พาณิชย์ยังเดินหน้านำรถโมบายธงฟ้าสินค้าราคาประหยัด เข้าถึงชุมชนอย่างต่อเนื่อง 100 จุดจำหน่ายทั่วกรุงเทพฯ ประชาชนให้ความสนใจออกมาจับจ่ายคึกคัก และมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่าราคาต่ำกว่าท้องตลาด สะดวกสบายในการเลือกซื้อ
กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน ยังคงเดินหน้านำรถโมบายพาณิชย์ ภายใต้โครงการ “Mobile ธงฟ้าเพื่อประชาชน” นำสินค้าราคาถูกมาจำหน่ายให้กับพี่น้องประชาชนทั่วกรุงเทพฯ กว่า 100 จุดจำหน่าย ประชาชนในชุมชนต่างให้ความสนใจออกมาจับจ่ายสินค้าธงฟ้า และมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า สะดวกสบาย สามารถประหยัดเงินในการซื้อสินค้าที่จำเป็นต้องใช้ประจำวันได้ดี หาซื้อได้ใกล้บ้าน สามารถตรวจสอบจุดจำหน่ายได้ทุกวัน โดยในโครงการมีการจำหน่ายสินค้ากว่า 90 รายการ ลดสูงสุด 55% เพื่อลดค่าครองชีพให้กับพี่น้องประชาชน ตามนโยบายของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายภูมิธรรม เวชยชัย ในการช่วยเหลือประชาชนลดค่าครองชีพและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในประเทศ
โดยมอบหมายให้กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ดำเนินการจัดงานจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการครองชีพ ซึ่งเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน จากสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันที่ราคาสินค้าปรับราคาสูงขึ้น โดยเฉพาะสินค้าที่จำเป็นต่อการครองชีพ เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ไข่ไก่ ข้าวสาร เนื้อสัตว์ อีกทั้งยังมีการคาดการณ์ถึงแนวโน้มผลผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะผลไม้ เช่น สับปะรด มะม่วง มะยงชิด ทุเรียน มังคุด ลิ้นจี่ เป็นต้น จะเริ่มมีการออกสู่ตลาดจำนวนมากในช่วงเดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไป อาจทำให้เกิดภาวะสินค้าเกษตรล้นตลาด ทำให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อน ประกอบกับในกรุงเทพมหานครมีจำนวนประชากรสูงสุดในประเทศ และเป็นจังหวัดที่มีค่าครองชีพสูง รวมทั้งพื้นที่ส่วนมากเป็นชุมชนแออัด จึงทำให้ประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ ได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมาก ซึ่งที่ผ่านมากรมฯ ได้ดำเนินการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคในราคาประหยัดผ่านรถ Mobile และจุดจำหน่าย 50-100 จุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ และผลการดำเนินโครงการฯ มีมูลค่าจำหน่ายรวม 90.52 ล้านบาท สามารถลดภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชนได้ 25.36 ล้านบาท และประชาชนให้การตอบรับเป็นอย่างดี
กรมการค้าภายใน ในฐานะหน่วยงานที่มีหน้าที่ในการเสริมสร้างประสิทธิภาพการค้าภายในประเทศ โดยอธิบดีกรมการค้าภายใน มีบัญชาให้ดำเนินการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนจากสถานการณ์สินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการครองชีพสำหรับประชาชนที่มีราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น และรักษาเสถียรภาพด้านราคาสินค้าอุปโภคบริโภค รวมถึงเชื่อมโยงการบริโภคสินค้าผลไม้ เพื่อป้องกันไม่ให้สินค้าผลไม้ตกต่ำจากสถานการณ์ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง และเป็นการเพิ่มช่องทางในการเลือกซื้อสินค้าราคาประหยัดให้แก่ประชาชน
กรมการค้าภายใน เดินหน้านำรถโมบายมาอำนวยความสะดวกให้พี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง ภายใต้โครงการ “Mobile ธงฟ้าเพื่อประชาชน” มีจุดจำหน่ายทั้งสิ้น 100 จุด สามารถสแกน QR Code เข้าไปดูจุดจำหน่ายได้ทั้ง 100 จุด ทั่วกรุงเทพฯ หรือแอดไลน์ @mobilepanich จะสามารถเข้าไปตรวจสอบข้อมูลต่างๆ ของสินค้าและบริการได้ ซึ่งจุดจำหน่ายทั้ง 100 จุด จะหมุนเวียนกันไปตามแหล่งชุมชนต่างๆ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และจะดำเนินการต่อเนื่องไปจนถึงช่วงเดือนมีนาคม 2567 สินค้าที่นำไปจำหน่ายจะมีราคาถูกกว่าท้องตลาดทั่วไป 50-60% ไม่ว่าจะเป็นสินค้าไฮไลต์ ไข่ไก่ ในราคาแผงละ 99 บาท, น้ำมันพืชปาล์ม ขวดละ 42 บาท, น้ำตาลทราย กิโลกรัม (กก.) ละ 25 บาท และสินค้าจำพวกซอสปรุงรส ผลิตภัณฑ์ชำระล้างร่างกาย ของใช้ประจำวันต่างๆ โดยมีสินค้าทั้งสิ้นกว่า 90 รายการ และสินค้าเกษตร อาทิ กะหล่ำปลี กก.ละ 12 บาท โดยตลอดโครงการนี้คาดว่าจะช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชนและช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนได้อย่างมาก หากไม่ได้รับความเป็นธรรมในการให้บริการด้านสินค้า สามารถร้องเรียนเข้ามาได้ที่สายด่วน กรมการค้าภายใน 1569 หรือ [email protected].
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ครม.ไฟเขียว เลิก‘MOU44’ เขมรฟ้องโลก
ครม.เห็นชอบยกเลิก MOU 44 นายกฯ แจงไม่เกี่ยวขัดแย้งสองประเทศ
สก.แดง-ส้มแห่เปิดตัวฟ้า พรบ.อากาศสะอาดไปต่อ
ไม่พลิก! “ปชน.” เปิดตัว “ดร.โจ” ชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. พร้อมผู้สมัคร สก. 50 เขต โชว์ 4 ฉากทัศน์กรุงเทพง่ายๆ
ดึงปชช.ศึกษา‘แลนด์บริดจ์’
"อนุทิน" เซ็นตั้ง คกก.ศึกษาแลนด์บริดจ์ “เอกนิติ” ประธาน "ปกรณ์" รอง ปธ. มีตัวแทนภาค ปชช. 3 คน ประเมินความเป็นไปได้โครงการ-ผลกระทบทุกมิติ ชงนายกฯ
ทรงบำเพ็ญพระกุศลกงเต๊ก‘พระพันปีหลวง’
กรมพระศรีสวางควัฒนฯ ทรงบำเพ็ญพระกุศลทักษิณานุปทาน (กงเต๊ก)
เร่งกู้ชงสภา14พ.ค. 4แสนล.สู้วิกฤตปากท้อง ‘ปชป.’ขวาง!ส่งศาลรธน.
“อนุทิน” นำ ครม.แถลงเดินหน้า พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน หวังหยุดความเสี่ยงเศรษฐกิจไทย
ขยี้‘ปชน.’รับผิด โยง‘กน.-ผญบ.’ เอี่ยวยาเสพติด
รุมสกรัม "สส.พรรคส้ม" ปากเปราะ "ผู้ใหญ่บ้าน-กำนัน" เอี่ยวยาเสพติด “สส.ภท.” จี้แสดงความรับผิดชอบมากกว่าโปรยแถลงการณ์ขอโทษ

