
ไทยโพสต์ ๐ พระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกสมาชิกวุฒิสภาประกาศใช้แล้ว ขณะที่เวทีเสวนา สว. เก่าไปใหม่มา นักการเมืองและนักวิชาการต่างชี้ 250 สว. ยุค คสช. แช่แข็ง-กร่อนเซาะ ประชาธิปไตย โดยให้คะแนนเต็ม 10 ในการรักษาอำนาจ คสช. วิจารณ์ระบบเลือก สว. สร้างความสับสน เป็นระบบครึ่งบกครึ่งน้ำ
เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2567 สถาบันปรีดี พนมยงค์ จัดงานเสวนาทางวิชาการ หัวข้อ “เก่าไปใหม่มา : สว.ชุดใหม่ อนาคตประชาธิปไตย อนาคตประเทศไทย" ที่หอประชุมศรีบูรพา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์ โดยมีผู้ร่วมเสวนาประกอบไปด้วย นายจตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี, ศ.ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ อดีตคณบดีคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, นายประจักษ์ ก้องกีรติ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ สภาผู้แทนราษฎร และ ศ.สิริพรรณ นกสวน สวัสดี คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ในเวทีได้กล่าวถึงวุฒิสภาชุด คสช.ที่ได้หมดวาระ 5 ปี เมื่อวันที่ 10 พ.ค.ที่ผ่านมา ทางฝ่ายการเมือง นายจาตุรนต์ กล่าวว่า ตนไม่ได้มองว่า สว.ชุดที่ผ่านมาดีหรือไม่ดี แต่มองเรื่องระบบที่ให้อำนาจ สว.มากมายกว่าที่เคยมีในอดีต ทั้งเห็นชอบบุคคลดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ การเลือกนายกรัฐมนตรี พิจารณากฎหมายสำคัญ กำกับยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูป แต่ไม่ได้มีการลงโทษการไม่ทำตามยุทธศาสตร์ชาติ เพราะเป็นผู้ที่ตั้ง สว.มา พร้อมขอให้ช่วงการรักษาการอะไรที่ไม่จำเป็นไม่ต้องรีบดำเนินการ
ขณะที่นายพริษฐ์ กล่าวถึงบทบาท 250 สว. ว่าประสบความสำเร็จตามเป้าหมายในการแช่แข็งประชาธิปไตย และสืบทอดอำนาจบุคคลที่เชื่อมโยงกับคณะรัฐประหาร ที่มีส่วนร่างรัฐธรรมนูญ 2560 ชี้ว่าเป็นปัญหาของรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะบทบาทร่วมโหวตนายกฯ เข้ามาแทรกแซงการจัดตั้งรัฐบาล 2 ครั้ง ปี 2562 และ 2566 ตอกย้ำว่า สว.หลายคนมีเจตนาแทรกแซงการจัดตั้งรัฐบาล และมองว่า 250 สว.ยังเป็นอุปสรรคการแก้รัฐธรรมนูญ
ด้าน ศ.สิริพรรณ ประเมินการทำงานของ สว.ชุด คสช.ว่า สว.ชุด 250 คนมีการเห็นชอบกฎหมายที่ผ่านจากสภา แต่กฎหมายที่สำคัญคือร่างแก้รัฐธรรมนูญ 26 ฉบับ มีเพียง 1 ฉบับผ่าน ที่เหลือที่ถูกปัดตกเปรียบเป็นการขัดขวางการแก้รัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะปฏิเสธปิดสวิตช์ตัวเองหรืออำนาจร่วมโหวตนายกรัฐมนตรี
