“เครดิตบูโร” เปิดไส้ในหนี้ครัวเรือนไทยอ่วม 16.2 ล้านล้านบาท จับตาหนี้สหกรณ์รอระเบิด หนี้จ่อตกชั้นเพิ่มกว่า 6.1 แสนล้านบาท คาด 12 เดือนข้างหน้าปูด 8 แสนล้านบาท ห่วงหนี้บ้านไหลไม่หยุด โพลตอกย้ำประชาชนอยากให้เร่งแก้ปัญหาปากท้อง “เศรษฐา” จ่อทัวร์พื้นที่แฟลตดินแดง
เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2567 นายสุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร) เปิดเผยถึงข้อมูลหนี้ครัวเรือนที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่าไตรมาส 3/2566 อยู่ที่ 16.2 ล้านล้านบาท หรือ 91% ของจีดีพี 17.8 ล้านล้านบาท ว่าข้อมูลหนี้ครัวเรือนที่เก็บโดยเครดิตบูโร อยู่ที่ 13.6 ล้านล้านบาท โดยยังมีหนี้ที่มองไม่เห็นและพร้อมระเบิด คือ หนี้สหกรณ์ออมทรัพย์ ที่ปล่อยกู้สมาชิก 2.2 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นครูและบุคลากรทางการศึกษามากู้สหกรณ์ ทั้งที่ทำงานอยู่และเกษียณรวม 8 แสนล้านบาท และกลุ่มนี้ยังขอสินเชื่อกับสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ธนาคารพาณิชย์ และนอนแบงก์อีก 6 แสนล้านบาท รวมเป็นทั้งสิ้น 1.4 ล้านล้านบาท
นายสุรพลกล่าวต่อว่า ส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) จากการเก็บข้อมูลของเครดิตบูโร มีทั้งสิ้น 1.05 ล้านล้านบาท อยู่ระหว่างปรับโครงสร้างหนี้ 1.04 ล้านล้านบาท และยังมีหนี้กลุ่มเป็นพิเศษ (SM) ค้างชำระ 30-90 วัน ซึ่งอันตรายสุด เพราะไหลมาเรื่อยๆ โดยสิ้นปี 2566 หนี้กลุ่ม SM อยู่กว่า 6.1 แสนล้านบาท และคาดการณ์ 12 เดือนข้างหน้า หนี้เสียจะเพิ่มขึ้น 1.2 ล้านล้านบาท และ SM หรือหนี้ที่ใกล้เสียมี 8 แสนล้านบาท
“หนี้เสียสำหรับที่อยู่อาศัยมี 1.4 แสนหลัง เท่ากับว่าเป็นส่วนที่บ้านถูกยึด หนี้เสียรถเข้าลานประมูลเยอะ ทำให้ราคามือสองลด และเมื่อมีรถไฟฟ้าอีวีราคาเกือบเท่าราคามือสอง ทำให้ตลาดรถมือสองถูกกระทบ แต่ที่น่าจับตาคือหนี้เสียบ้าน เพราะมีอัตราการไหลเป็นหนี้เสียถึง 22% ทำให้บ้านมีความเสี่ยง เพราะมีคนเลี้ยงงวด หรือจ่าย 2-3 งวดไม่ให้เกิน ซึ่งหนี้เสียบ้านมี 1.2 แสนล้านบาทที่มูลค่าบ้านต่ำกว่า 3 ล้านบาท และส่วนใหญ่กู้สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ซึ่งการตั้งบริษัทร่วมทุนบริหารสินทรัพย์ (AMC) เป็นเพียงย้ายหนี้ไปอีกแห่งหนึ่งเท่านั้น ไม่ได้ทำให้หนี้หายไป” นายสุรพลกล่าว
นายสุรพลกล่าวอีกว่า ข้อมูลเครดิตบูโร ในจำนวนหนี้ครัวเรือน 13.6 ล้านล้านบาทนั้น เป็นหนี้บัตรเครดิตคงค้าง 5 แสนล้านบาท จำนวน 24 ล้านใบ แต่มี 6 ล้านใบไม่เคยหยิบมาใช้เลย 2 ปีที่ผ่านมา และมีหนี้ส่วนบุคคล 31.8 ล้านบัญชี รถยนต์ 6.5 ล้านคัน และสินเชื่อบ้าน 5 ล้านล้านบาท เป็นต้น ซึ่งมีอัตราการเติบโตมากขึ้น เช่น สินเชื่อบ้านมีการอนุมัติ 1 แสนบัญชีต่อไตรมาส และสินเชื่อส่วนบุคคลโดยเฉพาะจากสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐเพิ่มขึ้นช่วงโควิด-19 จากการให้กู้เพื่อใช้ดำรงชีพ 10,000-20,000 บาท ซึ่งครบ 1 ปี แต่ลูกหนี้ไม่สามารถปิดหนี้ส่วนนี้ได้ ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) หากเป็นหนี้เสียรัฐจะรับชดเชย 50%
