“ภูมิธรรม” ตีปี๊บข่าวดี! ส่งออกเดือน ก.ค. มูลค่า 25,720.6 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 15.2% สูงสุดในรอบ 28 เดือน ดอกผลการทำงานรัฐบาล ชี้หุ้นขึ้น 7 วันรวด ตอกย้ำความเชื่อมั่น “นายกฯ อิ๊งค์” พาณิชย์คาด ส.ค.โตต่อเนื่้อง ลุ้นทั้งปีแตะกรอบบนที่ 2%
เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตัวเลขการส่งออกของไทยในเดือนกรกฎาคม 2567 ขยายตัวถึง 15.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า มีมูลค่าถึง 25,720.6 ล้านดอลลาร์ (938,285 ล้านบาท) เป็นอัตราการเติบโตสูงสุดในรอบ 28 เดือน นับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2565 ทั้งนี้ มาจากส่วนของการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร ที่ขยายตัว 8.7% ถือเป็นผลงานที่เริ่มออกดอกออกผลจากการทำงานของรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี
"อีกสัญญาณที่บ่งบอกชัดเจนว่าประชาชนเชื่อมั่น และเฝ้ารอการทำงานของรัฐบาลคือ ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นมาถึง 7 วันติดต่อกัน รวม 7 วัน บวก 74.97 จุด ตั้งแต่วันที่สภาผู้แทนราษฎรมีมติเสียงข้างมากเห็นชอบให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี (16-26 ส.ค. 2567) ถือเป็นความเชื่อมั่นและความคาดหวังการทำงานของประชาชน" นายภูมิธรรมระบุ
ที่กระทรวงพาณิชย์ นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) แถลงว่า การส่งออกเดือน ก.ค.2567 มีมูลค่า 25,720.6 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 15.2% กลับมาขยายตัวเป็นบวก และเติบโตสูงสุดในรอบ 28 เดือน นับตั้งแต่เดือน มี.ค.2565 คิดเป็นเงินบาท มูลค่า 938,285 ล้านบาท การนำเข้ามีมูลค่า 27,093.8 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 13.1% คิดเป็นเงินบาท มูลค่า 999,755 ล้านบาท ขาดดุลการค้า 1,373.2 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นเงินบาท มูลค่า 61,470 ล้านบาท รวม 7 เดือนของปี 2567 (ม.ค.-ก.ค.) การส่งออกมีมูลค่า 171,010.6 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 3.8% คิดเป็นเงินบาท มูลค่า 6,129,300 ล้านบาท การนำเข้า มูลค่า 177,626.5 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 4.4% คิดเป็นเงินบาท มูลค่า 6,437,235 ล้านบาท ขาดดุลการค้า 6,615.9 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นเงินบาท มูลค่า 307,935 ล้านบาท
สำหรับการส่งออกที่เพิ่มขึ้น มาจากการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร เพิ่ม 8.7% โดยสินค้าเกษตร เพิ่ม 3.7% สินค้าอุตสาหกรรมเกษตร เพิ่ม 14.6% สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น ยางพารา ข้าว ไก่สด แช่เย็น แช่แข็ง และแปรรูป อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป อาหารสัตว์เลี้ยง และไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ ส่วนสินค้าที่หดตัว เช่น ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็ง และแห้ง ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง น้ำตาลทราย และเครื่องดื่ม ทั้งนี้ 7 เดือนของปี 