“ประเสริฐ” เผยยังไม่เคาะประเภทพนันออนไลน์ แต่ “บอล-มวย” มีแน่ เล็งดันเข้า ครม.เม.ย.นี้ “อดีตคนพรรคเพื่อไทย” ซัดตรรกะวิบัติ นักวิชาการชี้ร่าง กม.กาสิโนฉบับกฤษฎีกาแทบไม่ต่างจากคลัง เปิดช่องทุจริตเชิงนโยบาย สร้างระบบหากินร่วมกันระหว่างผู้ประกอบการกับเจ้าหน้าที่รัฐ
เมื่อวันศุกร์ที่ 21 ก.พ.2568 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการแก้กฎหมายเพื่อให้มีการพนันออนไลน์ถูกกฎหมายว่า คณะทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงมหาดไทย, ดีอี และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้ประชุมผ่านกันไปแล้ว 2 ครั้ง แต่ยังไม่ได้ข้อยุติ ซึ่งคิดว่าจะประชุมอีกครั้งหนึ่ง คาดว่าน่าจะได้ข้อสรุปเพื่อนำไปเป็นร่างกฎหมายระดับรองต่อไป และกำลังพิจารณาว่าจะออกเป็นพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) หรือประกาศกฎกระทรวง ซึ่งพนันออนไลน์ที่ต้องทำให้ถูกกฎหมายจะมีเรื่องพนันบอลออนไลน์และมวยออนไลน์ ส่วนจะมีการพนันประเภทอะไรเพิ่มเติมนั้น ยังไม่ได้ข้อสรุป
“หลังจาก 3 หน่วยงานคุยกันเรียบร้อยแล้ว ก็ต้องยกร่างกฎกระทรวงหรือพระราชกฤษฎีกา ซึ่งต้องมีอีกหลายกระบวนการ อาทิ การรับฟังความคิดเห็นก่อนนำเข้า ครม. คาดว่าจะอยู่ในกรอบของเดือน เม.ย.นี้”
ด้านนายสามารถ แก้วมีชัย อดีตรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) โพสต์เฟซบุ๊กในเรื่องการพนันว่า ตรรกะวิบัติ ปราบการพนันไม่ได้ รัฐจึงมีนโยบายออกกฎหมายให้เล่นการพนันได้ ทั้งไปเล่นที่บ่อนหรือเล่นออนไลน์ โดยอ้างเหตุผลว่าจะสามารถควบคุมกันได้ ถือเป็นการยอมสยบปัญหา หันมาส่งเสริมอบายมุขแทน
ส่วน รศ.ดร.ชิดตะวัน ชนะกุล อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) นักวิชาการที่ติดตามนโยบายสาธารณะของรัฐบาลที่ต้องการเปิดกาสิโนในประเทศไทย กล่าวถึงร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ..... หรือเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่อยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็นว่า ร่างที่กฤษฎีกาปรับแก้ไขนั้นไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญจากร่างของกระทรวงการคลัง โดยเฉพาะจุดที่สุ่มเสี่ยงต่อการทุจริตเชิงนโยบายในอนาคต อาทิ มาตรา 18 (2) ที่ระบุว่าให้คณะกรรมการนโยบายซึ่งมีนายกฯ เป็นประธาน เสนอแนะอัตราภาษีกาสิโนต่อ ครม. ที่มีนายกฯ เป็นประธานเช่นกัน ซึ่งการที่ร่าง พ.ร.บ.ไม่ระบุภาษีที่จะเก็บจากธุรกิจกาสิโนให้ชัดเจน ว่าจะมีประเภทใดบ้าง ในอัตราเท่าใด จะนำไปสู่การทุจริตเชิงนโยบายในอนาคต เพื่อเอื้อประโยชน์มหาศาลให้กับผู้ประกอบการกาสิโน