นายสุรพลยังกล่าวว่า หนี้ครัวเรือนได้เร่งตัวขึ้นมาจากหลังน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 จาก 76% เป็น 85% และเป็น 91% ต่อจีดีพีในปัจจุบัน ซึ่งเป็นระดับจุดอันตรายที่ธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ (BIS) กำหนดไม่เกิน 80% ต่อจีดีพี ซึ่งระดับของไทยถือว่าอันตรายมาก โดย ธปท.ได้คาดการณ์ลดหนี้ครัวเรือนให้อยู่ระดับ 89% ในอีก 3 ปี หรือในปี 2570 ซึ่งระบุไว้ในการให้ธนาคารพาณิชย์ทำแผนสเตรสเทสต์ หรือแผนรองรับวิกฤตเข้ามา โดยปัญหาของหนี้ครัวเรือนไทยยอมรับว่าเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง ส่วนใหญ่กู้มากินมาใช้ ต่างจากมาเลเซียที่กู้เพื่อที่อยู่อาศัย
“ครัวเรือนไทยรายได้ไม่เท่าเทียมกัน แบ่ง 6 กลุ่มรายได้ รายได้ต่ำกว่า 15,000 บาท มีค่าใช้จ่ายดำเนินชีวิต 113 บาท จากรายได้ 100 บาท แถมบางคนมีหนี้อีกก้อนต้องจ่ายเพิ่ม 25 บาท ทำให้ต้องออกไปใช้หนี้นอกระบบ เอาเงินมาหมุนวนในชีวิต เป็นแบบนี้เพราะศักยภาพหารายได้ต่ำ สิทธิ์การทำมาหากินน้อย รายได้ไม่พอจ่ายราย มองว่าเศรษฐกิจไทยมี 2 ระบบ คือ เศรษฐกิจคนรวย เป็นเศรษฐกิจสังคมนิยม และเศรษฐกิจระดับล่าง เป็นเศรษฐกิจทุนนิยม” นายสุรพลระบุ
วันเดียวกัน ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา ผู้ก่อตั้งสำนักวิจัยซูเปอร์โพล เสนอผลสำรวจเรื่อง ความต้องการของประชาชน กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวน 1,382 ตัวอย่าง โดยเมื่อถามถึงความต้องการของประชาชน พบ 5 อันดับแรก ได้แก่ 67.4% ประชาชนต้องการให้เร่งกระตุ้นเศรษฐกิจแจกเงินดิจิทัล แก้ไขปัญหาปากท้อง เสริมสภาพคล่องธุรกิจ, 63.9% ต้องการให้เร่งแก้ไขปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ มิจฉาชีพออนไลน์ โจรไซเบอร์, 61.8% แก้ไขปัญหาหนี้ทั้งในและนอกระบบ, 60.7% แก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนทุกมิติ และ 60.5% แก้ไขปัญหายาเสพติด
มีรายงานว่า ในวันจันทร์ที่ 1 เม.ย.เวลา 16.00 น. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มีกำหนดลงพื้นที่เขตดินแดง พบปะประชาชนในพื้นที่บริเวณลานกีฬาแฟลต 51-53 ตลาดกลางดินแดง, ซ.ประชาสงเคราะห์ 11 ซ.ประชาสงเคราะห์ 9 ผ่านสำนักงานเคหะนครหลวง สาขาดินแดง 2 ซ.ประชาสงเคราะห์ 7, 5, 1 ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีประชาชนพักอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก โดยมีนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.), นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร, ปลัด พม. และผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ ร่วมคณะลงพื้นที่ พูดคุยกับประชาชนและผู้เกี่ยวข้อง ถึงการยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ปัญหาหนี้นอกระบบ รวมถึงเรื่องปัญหายาเสพติด.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ตั้งศูนย์ส่วนหน้าดับไฟเหนือ สภารุมสวดรบ.แก้ฝุ่นเหลว
นายกฯ ให้อำนาจผู้ว่าฯ ประกาศภัยพิบัติหรือไม่ หลังค่าฝุ่น PM 2.5 พุ่งหนัก
เคาะค่าไฟ3.95บาท คัดเข้มขึ้นบัตรคนจน
กกพ.เคาะค่าไฟงวดใหม่ พ.ค.-ส.ค.69 อยู่ที่ 3.95 บาท/หน่วย เพิ่มขึ้นน้อยสุด 7 สตางค์
ถอด‘พิพัฒน์’ส่ง‘เอกนิติ’คุมแทน
นายกฯ จ่อตั้ง “เอกนิติ” คุม "ศบก.-พลังงาน" แทน “พิพัฒน์” อ้างเปลี่ยนตัวตามเสียงเรียกร้อง ปชช. ไม่เกี่ยวมีผลประโยชน์ทับซ้อน
ขู่ไร้ผลงานปรับออก ‘อนุทิน’บี้ครม.ใหม่ลุยทันที พรรคส้มสู้ยิบตาคดี44สส.
"อนุทิน” ดินเนอร์ “เนวิน” ร้านประจำ หลังโปรดเกล้าฯ ครม.ใหม่
สั่งบังคับใช้กม.เข้มข้น ปิดป่าแก้วิกฤตฝุ่นเหนือ
นายกฯ ส่ง "สุชาติ-ปลัด มท." ขึ้นเหนือแก้ไฟป่า ลั่นต้องเฉียบขาด อย่าจับปูใส่กระด้ง
เร่งชง‘ไทยช่วยไทยพลัส’อุ้มปชช.
ศบก.ยกระดับวิกฤตน้ำมันเข้าสู่ระยะที่ 2.2 การจัดหามีความยากขึ้น