ขณะที่นายประจักษ์กล่าวว่า ได้ให้คะแนน สว.ชุดที่ผ่านมาเต็ม 10 ในการรักษาอำนาจของ คสช. ที่ได้แต่งตั้ง 250 สว.มา แต่การส่งเสริมประชาธิปไตยและการตรวจสอบถ่วงดุลให้คะแนน 0 หรือสอบตก โดยมอง สว.ยังขัดขวางและกร่อนเซาะประชาธิปไตยของไทยในช่วงที่ผ่านมา และเชื่อหากไม่มี 250 สว. ประเทศไทยเดินหน้าทางประชาธิปไตยได้นานแล้ว พร้อมมองถึงความจำเป็นระบบการเมืองรัฐสภาว่าจำเป็นต้องมี สว.หรือไม่
ในประเด็นเกี่ยวกับระบบวุฒิสภา ทั้งอดีตของวุฒิสภาไทยและในต่างประเทศ ศ.สิริพรรณระบุว่า วุฒิสภาเป็นสภาพี่เลี้ยงของสภาผู้แทนราษฎร เดิมนายปรีดี พนมยงค์ เคยออกแบบให้ยึดโยงกับประชาชนผ่านการเลือกตั้ง แต่เมื่อเปลี่ยนให้มาจากการแต่งตั้ง กลายเป็นเครื่องมือค้ำจุนอำนาจรัฐ และในเวลาต่อมาวุฒิสภายังมีข้อครหาสภาผัวเมีย จึงเป็นข้อถกเถียงในการแก้ไขเปลี่ยนแปลง ก่อนที่จะมีรัฐธรรมนูญปี 2560 ที่กล่าวถึงระเบียบการได้มาซึ่ง สว. ทำให้ผู้สมัครกังวลในการดำเนินการจนมีการยื่นร้องศาลปกครอง พร้อมเสนอแนะให้ กกต.ผ่อนปรน ออกระเบียบอะลุ่มอล่วยให้ประชาชนร่วมสังเกตการณ์เลือกได้
ส่วนนายประจักษ์ กล่าวถึงรูปแบบการเลือก สว.ตามรัฐธรรมนูญปี 2560 ว่าไม่เคยมีประเทศใดในโลกมีระบบนี้ มองเป็นระบบที่ไม่ชอบธรรม และไม่ยึดโยงประชาชน ชี้เป็นความพิสดารและสร้างความสับสนโดยตั้งใจ เปรียบเป็นระบบครึ่งบกครึ่งน้ำ และไม่ได้ตอบโจทย์การเป็นตัวแทนประชาชน แต่เป็นระบบการเลือกเหมือนกล่องสุ่ม มอง สว.ที่ไม่ได้ยึดโยงกับประชาชน ทำให้ฝ่ายการเมืองมาช้อนซื้อด้วยกล้วยหรือล็อบบี้ภายหลังได้ง่าย เชื่อเป็นเกมที่ผู้นำได้ออกแบบมา และสิ่งที่ประชาชนทำได้คือประชาชนต้องไปสมัครเพื่อสกัดการจัดตั้ง
นายจาตุรนต์ย้ำว่า สิ่งที่น่ากลัวในการเลือก สว.ครั้งนี้คือการจัดตั้ง ไม่ว่าจะเป็นการจัดตั้งโดยฝ่ายการเมืองหรือจากนายทุน และ กกต.กำลังทำให้ประชาชนไม่มีส่วนร่วม จากระเบียบที่ออกมาเกินไปในทางจำกัดสิทธิเสรีภาพ พร้อมเสนอให้แก้ระเบียบแนะนำตัว ให้ประชาชนแสดงความเห็นและให้ผู้สมัครให้สัมภาษณ์ออกสื่อได้
นอกจากนี้ ในเวทีเสวนาช่วงท้ายยัง ฝากไปยัง สว.ชุดใหม่ที่กำลังเข้าสู่กระบวนการเลือก ศ.สิริพรรณเน้นย้ำว่า สิ่งแรกของ สว.ใหม่ คือเจอภารกิจสำคัญพิจารณา พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติและการแก้รัฐธรรมนูญ หวัง สว.ใหม่มีคุณภาพ ลบคำสบประมาทเรื่องการซื้อเสียง สว. และฝากถึงรัฐบาลทำให้มีบรรยากาศแก้รัฐธรรมนูญมากกว่านี้ ส่วนนายประจักษ์ ฝาก สว.ใหม่ เพราะมีเดิมพันถึงโอกาสที่จะทำให้ประชาธิปไตยไทยเข้มแข็ง เปลี่ยน สว.ที่เป็นตัวแทนชนชั้นนำเป็นตัวแทนประชาชน
โดยนายจาตุรนต์คาดหวังว่า สว.ชุดหน้ามีความเชื่อมโยงกับประชาชน พร้อมทำหน้าที่อย่างเต็มที่ และเรียกร้องให้ สว.อย่างน้อย 67 คน ร่วมสนับสนุนยกมือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และนายพริษฐ์ฝากถึง สว. 200 คน ทำหน้าที่ตระหนักถึงอำนาจอย่างรับผิดชอบเพื่อปกป้องประชาธิปไตย ร่วมแก้รัฐธรรมนูญ ใช้ดุลพินิจในการแต่งตั้งบุคคลในองค์กรอิสระและตรวจสอบรัฐบาลอย่างเข้มข้น ด้วยเชื่อประชาชนจะสนับสนุนการทำงานของ สว.ใหม่อย่างแน่นอน
