ป้อมเหลือนาฬิกา1เรือน ‘เสี่ยนิด’ยื้อยื่นทรัพย์สิน

ป.ป.ช.เปิดเซฟ 11 อดีต รมต.รัฐบาลประยุทธ์ “บิ๊กตู่” มี 130 ล้าน ไร้หนี้ รวยขึ้น 2 ล้าน ส่วน “บิ๊กป้อม” มี 89 ล้าน ทรัพย์สินเพิ่ม 1.8 ล้าน แหวน 9 วง กับนาฬิกาเรือนเดียว ส่วนรัฐบาลใหม่  “เศรษฐา” ขอขยายเวลายื่นไป 4 ธ.ค.

เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2566 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง รวมจำนวน 18 ราย ในจำนวนนี้เป็นอดีตรัฐมนตรีในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กรณีพ้นตำแหน่งเมื่อวันที่ 5 ก.ย.66 จำนวน 11 ราย ได้แก่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กรณีพ้นจากตำแหน่งเมื่อ 5 ก.ย.66 โดยแจ้งว่า ตนเอง และนางนราพร จันทร์โอชา คู่สมรส มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 130,191,162 บาท ไม่มีหนี้สิน โดยเป็นทรัพย์สินของพล.อ.ประยุทธ์ 98,663,683 บาท เป็นทรัพย์สินของนางนราพร 31,527,479 บาท 

ในส่วนรายละเอียดทรัพย์สินประกอบด้วย บัญชีเงินฝาก 7 บัญชี รวม 13,773,881 บาทเงิน โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง มูลค่า 3,600,000 ล้านบาท โดยเป็นบ้าน 3 ชั้น ที่ซอยร่วมมิตร ยานพาหนะ จำนวน 4 คัน มูลค่า 10,720,000 บาท ประกอบด้วยรถ Ford Ranger, Mercedes Benz, Porsche Panamera,  Toyota Alphard

ส่วนทรัพย์สินอื่น 5,011,000 บาท ประกอบด้วย แหวนและกำไลข้อมือ 10 วง มูลค่า 735,000 บาท นาฬิกา 9 เรือน มูลค่า 3,000,000 บาท สร้อยคอทองคำพร้อมพระ 6 เส้น มูลค่า 820,000 บาท อาวุธปืน 9 กระบอก มูลค่า 253,000 บาท จักรยาน 2 คัน มูลค่า 203,000 บาท 

พล.อ.ประยุทธ์แจ้งว่า มีรายได้ต่อปีโดยประมาณ 2,849,888 บาท แบ่งเป็นเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง 1,507,080 บาท เงินบำนาญ 898,176 บาท เบี้ยประชุม 300,000 บาท เงินเชิดชูเกียรติกรณีได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ 72,000 บาท มีรายได้จากดอกเบี้ยเงินฝากปี 2565 รวม 45,314 บาท เงินปันผลจากกองทุนปี 2565 รวม 27,318 บาท และมีรายจ่ายต่อปีโดยประมาณ 2,263,814 บาท แบ่งเป็นค่าใช้จ่าย 1,800,000 บาท จ่ายภาษีเงินได้ปี 2565 รวม 343,814 บาท เงินบริจาค 120,000 บาท

ส่วนรายละเอียดทรัพย์สินของนางนราพร ซึ่งเป็นข้าราชการบำนาญ และดำรงตำแหน่งรองประธานกรรมการบริการมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมในพระบรมราชูปถัมภ์, ประธานคณะกรรมการส่งเสริมกิจการสถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา แบ่งเป็นเงินฝาก 5 บัญชี รวม 10,415,479 บาท มีรายได้ต่อปีประมาณ 453,351 บาท แบ่งเป็นเงินบำนาญ 313,724 บาท เบี้ยประชุม 100,000 บาท ดอกเบี้ยเงินฝากปี 2565 รวม 39,627 บาท มีรายจ่ายต่อปีรวม 400,000 บาท เป็นค่าใช้จ่ายทั่วไป 300,000 บาท และเงินบริจาค 100,000 บาท

ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์เคยยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช.เมื่อครั้งเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 4 ก.ย.57 ระบุว่า มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 128,664,535 บาท โดยเป็นทรัพย์สินของ พล.อ.ประยุทธ์ 102,317,152 บาท เป็นทรัพย์สินของนางนราพร จันทร์โอชา คู่สมรส 26,347,382 บาท นอกจากนี้ มีหนี้สินทั้งสิ้น 654,745 บาท เป็นหนี้สินของ พล.อ.ประยุทธ์ 327,372 บาท และหนี้สินของนางนราพร 327,372 บาท เท่ากับว่า พล.อ.ประยุทธ์มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น 1,526,627 บาท 

ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ กรณีพ้นตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 5 ก.ย.66 แจ้งสถานภาพโสด และมีทรัพย์สินทั้งสิ้น 89,214,637 และมีหนี้สิน 757 บาท ซึ่งเป็นเงินเบิกเกินบัญชีของธนาคารทหารไทย ประกอบด้วย เงินฝาก 9 บัญชี 43,505,397 บาท ยานพาหนะ 5 คัน ประกอบด้วย รถยนต์ยี่ห้อ Volkswagen, รถยนต์ยี่ห้อ Lexus LS 600H, รถยนต์ยี่ห้อ Lexus  LM 300H, รถยนต์ยี่ห้อ Jauar และรถยนต์ยี่ห้อ Mercedes Benz มูลค่ารวม 13,600,000 บาท ทรัพย์สินอื่น 229,500 บาท

นอกจากนี้ ยังมีทรัพย์สินที่น่าสนใจ ได้แก่ แหวน 9 วง มูลค่า 25,000-10,000 บาท นาฬิกา TW STEEL 1 เรือน มูลค่า 15,000 บาท ปืน 3 กระบอก ประกอบด้วย ปืน Colt, ปืน Sig sauer และปืน Smith&Wesson

ขณะเดียวกัน พล.อ.ประวิตรยังแจ้งว่า มีรายได้ต่อปี 2,348,316 บาท แบ่งเป็นเงินเดือน 893,040 บาท เงินประจำตำแหน่ง 546,000 บาท เบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ 762,540 บาท และเงินช่วยค่าครองชีพ 146,736 บาท แต่ไม่ได้แจ้งรายจ่ายต่อปี อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับกรณีเข้ารับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ในปี 57 ซึ่ง พล.อ.ประวิตรแจ้งว่ามีทรัพย์สินทั้งสิ้น 87,373,757 บาท ไม่มีหนี้สิน เท่ากับว่า พล.อ.ประวิตรมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น 1,840,880 บาท

พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล กรณีพ้นตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เมื่อวันที่ 5 ก.ย.66 แจ้งว่า มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 36,852,539 บาท และมีหนี้สินทั้งสิ้น 12,779 บาท โดยเป็นทรัพย์สินของ พล.อ.ชัยชาญ 23,574,290 บาท ส่วนทรัพย์สินของนางวิภาพร ช้างมงคล คู่สมรส มี 13,278,248 บาท

ในจำนวนนี้มีทรัพย์สินที่น่าสนใจ เช่น พล.อ.ชัยชาญ ถือครองพระบูชา 27 องค์ ได้มาก่อนปี 2558 รวมมูลค่า 1 แสนบาท มีพระเครื่อง/ของขลัง พร้อมสร้อยทอง 23 องค์ 2 เส้น ได้มาก่อนปี 2558 รวมมูลค่า 3 แสนบาท ทองคำแท่ง (หนักรวม 75 บาท) จำนวน 9 แท่ง 1,406,250 บาท ทองรูปพรรณ (หนักรวม 5 บาท) 7 ชิ้น มูลค่า 92,400 บาท เป็นต้น ส่วนนางวิภาพร มีเครื่องประดับ/พลอย 39 ชิ้น รวมมูลค่า 1 ล้านบาท

นายดอน ปรมัตถ์วินัย กรณีพ้นตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แจ้งว่า มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 137,061,019 บาท เป็นทรัพย์สินของนายดอน 12,673,535 บาท เป็นทรัพย์สินของนางนรีรัตน์ ปรมัตถ์วินัย ภรรยา กรรมการ บริษัท ปานะวงศ์ จำกัด 124,387,483 บาท 

นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม แจ้งว่า ตนเอง และนางยลดา หวังศุภกิจโกศล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา คู่สมรส มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 574,263,202 บาท เป็นทรัพย์สินของนายวีรศักดิ์ 248,761,239 บาท เป็นทรัพย์สินของนางยลดา 325,501,962 บาท