เช่นเดียวกับมาตรา 18(10) ก็กำหนดให้คณะกรรมการนโยบายมีหน้าที่และอำนาจในการกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมของผู้ประกอบการที่ได้รับใบอนุญาต แต่ต้องไม่เกินอัตราตามบัญชีแนบท้าย พ.ร.บ.นี้ ซึ่งเมื่อพิจารณาอัตราค่าธรรมเนียมตามบัญชีแนบท้ายในการได้ใบอนุญาตครั้งแรกอยู่ที่ไม่เกิน 5,000 ล้านบาท ดังนั้น จึงแปลความได้ว่า คณะกรรมการนโยบายสามารถกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมใบอนุญาตครั้งแรกที่จำนวนเงินเท่าใดก็ได้ แต่ต้องไม่เกิน 5,000 ล้านบาท ประเด็นนี้ก็ก่อให้เกิดการทุจริตเชิงนโยบายได้เช่นกัน เช่น คณะกรรมการนโยบายในอนาคตอาจจะอ้างว่าเพื่อดึงดูดนักลงทุนให้เข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมกาสิโน ดังนั้น เห็นควรเก็บค่าใบอนุญาตครั้งแรกที่ 500 ล้านบาท เป็นต้น
ดร.ชิดตะวันกล่าวต่อว่า เมื่อพิจารณาข้อเท็จจริงที่ผ่านมา พบว่าประเทศกำลังพัฒนาที่มีการแพร่หลายของการคอร์รัปชันในระดับวิกฤต มักปรากฏนโยบายปรับลดอัตราภาษีเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุน โดยอ้างเหตุผลการดึงดูดการลงทุนจากเอกชน และเพิ่มการจ้างงานในประเทศ เช่น เมื่อต้นปี 2568 ประธานบอร์ด Philippines Amusement and Gaming Corporation (PAGCOR) ของฟิลิปปินส์ ระบุอย่างชัดเจนว่า รัฐบาลฟิลิปปินส์มีการปรับลดอัตราภาษีที่จัดเก็บจากผู้ให้บริการพนันออนไลน์มาอย่างต่อเนื่อง เพราะธุรกิจเหล่านี้มีต้นทุนค่าใช้จ่ายด้านอื่นสูง และเพื่อลดการพนันออนไลน์ผิดกฎหมาย เป็นต้น หรือแม้แต่การเก็บภาษีจากธุรกิจ Integrated Resort (IR) ที่มีบ่อนกาสิโน โดย Integrated Resort ก็มีลักษณะเช่นเดียวกับเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ที่รัฐบาลไทยกำลังผลักดันให้เกิดขึ้น โดยรัฐบาลฟิลิปปินส์เก็บภาษีจากธุรกิจ IR ซึ่งรวมการพนันกาสิโน ในระดับที่ต่ำมาก อีกทั้งมีมาตรการส่งเสริมการลงทุน ซึ่งยกเว้นหรือลดหย่อนภาษีให้อย่างต่อเนื่อง จนทำให้รัฐมีรายได้รวมจากการจัดเก็บภาษีจากธุรกิจ IR ที่มีบ่อนกาสิโนรวมอยู่ด้วย คิดเป็นเพียงประมาณ 5% ของรายได้รวมของอุตสาหกรรมนี้เท่านั้น
นักเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์กล่าวต่อไปว่า การที่รัฐบาลฟิลิปปินส์มีนโยบายจัดเก็บภาษีจากธุรกิจเหล่านี้ในอัตราที่ต่ำ ทำให้บริษัทข้ามชาติและอภิมหาเศรษฐีของฟิลิปปินส์ ซึ่งนอกจากจะเป็นเจ้าของธุรกิจเครือยักษ์ใหญ่ของประเทศแล้ว ยังเป็นเจ้าของ Integrated Resort ที่มีกาสิโนรวมอยู่ด้วย ได้รับผลประโยชน์มหาศาลจากการเสียภาษีที่น้อย ในขณะที่ประเทศในภาพรวมเกิดหายนะ เพราะรัฐมีรายได้ที่จะใช้เป็นงบประมาณเพื่อประโยชน์ของประชาชนคนส่วนใหญ่ของประเทศในระดับต่ำ ซ้ำเติมความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจของประเทศให้ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น โดยอภิมหาเศรษฐีได้รับกำไรมหาศาลจากการให้บริการ Integrated Resort ที่มีกาสิโนรวมอยู่ด้วย แต่คนฟิลิปปินส์ส่วนใหญ่ยากจนข้นแค้น ไม่สามารถลืมตาอ้าปากได้
ดร.ชิดตะวันยังกล่าวถึงการกำหนดให้คนไทยที่จะเข้ากาสิโนได้ต้องมีบัญชีเงินฝากประจำไม่น้อยกว่า 50 ล้านบาทต่อเนื่องกันไม่น้อยกว่า 6 เดือน ว่าการเปิดกาสิโนในหลายจังหวัด ครอบคลุมทุกภูมิภาคของประเทศ ตามนโยบายของรัฐบาล เป็นกรณีที่ชัดเจนว่ากลุ่มเป้าหมายคือคนไทย แต่การตั้งข้อกำหนดมิให้คนไทยส่วนใหญ่เข้าในกาสิโนนั้น จะทำให้ธุรกิจกาสิโนที่มีจำนวนมากไม่สามารถทำกำไรได้ ดังนั้น การที่รัฐบาลระบุว่าเปิดกาสิโนทั่วประเทศ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ จึงเป็นคำพูดที่ไม่สมเหตุสมผล
“การอนุญาตให้มีธุรกิจการพนันกาสิโนถูกกฎหมาย ภายใต้บริบทการคอร์รัปชันที่แพร่หลาย ในทางปฏิบัติจะทำให้เกิดช่องทางในการแสวงหาประโยชน์ร่วมกัน ระหว่างผู้ประกอบการธุรกิจกาสิโนกับเจ้าหน้าที่รัฐ เพราะงานวิจัยชี้ชัดว่า การคอร์รัปชันที่สูงและธรรมาภิบาลภาครัฐที่ต่ำ จะทำให้การลงทุนจากต่างประเทศลดลง” ดร.ชิดตะวันระบุ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘กสทช.’เน่าสนิท ประชุมล่มรอบ3 กดดัน‘สรณ’ถอย
เน่าสนิท! ประชุม "บอร์ด กสทช." ล่มอีกเป็นครั้งที่ 3 เพราะองค์ประชุมไม่ครบ
ข้อมูลรั่วทั้ง19กระทรวง หวั่นขายให้‘สแกมเมอร์’
นายกฯ สั่งทุกหน่วยงานตรวจสอบข้อเท็จจริงข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล
ไทยหนุนเมียนมา กลับสู่‘อาเซียน’ ตั้งกก.แก้มลพิษ
"อนุทิน” เปิดทำเนียบฯ ต้อนรับ “มิน อ่อง หล่าย” อบอุ่น หารือเต็มคณะชื่นมื่น
ดึงเงินกู้พลังงานใช้ไทยเที่ยวไทย
"ศุภจี” ยังไม่ชง “ไทยเที่ยวไทยพลัส” เข้า ครม.เดือน ส.ค.นี้
ล้างคนโกงจบ31สค. มท.พร้อมรับมือหากถูกฟ้อง ‘โรม’คาใจตัดตอนการเมือง
"ก.กลาง" ยึดตามมติ "กสถ." ฟันโกงสอบท้องถิ่น 5,925 ราย ส่วน 97 รายรอ ป.ป.ช.
‘กสทช.’ล่มซํ้า กก.วอล์กเอาต์ หมอสรณสู้ต่อ
บอร์ด กสทช.ล่มซ้ำ! 4 กรรมการวอล์กเอาต์ หวั่นผิดกฎหมายปมสถานะประธาน "หมอสรณ" ยันทำหน้าที่ต่อ