วันเดียวกันนี้ ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่พระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2567 โดยมีรายละเอียดดังนี้ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรให้มีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 107 วรรคห้า และมาตรา 175 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา 1 พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า "พระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2567"
มาตรา 2 พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา 3 ให้มีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา
มาตรา 4 ให้ประธานกรรมการการเลือกตั้งรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องด้วยอายุของวุฒิสภาสิ้นสุดลงในวันที่ 10 พ.ค. พ.ศ.2567 ซึ่งมาตรา 269 (6) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติว่า เมื่ออายุของวุฒิสภาสิ้นสุดลง ให้ดำเนินการเลือกสมาชิกวุฒิสภาตามมาตรา 107 โดยมาตรา 107 วรรคห้าของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้การเลือกสมาชิกวุฒิสภาให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกาจึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยว่า หลังมีพระราชกฤษฎีกาเลือกสมาชิกวุฒิสภา เรื่องกำหนดวันดำเนินการต่างๆ เกี่ยวกับการเลือก สว. สำนักงานจะนำเสนอที่ประชุม กกต. ในวันจันทร์ที่ 13 พ.ค.นี้ ซึ่งสัปดาห์หน้ามีกำหนดประชุมในวันจันทร์ อังคาร และพุธ เป็นปกติอยู่แล้ว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ตั้งศูนย์ส่วนหน้าดับไฟเหนือ สภารุมสวดรบ.แก้ฝุ่นเหลว
นายกฯ ให้อำนาจผู้ว่าฯ ประกาศภัยพิบัติหรือไม่ หลังค่าฝุ่น PM 2.5 พุ่งหนัก
เคาะค่าไฟ3.95บาท คัดเข้มขึ้นบัตรคนจน
กกพ.เคาะค่าไฟงวดใหม่ พ.ค.-ส.ค.69 อยู่ที่ 3.95 บาท/หน่วย เพิ่มขึ้นน้อยสุด 7 สตางค์
ถอด‘พิพัฒน์’ส่ง‘เอกนิติ’คุมแทน
นายกฯ จ่อตั้ง “เอกนิติ” คุม "ศบก.-พลังงาน" แทน “พิพัฒน์” อ้างเปลี่ยนตัวตามเสียงเรียกร้อง ปชช. ไม่เกี่ยวมีผลประโยชน์ทับซ้อน
ขู่ไร้ผลงานปรับออก ‘อนุทิน’บี้ครม.ใหม่ลุยทันที พรรคส้มสู้ยิบตาคดี44สส.
"อนุทิน” ดินเนอร์ “เนวิน” ร้านประจำ หลังโปรดเกล้าฯ ครม.ใหม่
สั่งบังคับใช้กม.เข้มข้น ปิดป่าแก้วิกฤตฝุ่นเหนือ
นายกฯ ส่ง "สุชาติ-ปลัด มท." ขึ้นเหนือแก้ไฟป่า ลั่นต้องเฉียบขาด อย่าจับปูใส่กระด้ง
เร่งชง‘ไทยช่วยไทยพลัส’อุ้มปชช.
ศบก.ยกระดับวิกฤตน้ำมันเข้าสู่ระยะที่ 2.2 การจัดหามีความยากขึ้น

