ทอน-เท้งไม่กล้าแตะแม้ว ร้องกกต.ซื้อเสียง52เรื่อง

“อิทธิพร” ยืนยันความพร้อมเลือกตั้งสมาชิก-นายก อบจ. ย้ำแจ้งเอกชนเปิดโอกาสแรงงานออกไปใช้สิทธิ เผยมีร้องซื้อเสียงแล้ว 52 เรื่อง  "พ่อนายกฯ" ฟิตลุยอีสาน 4 จังหวัด "นครพนม-บึงกาฬ-หนองคาย-มหาสารคาม" จัดหนัก 3 วัน 9 เวที  “ธนาธร-เท้ง” ไม่กล้าแตะ "ทักษิณ" บอกแค่สีสันทำคนตื่นตัว โยนสังคมตัดสินรัฐบาลแจกหมื่นช่วงใกล้เลือกตั้ง ศาล รธน.ตีตกคำโต้แย้ง “รัชนี พลซื่อ” 

เมื่อวันที่ 15 มกราคม นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)  เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนางาน ยกระดับมาตรฐานการทำงานและการบริหารจัดการภายใน เพื่อเตรียมการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น และแผนงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 พร้อมทั้งรับฟังปัญหา อุปสรรค และข้อคิดเห็นของผู้บริหารสำนักงาน กกต. ในแต่ละประเด็นมาพิจารณาเพื่อหาแนวทางแก้ไข และนำข้อสังเกต ข้อเสนอแนะของคณะกรรมการการเลือกตั้งนำไปสู่การปฏิบัติ  เพื่อให้ทิศทางการดำเนินงานของสำนักงาน กกต. เป็นไปในแนวทางเดียวกัน มีการบูรณาการร่วมกัน ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลเพิ่มขึ้น  

นายอิทธิพรให้สัมภาษณ์ถึงความพร้อมการจัดเลือกตั้งสมาชิกและนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ที่จะมีการเลือกตั้งในวันที่ 1 ก.พ.นี้ว่า พยายามเตรียมการให้มากที่สุด โดยอาศัยประสบการณ์จากการจัดการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา โดยภาพรวมสถานการณ์ขณะนี้ยังเรียบร้อยดี ไม่มีประเด็นใดที่รายงานมาแล้วถึงขั้นต้องแก้ไข ซึ่งวันนี้เป็นการประชุม ผอ.กกต.ประจำจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อซักซ้อมความเข้าใจและเพื่อให้การปฏิบัติงานของเราที่จะมีขึ้นในวันที่ 1 ก.พ. เป็นไปโดยมีมาตรฐานเดียวกัน

ส่วนที่เกี่ยวกับเรื่องให้ประชาชนมาใช้สิทธินั้น  กกต.ได้มีหนังสือขอความร่วมมือไปถึงกระทรวงแรงงานและกระทรวงอุตสาหกรรม ให้มีหนังสือถึงสภาอุตสาหกรรมและหอการค้า เพื่อให้อนุญาตให้ลูกจ้างออกมาใช้สิทธิวันที่ 1 ก.พ. ซึ่งมีกฎหมายกำกับไว้ว่า หากผู้บังคับบัญชาหรือนายจ้างขัดขวางหน่วงเหนี่ยวไม่ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปใช้สิทธิจะมีความผิดตามกฎหมาย ซึ่งได้รับความร่วมมือจากสภาหอการค้าประจำจังหวัด ทั้งนี้ เป็นเรื่องปกติที่จะมีหนังสือแจ้งไปถึงระดับจังหวัดเพื่อขอความร่วมมือ โดยดำเนินการไปตั้งแต่วันที่ 13 ธ.ค.2567 แล้ว   

