้นผิดจากข้อกล่าวหาการคุกคามและล่วงละเมิดทางเพศเท่านั้น ทั้งนี้ครอบครัวของผู้เสียหายขอยืนยันว่า การคุกคามหรือการล่วงละเมิดทางเพศ ไม่ว่าในความสัมพันธ์รูปแบบใด เป็นเรื่องร้ายแรงและยอมรับไม่ได้ การเอื้อเฟื้อ การสนับสนุน หรือการมอบความใกล้ชิด หาใช่ใบอนุญาตให้ใครก็ตามกระทำการคุกคามหรือล่วงละเมิดทางเพศบุคคลอีกฝ่ายได้” น.ส.ศศินันท์โพสต์
น.ส.ศศินันท์โพสต์ทิ้งท้ายว่า "พฤติกรรมเลวร้ายของนายไชยามพวาน ไม่เพียงทำลายความไว้เนื้อเชื่อใจของผู้เสียหายและครอบครัว หากยังทำลายหลักการครองตนของผู้แทนราษฎรที่ดี ที่นายไชยามพวานอวดอ้างว่าต้องการจะเป็น อย่างไม่เหลือชิ้นดี"
พี่ศรีจัดหนักก้าวไกล-ปูอัด
วันเดียวกัน ที่สำนักงาน ป.ป.ช. นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้ยื่นหนังสือต่อ ป.ป.ช.เพื่อให้ดำเนินการไต่สวน และมีความเห็นว่าการกระทำของนายไชยามพวานเข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่ หลังพรรค ก.ก.ได้ประชุมและมีบทสรุปว่ามีพฤติกรรมคุกคามทางเพศจริง ขัดต่อวินัยพรรคขั้นร้ายแรง จึงมีมติให้ตัดสิทธิพึงมีทั้งหมด และคาดโทษไปตลอดสมัยประชุมนี้
นายศรีสุวรรณกล่าวว่า กรณีนี้เข้าข่ายขัดจริยธรรม สส.อย่างร้ายแรง ซึ่งหากวินิจฉัยว่าฝ่าฝืนก็จะได้ส่งให้อัยการยื่นฟ้องต่อศาลฎีกา เพื่อเพิกถอนตำแหน่ง สส. ส่วนจะตัดสิทธิดำรงตำแหน่งทางการเมืองตลอดชีวิตหรือไม่ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล และก่อนหน้านี้ได้มายื่นกรณี สส.ปราจีนบุรีของพรรค ก.ก.ไปแล้วด้วย เพราะมองว่าทั้งสองกรณีขัดจริยธรรม สส.อย่างชัดเจน
นายศรีสุวรรณกล่าวว่า ฝากไปถึงพรรคการเมืองที่เตรียมจะรับ สส.ที่ถูกพรรคก้าวไกลขับออก เพราะมีพฤติกรรมคุกคามทางเพศ ขอให้พิจารณาให้ดีว่าในข้อบังคับพรรคของตนเอง กำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ที่จะมาเป็น สส.ไว้อย่างไร และขอให้ไปดูกฎหมายพรรคการเมืองปี 2560 กำหนดคุณสมบัติไว้อย่างไร ยืนยันว่าเรื่องนี้กัดไม่ปล่อยแน่นอน และหากท่านตัดสินใจรับอาจถูกร้องยุบพรรคได้
นายศรีสุวรรณกล่าวว่า พรรค ก.ก.มีประสบการณ์ในเรื่องนี้มาหลายครั้ง เพราะ สส.ของท่านกระทำการฝ่าฝืนจริยธรรมหลายกรณี อย่างน้อยเท่าที่ร้องเรียนและตรวจสอบก็ 5-6 คนมาแล้ว ตั้งแต่ทะเลาะกันในร้านอาหาร เมาแล้วขับ มันสะท้อนให้เห็นว่า เวลาพรรคเหล่านี้ไปหาเสียงก็มักจะกล่าวอ้างโฆษณาชวนเชื่อ ว่าเป็นพรรคของคนรุ่นใหม่ มีความคิดก้าวไกล แต่ความคิดกับการกระทำมันกลับตรงกันข้ามกัน
“คิดไปไกล แต่การกระทำยังอยู่ใต้ตมอยู่เลย ดังนั้นผู้ที่มีสิทธิเลือกตั้งและประชาชนทั่วประเทศ รวมไปถึงเยาวชนควรมองให้รอบด้าน อย่าไปเพ้อหลงหรือติดกับในเชิงความคิด จากการที่เขาพยายามโฆษณาผ่านโซเชียลมีเดีย เพราะรู้สึกว่าเขาจะเก่งเหลือเกินในการใช้โซเชียลมีเดียปลุกระดมความคิดของคน แต่อย่างไรความจริงก็คือความจริง และเมื่อความจริงปรากฏ มันก็จะเห็นรอยแผล ความเน่าเฟะเหม็นไปทั้งข้องแบบนี้” นายศรีสุวรรณกล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่บอกว่าต้องแสดงความรับผิดชอบมากกว่านี้คืออะไร นายศรีสุวรรณกล่าวว่า ในต่างประเทศหัวหน้าพรรคเขาประกาศลาออกเลยเมื่อเจอแบบนี้ แต่พรรคการเมืองในประเทศไทยของเราก็ทำเพียงแค่ตัดนิ้วร้ายทิ้ง แต่ตนเองก็ยังรอดตัวอยู่ในวงการการเมืองต่อไป ไม่ได้แสดงความรับผิดชอบต่อสาธารณะ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เฮศาลไฟเขียว ลต.บอร์ดสปส. 27ก.ย.ตามเดิม
"ษัษฐรัมย์" นำทีมก้าวหน้าเฮ! ศาลปกครองพิพากษาเพิกถอนคำสั่งชะลอเลือกตั้ง "บอร์ดประกันสังคม"
ทูลเกล้าฯหมอสรณพ้นปธ.กสทช.
นายกฯ เผยทูลเกล้าฯ ให้ “นพ.สรณ” พ้นประธาน กสทช.แล้ว
รบ.เน้นเอกภาพดับไฟใต้ ยังไม่เปลี่ยนเลขาฯสมช.
“อนุทิน” แจงยังไม่คิดเปลี่ยนตัว “เลขาฯ สมช.” ขณะที่ “ฉัตรชัย” ไม่กั๊ก
8แสนโยงเลือกสส.‘กกต.’ปัดฮั้วสว.
“นายกฯ” เตรียมประชุม ครม.สัญจร จ.สงขลา 31 ส.ค.-1 ก.ย.69 ถกปัญหา 5 จว.ใต้ หวังกระตุ้น ศก.-แก้ปัญหาผังเมือง
ห้ามพกปืน100% หนูสั่งรื้อกม.เข้มโทษหนัก ฉลองนอนคุก/เซฟโซนรร.
“อนุทิน” ร่ายยาวคุมอาวุธปืนใหม่ จ่อเปิดช่องส่งมอบปืนเถื่อน
‘หนู’ไม่รู้งูเขียวซบน้ำเงิน ส้มนัดทุบกำแพงโสโครก
"อนุทิน" แจงโพสต์ “วิ่งหัวชนกำแพง” แค่ “สอนตัวเอง เตือนตัวเอง”

