
สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมช่วง 5 วันของการรณรงค์ 7 วันอันตราย เกิดอุบัติเหตุรวม 2,221 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 263 ราย ผู้บาดเจ็บรวม 2,198 คน ด้านอธิบดีกรมคุมประพฤติเผย คดีพุ่งร้อยละ 60 ติดอุปกรณ์ EM เมาแล้วขับเพียบ
วันที่ 3 มกราคม 2565 นายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะประธานการประชุมคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจ ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนตลอดทั้งปี (ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์) แถลงสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 2 มกราคม 2565 ซึ่งเป็นวันที่ 5 ของการรณรงค์ ‘ชีวิตวิถีใหม่ ขับขี่อย่างปลอดภัย ไร้อุบัติเหตุ’ เกิดอุบัติเหตุ 307 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 34 ราย ผู้บาดเจ็บ 311 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็ว ร้อยละ 34.85, ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 29.32 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 81.02 รองลงมา รถปิกอัพ/กระบะ ร้อยละ 8.14 อุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง ร้อยละ 83.40, ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 41.69, ถนนใน อบต./หมู่บ้านร้อยละ 32.57 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด เวลา 18.01-21.00 น. ร้อยละ 21.82 ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดอยู่ในช่วงอายุ 40-49 ปี ร้อยละ 15.97
จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ตรัง (12 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด กรุงเทพมหานครและอุดรธานี (จังหวัดละ 3 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด กาญจนบุรี (15 คน) จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 53 จังหวัด
ทั้งนี้ ได้จัดตั้งจุดตรวจหลัก 1,903 จุด เรียกตรวจยานพาหนะ 436,162 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดี รวม 91,720 ราย มีความผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัย 26,860 ราย ไม่มีใบขับขี่ 23,639 ราย
สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมช่วง 5 วันของการรณรงค์ (29 ธ.ค.64-2 ม.ค.65) เกิดอุบัติเหตุรวม 2,221 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 263 ราย ผู้บาดเจ็บรวม 2,198 คน จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด เชียงใหม่ (82 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด กรุงเทพมหานคร (17 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด เชียงใหม่ (78 คน)
ด้านนายวิตถวัลย์ สุนทรขจิต อธิบดีกรมคุมประพฤติ เปิดเผยว่า สถิติคดีที่ศาลสั่งคุมความประพฤติวันที่ห้าของ 7 วันอันตราย (2 ม.ค.2565) มีจำนวนทั้งสิ้น 2,483 คดี จำแนกเป็นคดีขับรถในขณะเมาสุรา 2,425 คดี คิดเป็นร้อยละ 97.66 ติด EM 8 ราย คดีขับรถประมาท 1 คดี คิดเป็นร้อยละ 0.04 และคดีขับเสพ 57 คดี คิดเป็นร้อยละ 2.30
สำหรับช่วง 7 วันอันตรายปี 2565 มียอดคดีสะสมทั้งสิ้น 5,435 คดี จำแนกเป็น ขับรถในขณะเมาสุรา 4,883 คดี คิดเป็นร้อยละ 89.84 ติด EM 10 ราย ขับรถประมาท 11 คดี คิดเป็นร้อยละ 0.20 ติด EM 1 ราย ขับเสพจำนวน 541 คดี คิดเป็นร้อยละ 9.95 ส่วนจังหวัดที่มีสถิติคดีเมาแล้วขับสะสมสูงสุด 3 อันดับ ได้แก่ ชัยภูมิ 403 คดี, บุรีรัมย์ 350 คดี และสกลนคร 278 คดี
หากเปรียบเทียบสถิติคดีที่เข้าสู่การคุมประพฤติช่วงเทศกาลปีใหม่ปี 2565 กับปีที่แล้ว มีคดีที่เข้าสู่กระบวนการคุมประพฤติสูงขึ้น 3,239 คดี คิดเป็นร้อยละ 60 การติดอุปกรณ์ EM กับผู้กระทำผิดเมาแล้วขับมีตัวเลขสะสม 5 วัน จำนวน 11 ราย มีเงื่อนไขห้ามออกจากที่พักอาศัย ในช่วงเวลาตั้งแต่ 22.00-04.00 น. เป็นระยะเวลา 15 วัน โดยมีสำนักงานคุมประพฤติทั่วประเทศเฝ้าติดตามและควบคุมดูแลผู้กระทำผิดตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านศูนย์ควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (Electronic Monitoring Control Center - EMCC) หากมีการผิดเงื่อนไขคุมความประพฤติ พนักงานคุมประพฤติทำหน้าที่ประสานเครือข่ายภาคประชาชน และอาสาสมัครคุมประพฤติ เตรียมความพร้อมลงพื้นที่.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ณัฐพงษ์ขู่เก็บทุกบิลไว้เชือด
“ณัฐพงษ์” รับยื่นซักฟอกสมัยประชุมหน้า เก็บทุกบิลไว้เชือด “พริษฐ์” กัดไม่ปล่อยปมเงิน 8.6 แสน “ปชป.” ตั้งทีมเอาผิด กกต.-ดีเอสไอ หากเป่าคดีฮั้ว สว. “สิทธิโชติ”
F16 บินประกบ เจ็ตนายกฯขับ! มอบ 5 นโยบาย
"อนุทิน" ขับเครื่องบินส่วนตัว Socata TBM 930 เข้าถ้ำพยัคฆ์กองบิน 1 โคราช ขณะ F-16 บินประกบภารกิจอารักขาบุคคลสำคัญ ก่อนมอบนโยบาย 5 ด้าน เพิ่มขีดความสามารถทัพฟ้า ขอรักษาจิตวิญญาณพิทักษ์อธิปไตย ปลื้มได้ "Patch F-16" นามเรียกขาน "มิกกี้"
ชัยชนะขอโทษ พร้อมให้ตรวจ ปชป.ขึงขังคุ้ย
ชัยชนะ” ขอโทษประชาชน ข่าวตบบ้องหูทำให้เกิดความรู้สึกไม่ดี ลั่นพร้อมร่วมมือให้ตรวจสอบ “ชวน” บอกทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายอย่างเท่าเทียม
สั่ง3ฝ่ายสางคุมปืน! ‘หนู’ เชื่อมีทางออกปมตร.-นักกีฬา/ชวนกรีดกม.อยู่ในมือ
"นายกฯ" สั่ง 3 ฝ่ายสางปัญหานโยบายคุมเข้มอาวุธปืนกระทบนักกีฬา-ตำรวจ ชี้ผู้บังคับบัญชาออกแผนงานปฏิบัติ ตร.ออกตรวจตามหน้าที่ไร้ปัญหา
สอบเอ็มดีธกส.จบ 30 วัน คลังปัดแจกเงินเกษตรกร
“เอกนิติ” สั่งเร่งสอบปม 8 ข้อร้องเรียนผู้จัดการ ธ.ก.ส. ขีดเส้น 30 วันต้องได้ข้อสรุป ยืนยันต้องโปร่งใส-เป็นธรรม พร้อมปิดประตูใช้เงินกู้ 4 แสนล้านบาทแจกเกษตรกรไร่ละ 1,000 บาท
กกต.โบ้ย8.6แสนโยงเลือกสส.
“ไอติม” ทวงถามที่มาเส้นเงิน 8.6 แสนบาทจาก "นักการเมืองสีน้ำเงิน"

