ถกนายกฯมาเลย์ ตั้ง‘ฉัตรชัย’หัวหน้า พูดคุยสันติสุขใต้

นายกฯ นำคณะลงพื้นที่ด่านสะเดาหารือนายกฯ มาเลเซีย ยกระดับความสัมพันธ์ไทย-มาเลย์ ต่อยอดความร่วมมือพัฒนาชายแดน พร้อมขับเคลื่อนคณะทำงานด้านการค้า การท่องเที่ยว การเกษตร และความมั่นคงชายแดน ให้เป็นรูปธรรม พร้อมเซ็นตั้ง "ฉัตรชัย" เป็นหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขชายแดนใต้ 

เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ด้านหน้าอาคารสำนักงานด่านศุลกากรสะเดา (แห่งใหม่) อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.การคลัง ให้การต้อนรับดะโต๊ะ เซอรี อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ในโอกาสเยือนไทยเพื่อการเจรจาทำงาน  (Working Visit) ต่อยอดผลการเยือนมาเลเซียของนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2566 โดยเฉพาะความร่วมมือเพื่อพัฒนาชายแดนไทย-มาเลเซีย

เวลา 11.20 น. ณ ห้องพระนิกรบดี อาคารสำนักงานด่านศุลกากรสะเดา (แห่งใหม่) นายกรัฐมนตรีหารือทวิภาคีเต็มคณะร่วมกับนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย โดยมีรัฐมนตรีฝ่ายไทยประกอบด้วย นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม สำหรับรัฐมนตรีฝ่ายมาเลเซียประกอบด้วย Dato’ Sri  Alexander Nanta Linggi รัฐมนตรีว่าการกระทรวงโยธาธิการ Dato’ Sri Tiong King Sing รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยว ศิลปะ และวัฒนธรรม

โดยนายกรัฐมนตรีไทยกล่าวชื่นชมการหารือว่า มีประโยชน์และเป็นประโยชน์ต่อความร่วมมือ แต่ยังมีประเด็นที่ยังต้องขับเคลื่อนให้เกิดผลในทางการค้า ทั้งสองฝ่ายต่างยินดีที่ได้มาหารือกันวันนี้ ซึ่งเป็นการขับเคลื่อนและต่อยอดความร่วมมือจากที่ทั้งสองฝ่ายได้หารือกันเมื่อครั้งที่นายกฯ เดินทางเยือนมาเลเซียอย่างเป็นทางการในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา โดยเฉพาะความร่วมมือเพื่อพัฒนาชายแดน สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของผู้นำไทยและมาเลเซียที่ต่างเห็นถึงความสำคัญในการผลักดันความร่วมมือเพื่อพัฒนาชายแดนให้ก้าวหน้า และยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนตามชายแดนของทั้งสองประเทศ

สำหรับการเดินทางเยือนมาเลเซียอย่างเป็นทางการของนายกฯ ทั้งสองฝ่ายได้เห็นพ้องให้จัดตั้งคณะทำงาน  (Task Force) ซึ่งไทยได้จัดตั้งคณะทำงาน 4 ด้าน คือ 1. การค้าและการค้าชายแดน 2.การท่องเที่ยว 3.การเกษตร  และ 4.ความมั่นคง โดยต่างหวังว่าคณะทำงานร่วมไทยและมาเลเซียจะสามารถขับเคลื่อนการดำเนินการร่วมกันได้เพื่อผลประโยชน์ของทั้งสองประเทศ

ด้านการค้า ผู้นำทั้งสองฝ่ายมุ่งมั่นที่จะผลักดันการค้าและการลงทุนให้ได้ตามเป้าหมาย อย่างไรก็ดี ทั้งสองฝ่ายยังคงเผชิญกับความท้าทายในด้านการค้าระหว่างกัน ไทยและมาเลเซียควรร่วมมือกันให้ใกล้ชิด เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการค้า และเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกันให้เป็นไปตามเป้าหมาย Joint Action Plan

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีเสนอแนวทางเพิ่มพูนการค้าและการลงทุน ดังนี้ 1.ขอให้มาเลเซียเป็นเจ้าภาพประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้า (Joint Trade Commission:  JTC) ในระดับรัฐมนตรีพาณิชย์ เพื่อเป็นเวทีหารือถึงความคืบหน้าและแก้ไขปัญหาที่ยังค้างคาระหว่างกัน 2.ขอให้มาเลเซียช่วยเร่งรัดบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการขนส่งข้ามพรมแดนระหว่างไทย-มาเลเซีย (MOU on Cross-Border  Transport of Goods) โดยประเด็นเรื่องการข้ามพรมแดน เช่นด่านสะเดา มาเลเซียจะเร่งดำเนินการเพื่อให้เปิดใช้งาน เพราะมีหอการค้าที่อยู่ชายแดนให้เร่งติดตาม 3.ขอให้ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างหอการค้าในระดับท้องถิ่นของทั้งไทยและมาเลเซีย เพื่อให้มีการวางแผนร่วมกันในการเพิ่มมูลค่าการค้า การท่องเที่ยว และการพัฒนาบริเวณชายแดน