ประธาน กกต.เปิดเผยว่า ขณะนี้มีคำร้องเข้ามา 52 เรื่อง ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องซื้อเสียง ส่วนมาตรการการป้องกันป้องปราม ได้แต่งตั้งผู้ตรวจการเลือกตั้งและผู้ช่วยตรวจการเลือกตั้งลงพื้นที่ไปประมาณ 2 สัปดาห์แล้ว นอกจากนี้ ยังมีชุดเคลื่อนที่เร็วของตำรวจเข้ามาช่วย ทั้งนี้ ขอประชาสัมพันธ์ให้ผู้ที่มีสิทธิเลือกตั้งและประชาชนผู้มีความสนใจมีส่วนในการเลือกตั้ง ติดตามให้เบาะแสที่เป็นประโยชน์เพื่อป้องกันการทุจริตการเลือกตั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับตารางการลงพื้นที่ของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงผู้สมัครนายก อบจ.พรรคเพื่อไทย พท. ในพื้นที่ภาคอีสานช่วงเดือน ม.ค.นี้ โดยในวันที่ 18 ม.ค. นายทักษิณจะเดินทางจากท่าอากาศยานดอนเมือง ไปท่าอากาศสกลนคร เพื่อช่วยนายอนุชิต หงษาดี ผู้สมัครนายก อบจ.นครพนม หาเสียง และมีเวทีปราศรัยทั้งหมด 3 เวที คือ เวทีแรกเวลา 09.30-11.30 น. ที่อาคารโดมวิทยาลัย อ.ธาตุพนม จ.นครพนม, เวทีที่ 2 เวลา 12.30-14.00 น. ที่หอประชุมโรงเรียนนครพนมวิทยาคม อ.เมืองนครพนม และเวทีที่ 3 เวลา 14.00-15.30 น. ที่โดมสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติเทศบาลตำบลศรีสงคราม จากนั้นนายทักษิณจะเดินทางไปค้างที่ จ.บึงกาฬ เพื่อขึ้นเวทีปราศรัยในวันรุ่งขึ้น

ส่วนวันที่ 19 ม.ค. นายทักษิณจะขึ้นเวทีปราศรัยที่โรงเรียนบึงกาฬ อ.เมืองฯ จ.บึงกาฬ ในเวลา 08.00-09.30 น. เพื่อช่วยว่าที่ ร.ต.ภูมิพันธ์ บุญมาตุ่น ผู้สมัครนายก อบจ.บึงกาฬ หาเสียง  จากนั้นในเวลา 10.00-12.00 น. จะเดินทางไปที่วัดพุทธอุทยานนานาชาติ อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย เพื่อช่วยนายวุฒิไกร ช่างเหล็ก ผู้สมัครนายก อบจ.หนองคาย หาเสียง และขึ้นเวทีปราศรัยที่ จ.หนองคายอีกครั้ง ที่โรงเรียนท่าบ่อ อ.ท่าบ่อ ในเวลา 13.00-15.00 น. หลังจากนั้นจะเดินทางไป จ.ขอนแก่น เพื่อเตรียมความพร้อมช่วยนายพลพัฒน์ จรัสเสถียร ผู้สมัครนายก อบจ.มหาสารคาม หาเสียงในวันถัดไป

สำหรับวันที่ 20 ม.ค. นายทักษิณจะเดินทางมาขึ้นเวทีปราศรัยที่ จ.มหาสารคาม ทั้งหมด 3 เวที โดยเวทีแรก เวลา 08.30-10.00 น. ที่โดมเทศบาล อ.เชียงยืน, เวทีที่สอง เวลา 10.30-12.00 น. ที่โรงฝึกกีฬาอเนกประสงค์ สถาบันการพละศึกษา วิทยาเขตมหาสารคาม อ.เมืองฯ จ.มหาสารคาม และเวทีที่สาม เวลา 14.00-15.00 น. ที่ศูนย์ประสานงานพรรคเพื่อไทย อ.พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม ซึ่งหลังเสร็จสิ้นการปราศรัยที่ จ.มหาสารคาม นายทักษิณจะเดินทางกลับกรุงเทพฯ  ในวันเดียวกัน

ที่รัฐสภา นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ในฐานะผู้ช่วยหาเสียง กล่าวว่า พรรคประชาชนตั้งใจหาเสียงเต็มที่ ตนเพิ่งกลับมาจากการหาเสียงภาคใต้ พรรคส่งทั้งหมด 4 จังหวัดในภาคใต้ ประกอบด้วย สงขลา ภูเก็ต พังงา และสุราษฎร์ธานี ซึ่งได้รับเสียงตอบรับจากประชาชนที่ดี พวกเราต้องการชนะเพื่อแสดงฝีมือการบริหาร การขับเคลื่อน และการจัดสรรงบประมาณ

เมื่อถามว่า คิดอย่างไรที่ผู้ช่วยหาเสียงพูดถึงนโยบายระดับประเทศ นายธนาธรกล่าวว่า แล้วแต่รูปแบบของแต่ละพรรค คิดว่ามีการเชื่อมโยงอยู่ระหว่างประเทศกับจังหวัด จะให้แยกออกจากกันโดยสิ้นเชิงคงไม่ได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐบาลแจกเงินหมื่นให้กลุ่มผู้สูงอายุในวันที่ 27 ม.ค. ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งนายก อบจ.เพียง 5 วัน ถือเป็นการเอื้อประโยชน์ให้ฝ่ายรัฐบาลหรือไม่ นายธนาธรกล่าวว่า ขอให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจด้วยตนเองดีกว่า

