“พิชัย” เปิดงานจำหน่ายสินค้าราคาประหยัด ภายใต้โครงการ “ชูใจ วัยเก๋า” นำสินค้าอุปโภคบริโภค 10 หมวด กว่า 1,000 รายการ ลดสูงสุด 70% และยังมีสินค้าไฮไลต์ ทั้งไข่ไก่ น้ำตาล น้ำมันปาล์ม ข้าวหอม ส้มและหอมหัวใหญ่ มาจำหน่ายให้กับพี่น้องประชาชนและผู้สูงวัย เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพ และเพิ่มทางเลือกในการซื้อสินค้า หลังได้รับเงินหมื่นจากรัฐบาล
นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ได้ดำเนินการสนับสนุนรัฐบาลโดยการนำของท่านนายกรัฐมนตรี ได้ให้ความสำคัญกับการดูแลประชาชนในทุกมิติ ทั้งการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส และมุ่งเน้นการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพิ่มเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจของประเทศ จึงได้จัดงานจำหน่ายสินค้าราคาประหยัด ระหว่างวันที่ 11-14 กุมภาพันธ์ 2568 ณ บริเวณสนามฟุตบอลเคหะชุมชนร่มเกล้า เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร (กทม.) โดยได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการ ห้างสรรพสินค้า ห้างท้องถิ่น กลุ่มเกษตรกร ผู้ผลิตรายกลางและรายย่อย (SMEs) วิสาหกิจชุมชน นำสินค้าอุปโภคบริโภคมาจำหน่ายรวม 10 หมวด กว่า 1,000 รายการ ลดสูงสุด 70% อาทิ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง ซอสปรุงรส น้ำยาซักผ้า ของใช้ประจำวัน เครื่องครัวเครื่องแต่งกาย อุปกรณ์ช่าง เครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าชุมชน เป็นต้น
ทั้งนี้ ภายในงานยังมีการจำหน่ายสินค้าไฮไลต์ และสินค้าผลไม้ที่เชื่อมโยงจากกลุ่มเกษตรกร ในราคาพิเศษทุกวัน อาทิ ไข่ไก่เบอร์ 2-3 แผงละ 95 บาท, น้ำตาลทราย กิโลกรัมละ 23 บาท, น้ำมันพืชปาล์ม ขวดละ 48 บาท, ข้าวหอม (5 กก.) ถุงละ 120 บาท, ส้มสายน้ำผึ้ง กิโลกรัมละ 60 บาท และหอมหัวใหญ่ กิโลกรัมละ 25 บาท
“ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนวัยเก๋าในการเคหะร่มเกล้า มาเลือกซื้อสินค้าราคาประหยัด โดยมีสินค้าที่จำเป็นต่อการครองชีพครบถ้วน ทั้งของกินของใช้ และผลไม้ตามฤดูกาล และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับพี่น้องประชาชนได้ตามเป้าหมาย” นายพิชัยกล่าว
ที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล ที่ให้ความสำคัญกับการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส และกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงการเพิ่มทางเลือกในการซื้อสินค้า สำหรับกลุ่มผู้สูงอายุเกิน 60 ปี ที่ได้รับเงินหมื่นจากรัฐบาล โดยล่าสุดกระทรวงพาณิชย์ได้ร่วมมือกับผู้ประกอบการทั้งในส่วนผู้ผลิต ผู้จำหน่าย ห้างค้าส่ง-ค้าปลีก ลดราคาสินค้าที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงวัยทั่วประเทศ ระยะเวลา 91 วัน จนถึงวันที่ 31 เมษายน 2568 ซึ่งเป็นกิจกรรมหนึ่งที่สนับสนุนนโยบายของรัฐบาล ในการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน และยังเป็นการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าให้แก่ผู้ประกอบการ ผู้ผลิตรายกลางและรายย่อย (SMEs) กลุ่มเกษตรกร และวิสาหกิจชุมชน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
งบกลาง2พันล. เยียวยาคนกรุง เกณฑ์เดียวตจว.
"ภราดร" ยันเยียวยาน้ำท่วมคนกรุงเทพฯ เต็มที่ กันงบกลางปี 69
มหาอุทกภัยฉุดศก.พัง1.2หมื่นล้าน
"หอการค้าไทย" ประเมิน "น้ำท่วม" 5 วัน ฉุดเศรษฐกิจพังยับ 1.2 หมื่นล้านบาท
กกต.รอดคดีบัตรเลือกตั้งศร.แนะเปลี่ยนรูปแบบ
กกต.รอด! มติศาล รธน.เอกฉันท์ QR Code บนบัตรเลือกตั้งไม่ขัดรัฐธรรมนูญ
อย่าไปหาใครทำผิด รัฐบาลโบ้ย‘ภัยธรรมชาติ’ กทม.7หมื่นรายรออาหาร
“มหาอุทกภัย” กระทบแล้ว 27 จังหวัด “อนุทิน” หารือด่วนสั่งเร่งบูรณาการช่วยเหลือ
พท.ยึดเก้าอี้อบจ.ขอนแก่น
รองเลขาธิการ กกต.ส่งทีมสืบสวนลงพื้นที่เลือกตั้งนายก อบจ.ขอนแก่น บอกยังไม่มีเรื่องร้องเรียนใดๆ รองผู้ว่าฯ หวัง ปชช.ใช้สิทธิ 60% เด็กเพื่อไทยหนุนกวาดชัยเก้าอี้
ทุกภาคส่วนรวมใจ ระดมช่วยอุทกภัย!
รัฐบาลย้ำสิทธิ “ม.33” เจอภัยธรรมชาติจนทำงานไม่ได้ รับเงินทดแทน 50% ไม่เกิน 90 วัน ยันสินค้าอุปโภคบริโภคมีพอ