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กรณีพ้นจากตำแหน่งรองประธานกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 1 ก.ย.66 แจ้งว่า ตนเอง และนางนาที รัชกิจประการ คู่สมรส มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 1,572,623,591 บาท มีหนี้สินทั้งสิ้น 2,484,915 บาท โดยเป็นทรัพย์สินของนายพิพัฒน์จำนวน 1,470,571,529 บาท มีพระเครื่องชื่อดัง 61 รายการ อาทิ สมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์เส้นด้าย พระนางพญา พระหลวงปู่ทวดหลายองค์ และปืน 5 กระบอก

ขณะที่นางนาที มีทรัพย์สิน 102,052,062 บาท ทรัพย์สินที่น่าสนใจคือ โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง จำนวน 9 หลัง มูลค่า 60,213,376 บาท ในจำนวนนี้เป็นอาคาร 3 ชั้นที่ Westow Hill England มูลค่า 23,744,000 บาท กระเป๋าแบรนด์เนม 34 ใบ มีทั้งยี่ห้อ Louis Vuitton,  Gucci, Prada, Chanel และ Hermes

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กรณีพ้นตำแหน่งประธานกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เมื่อวันที่ 5 ก.ย.66 แจ้งว่า มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 25,801,551 บาท เป็นทรัพย์สินของนายอาคม 17,541,002 บาท เป็นทรัพย์สินของคู่สมรส 8,260,549 บาท โดยนายอาคมมีหนี้สินทั้งสิ้น 2,802,320 บาท

นอกจากนี้ นายจุติ ไกรฤกษ์ กรณีพ้นตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ แจ้งว่า ตนเองและคู่สมรส มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 209,119,351 บาท มีหนี้สิน 228,885 บาท นายประภัตร โพธสุธน กรณีพ้นตำแหน่ง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แจ้งสถานภาพโสดพร้อมระบุว่า มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 85,973,286 บาท ไม่มีหนี้สิน

นายนริศ ขำนุรักษ์ กรณีพ้นตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย แจ้งว่า ตนเอง คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 21,135,506 บาท และคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช กรณีพ้นตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ แจ้งว่า ตนเองและคู่สมรส มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 2,620,440,398 บาท มีหนี้สินทั้งสิ้น 148,368 บาท 

นอกจากนี้ ป.ป.ช.ยังได้เปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง รวมจำนวน 18 ราย ในจำนวนนี้เป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน กรณีเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 5 ก.ย.66 จำนวน 4 ราย ประกอบด้วย นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ กรณีเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง แจ้งสถานะหย่าร้าง มีบุตร 4 คน โดยระบุว่า มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 73,458,483 บาท มีหนี้สิน 79,064 บาท

นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ กรณีเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม แจ้งสถานภาพหย่าวันที่ 19 มี.ค.2561 มีบุตรธิดา 2 คน พร้อมระบุว่า มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 86,149,553 บาท

นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช กรณีเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม แจ้งว่า ตนเอง และนางระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช คู่สมรส มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 63,361,757 บาท เป็นทรัพย์สินของนายเสริมศักดิ์ 34,635,030 บาท เป็นทรัพย์สินของนางระเบียบรัตน์ 28,726,726 บาท ไม่มีหนี้สิน

พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ กรณีเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ แจ้งว่า มีทรัพย์สินทั้งสิน 79,847,966 บาท มีหนี้สิน 268,961บาท ทรัพย์สินส่วนใหญ่เป็นเงินฝากในบัญชีธนาคาร ที่ดิน โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง นายดอน ปรมัตถ์วินัย อดีต รมว.การต่างประเทศ มีทรัพย์สิน 137,061,019 บาท ทรัพย์สินส่วนใหญ่เป็นเงินฝากในบัญชีธนาคาร และที่ดิน

นายภูเทพ ทวีโชติธนากุล ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะรองโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้ ครม.บางส่วนยื่นบัญชีทรัพย์สินเข้ามาตามกำหนด และได้มีการตรวจสอบเสร็จสิ้นแล้ว แต่มีบางส่วนขอขยายเวลาการยื่นออกไป 30 วัน ซึ่งจะครบกำหนดวันที่ 4 ธ.ค.นี้ อย่างเช่น นายเศรษฐา.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ป.ป.ช. รวบผู้ต้องหาสนับสนุนเจ้าพนักงานออกเอกสารที่ดินเท็จ ทำผู้เสียหายสูญเงินกว่า 1.2 ล้านบาท

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ภายใต้การอำนวยการของ นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. นายศรชัย ชูวิเชียร ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. และนายสุขสันต์ ประสาระเอ