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ใช้เวลาช่วงเช้าก่อนเข้าประชุมสภา เดินช่วยผู้สมัครนายก อบจ.นนทบุรี หาเสียงที่ตลาดนัดหลังการไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคักและเรียบง่าย มีประชาชนเข้ามาสะท้อนถึงปัญหาในพื้นที่

นายณัฐพงษ์เปิดเผยว่า สุดสัปดาห์นี้จะลงพื้นที่เชียงใหม่ ลำพูน จะมีเวทีปราศรัยใหญ่เช่นเดียวกัน อยากให้ติดตาม เนื่องจากจะมียุทธศาสตร์ดาวกระจาย แกนนำพรรคกระจายลงพื้นที่หาเสียง ยังยืนยันเป้าหมายเดิมว่าทุกภูมิภาคต้องมีอย่างน้อย 1 จังหวัดที่พรรคประชาชนชนะ  อบจ.

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีพรรคคู่แข่งใช้กลยุทธ์ผู้ช่วยหาเสียงเบอร์ใหญ่ อย่างนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กังวลหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ไม่ได้กังวลใดๆ ทั้งสิ้น มองว่าเป็นสีสันและทำให้ประชาชนมีความตื่นตัวมากขึ้น ยิ่งพ่อแม่พี่น้องได้รับทราบข่าวสาร ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งมากเท่าไหร่ ยิ่งเป็นประโยชน์มากเท่านั้น

วันเดียวกัน ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้พิจารณากรณีศาลอุทธรณ์ภาค 4 ส่งคำโต้แย้งของนางรัชนี พลซื่อ ผู้โต้แย้ง จากคดีที่ถูก กกต.ยื่นฟ้องขอให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือสิทธิเลือกตั้งและสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ ในคดีหมายเลขดำที่ ลต อบจ 1/2567 ทั้งนี้ ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก 8 ต่อ 1 เสียง วินิจฉัยว่าพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2562 มาตรา 64 (4) ไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 26 และ 27 วรรคหนึ่งและวรรคสาม และมีมติเอกฉันท์ว่ามาตรา 65  วรรคหนึ่ง (2) ไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 26 และ 27 วรรคหนึ่งและวรรคสาม.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นิด้าโพล ชี้ประชาชนเชื่อ กกต.ไม่สามารถลงโทษผู้ทุจริตการเลือกตั้งได้

ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจเรื่อง “กกต. จะลงโทษผู้ทุจริตการเลือกตั้ง ได้ไหม” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 11-12 กุมภาพันธ์ 2569

‘กล้าธรรม’หนาว! ‘โฆษกภท.’เผยในทางการเมืองไม่มีการการันตีอะไรทั้งนั้น

เพื่อไทยชักแม่น้ำทั้ง 5 รองรับการเข้าร่วมรัฐบาลอนุทิน "ยศชนัน" ยอมรับไม่ใช่เรื่องง่าย กราบขออภัยจากใจ หลังมีทั้งคนเห็นด้วย-ไม่เห็นด้วย แต่ส่วนใหญ่บอกให้ร่วม

ตามจิกบาร์โค้ด ‘ส้ม’ฟ้อง‘กกต.’

ยังไม่ยอมแพ้ พรรคประชาชนชี้การมีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ทำลายหลักลงคะแนนโดยลับ-เปิดช่องทุจริต จี้ กกต.เร่งเปิดรายงานผลการนับคะแนนทุกหน่วย

นึกว่า‘รังสแกมเมอร์’!

"ไอติม" ดิ้น! แก้ข่าว "สเปกเตอร์ ซี" ไอโอสีส้ม เจอพิรุธเพียบ! ยอมรับเป็นบริษัทของเลขาฯ พรรค แต่ไม่ได้ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร เผยชั้น 4 ที่ทำการพรรคเป็นที่ทำการของพนักงานประจำ

พรรคส้ม หันพึ่งศาล! เชือด 'กกต.' เซ่นเลือกตั้ง

พรรคประชาชน ชี้เปรี้ยงการมีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ทำลายหลักลงคะแนนโดยลับ-เปิดช่องทุจริต จี้ กกต. เร่งเปิดรายงานผลการนั