ด้านการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวมาเลเซียเดินทางเข้ามาไทยมากเป็นอันดับ 1 จากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด ทั้งนี้รัฐบาลได้มีการยกเว้นการยื่นแบบฟอร์ม ตม.6 ณ ด่านตรวจคนเข้าเมืองสะเดา จ.สงขลา เป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 ถึง 31 เมษายน  2567 ซึ่งจะช่วยให้กระบวนการเข้าออกประเทศไทยของนักท่องเที่ยวมาเลเซียเป็นไปด้วยความสะดวกมากขึ้น

ด้านการเกษตร รัฐบาลไทยมีแผนจัดตั้ง “กรมฮาลาล" ซึ่งอยู่ภายใต้กระทรวงอุตสาหกรรม โดยจะมีการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานของมาเลเซีย เพื่อพัฒนาความร่วมมือทางด้านอาหารฮาลาล รวมถึงการกำหนดมาตรฐานและความถูกต้องของสินค้าและอาหารฮาลาลด้วย โดยจะผลักดันให้เกิดความก้าวหน้า

ด้านความมั่นคงชายแดน ทั้งสองฝ่ายมุ่งมั่นที่จะร่วมกันแก้ไขปัญหาการค้าสัตว์ป่าเถื่อนข้ามชายแดนไทยและมาเลเซีย โดยฝ่ายไทยได้มอบหมายให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ทำงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยและมาเลเซีย เพื่อช่วยกันแก้ไขปัญหาการลักลอบค้าขายสัตว์ป่าอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งทั้งสองฝ่ายจะพิจารณาร่างบันทึกความเข้าใจเพื่อความร่วมมือต่อสู้กับการลักลอบค้าสัตว์ป่า ดำเนินการอย่างเข้มข้น หยุดการลักลอบให้ได้ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2567

ด้านโครงการก่อสร้างเชื่อมโยงชายแดน ทั้งสองฝ่ายมุ่งหวังให้มีโครงการเชื่อมโยงตามแนวชายแดน เพื่อส่งเสริมการค้าและการท่องเที่ยว

ในช่วงท้าย นายกฯ ไทยและมาเลเซียหวังว่า การหารือระหว่างกันในวันนี้จะทำให้เกิดความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ ในการพัฒนาชายแดนของทั้งสองประเทศ

ภายหลังเสร็จสิ้นการหารือ นายกฯ ไทยและมาเลเซียได้เดินทางไปสำรวจจุดเชื่อมถนน ที่เชื่อมด่านสะเดาแห่งใหม่กับด่านบูกิตกายูฮิตัมของมาเลเซีย หลังจากนั้น นายกฯ เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารกลางวันแก่นายกฯ มาเลเซีย ณ โรงแรม Vista ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะเดินทางไปสำรวจด่านบูกิตกายูฮิตัมในฝั่งของมาเลเซียในช่วงบ่าย

วันเดียวกัน นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามในคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 344/2566 เรื่องแต่งตั้งคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนใต้ โดยมีนายฉัตรชัย บางชวด รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และรักษาการเลขาธิการ สมช.เป็นหัวหน้าคณะพูดคุย โดยคณะพูดคุยประกอบด้วย เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศ ผู้แทนกระทรวงยุติธรรม ส่วนผู้แทน สมช.และผู้แทนกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เป็นคณะพูดคุยและเลขานุการร่วม

ทั้งนี้ มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้กับกลุ่มเห็นต่างจากรัฐและผู้ก่อเหตุรุนแรงในช่องทางที่เป็นทางการ ประเมินวิเคราะห์ท่าที ทัศนคติของกลุ่มเห็นต่างจากรัฐและผู้ก่อเหตุรุนแรง ให้ข้อเสนอแนะ ประสานงาน หรือแสวงหาความร่วมมือจากส่วนราชการ หน่วยงานรัฐ องค์กรภาคประชาชน และหน่วยงานในต่างประเทศ ในกิจการที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงประสานงานกับผู้อำนวยความสะดวกในการพูดคุยสันติสุขชายแดนภาคใต้.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯ พบชาวร้อยเอ็ด ปลื้มต้อนรับอบอุ่น ต้นปีหน้าจะมาอีก

ที่จังหวัดร้อยเอ็ด นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เดินทางต่อด้วยรถยนต์ ทะเบียน จท 101 กรุงเทพมหานคร ตรวจติดตามการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ ที่โครงการส่งน้ำและบำรุง

ฟิตไม่หยุด 'เศรษฐา' บินร้อยเอ็ด-กาฬสินธุ์

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ออกเดินทางด้วยเครื่องบิน AIRBUS ACJ320 จากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง (บน.6) ไปตรวจราชการจังหวัดร้อยเอ็ดและกาฬสินธุ์