2567 ขยายตัวเพิ่ม 4% ขณะที่การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมเพิ่ม 15.6% โดยสินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น สินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ยาง เครื่องโทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ โดย 7 เดือนของปีนี้ ขยายตัว 3.8% ทางด้านตลาดส่งออก ส่วนใหญ่ขยายตัวได้ดี โดยตลาดหลักเพิ่ม 16.2% ได้แก่ สหรัฐ สหภาพยุโรป (27 ประเทศ) และ CLMV เพิ่ม 26.3%, 17.1% และ 19.8% ตามลำดับ จีน เพิ่ม 9.9% และอาเซียน (5 ประเทศ) เพิ่ม 17.8%
“ปัจจัยที่ทำให้การส่งออกเดือน ก.ค.กลับมาขยายตัว มาจากการชะลอตัวของอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยทั่วโลก ช่วยเพิ่มอำนาจซื้อให้กับผู้บริโภค การจ้างงานที่เพิ่มขึ้นและการปรับตัวของค่าจ้างในประเทศคู่ค้าสำคัญ โดยเฉพาะในยุโรป ส่งผลให้การบริโภคฟื้นตัว เป็นปัจจัยบวกต่อการส่งออกของไทย โดยตลาดหลักที่กลับมาฟื้นตัวได้ดี อาทิ สหรัฐ จีน อาเซียน และสหภาพยุโรป” นายพูนพงษ์ระบุ
นายพูนพงษ์กล่าวว่า แนวโน้มการส่งออกเดือน ส.ค.2567 คาดว่าจะขยายตัวได้ต่อเนื่อง และในช่วงที่เหลือของปีนี้อีก 5 เดือน หากส่งออกได้เฉลี่ยเดือนละ 24,000 ล้านเหรียญสหรัฐ การส่งออกทั้งปีจะอยู่ในกรอบเป้าบน คือที่ 2% จากเป้าทั้งปีที่ตั้งไว้ที่ 1-2% ส่วนปัจจัยที่ต้องติดตามคือ เงินบาทที่แข็งค่า ทำให้แข่งขันเรื่องราคาได้ยากขึ้น และต้องดูปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังยืดเยื้อ ทั้งตะวันออกกลาง รัสเซีย-ยูเครน ที่ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยง
นายชัยชาญ เจริญสุข ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตอนนี้เรื่องค่าระวางเรือไม่ใช่ปัญหาที่ต้องหนักใจ แม้ว่ายังอยู่ในระดับสูง แต่มีแนวโน้มอ่อนตัวลง ส่วนค่าระวางไปยุโรป เพิ่มขึ้น 2 เท่า ไปอเมริกา เริ่มอ่อนตัวลง ส่วนตู้คอนเทนเนอร์มีเพียงพอ และค่าเงินบาทที่แข็งค่า ทำให้กำไรลดลง แต่คำสั่งซื้อใหม่ที่จะเข้ามาช่วงปลายปีถึงปีใหม่ ต้องพิจารณาให้รอบคอบ สำหรับเป้าส่งออกทั้งปี มั่นใจว่าจะทำได้ตามเป้า 1-2% ซึ่งเป็นผลมาจากการทำงานร่วมกันของภาครัฐและเอกชน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทาน12ส.ค.
"ในหลวง-พระราชินี" เสด็จฯ ไปในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทาน เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ
เฮลดค่าไฟ6สต. งวด‘ก.ย.-ธ.ค.’ เหลือ3.89บาท
กกพ.เคาะค่าไฟงวด ก.ย.- ธ.ค. ลดลง 6 สตางค์ เหลือ 3.89 บาทต่อหน่วย
อึ้งว่าง8พันบรรจุหมื่นห้า ส้มคาใจ‘กกต.’แจงไม่ชัด
โคตรโกงสอบท้องถิ่น เปิดรายงานผลสอบชุด "ปกรณ์" ชี้พบช่องโหว่ทุกขั้นตอน ทำเป็นขบวนการ ทุจริตชัดแจ้ง
ภท.ไวจัด!ชงกม.ปืน 100มาตราปชช.ปลอดภัยขึ้น‘หนู’เคลียร์ดรามา
“อนุทิน” สั่งจัดระเบียบปืน 10 ล้านกระบอก ย้ำห้ามพกปืนทุกคนเหตุใบอนุญาตหมดอายุแล้ว
เฮศาลไฟเขียว ลต.บอร์ดสปส. 27ก.ย.ตามเดิม
"ษัษฐรัมย์" นำทีมก้าวหน้าเฮ! ศาลปกครองพิพากษาเพิกถอนคำสั่งชะลอเลือกตั้ง "บอร์ดประกันสังคม"
ทูลเกล้าฯหมอสรณพ้นปธ.กสทช.
นายกฯ เผยทูลเกล้าฯ ให้ “นพ.สรณ” พ้นประธาน กสทช.แล้ว

