"ภูมิธรรม" หาม "ที่ปรึกษาประธานอาเซียน" มือดับไฟใต้รัฐบาลเพื่อไทย ชี้เป็นตัวประสานความร่วมมือ 3 ประเทศ ส่งสัญญาณเดินหน้าพูดคุยสันติสุข "สส.ปชน.- สว.สงขลา" ประสานเสียงไม่เชื่อน้ำยาปิดจบม้วนเดียวหนึ่งปี ชี้แค่คุยฟุ้งวาทกรรมการเมืองหาเสียงในพื้นที่ ฉีกหน้า "ทักษิณ" เล่นบทขออภัยตากใบ แต่ พท.อุ้มจำเลยจนหมดอายุความ เชื่อไม่ง่ายสำหรับครอบครัวผู้สูญเสียที่ยังเรียกร้องความเป็นธรรม “จตุพร” ฟาดไม่สำนึกรับผิดชอบ นโยบายผิดพลาดทำ ปชช.เสียชีวิต
เมื่อวันจันทร์ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีการลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ร่วมกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่าหัวใจสำคัญหลังจากที่นายทักษิณได้ลงพื้นที่ ท่านสามารถประสานงานกับผู้นำประเทศ 3 ประเทศที่อยู่ในพื้นที่ได้ ทั้งบรูไน อินโดนีเซีย มาเลเซีย ซึ่งจากการพูดคุยกันทุกประเทศมีความเป็นห่วง และอยากให้ภาคใต้สงบ อยากเห็นสังคมพหุนิยม เช่นเดียวกับประเทศตะวันออกกลางที่อยู่กันได้ทั้ง 3 ศาสนา ไม่เห็นมีปัญหาอะไร
“ซึ่งหลังจากที่นายทักษิณได้ฟังปัญหาในพื้นที่แล้ว คิดว่าการแก้ไขปัญหาไม่น่าจะยากมาก หากได้มีการประสานความร่วมมือกันระหว่าง 3 ประเทศ ดังนั้นปีนี้น่าจะเห็นสัญญาณที่ชัดเจน จะมีทิศทางที่ดีขึ้น และปีหน้าจะหาทางจบเรื่องนี้ ซึ่งถือว่าเป็นแนวคิดที่ดีที่รัฐบาลจะต้องนำมาพิจารณา ในฐานะที่ตนรับผิดชอบงานภาคใต้น่าจะหาทางออกได้” นายภูมิธรรมระบุ
นายภูมิธรรมกล่าวว่า ยืนยันว่ากระบวนการพูดคุยยังมีอยู่ เพียงแต่ไม่มั่นใจที่พูดคุยเป็นระดับไหน สามารถแก้ไขปัญหาได้หรือไม่ จึงอยากให้เดือนรอมฎอนเป็นตัวพิสูจน์ว่าต้องไม่มีการก่อเหตุ หยุดสร้างความรุนแรง
นายรอมฎอน ปันจอร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวว่า แม้ว่าจะเดินทางลงพื้นที่ในหมวกของที่ปรึกษาประธานอาเซียนและอดีตนายกฯ แต่ก็สะท้อนให้เห็นบทบาทที่เป็นตัวจริง ในการกำหนดทิศทางของงานด้านความมั่นคงของรัฐบาลปัจจุบัน ข้อความทางการเมืองที่สำคัญที่สุดคือ การขออภัยต่อการบริหารงานที่ผิดพลาดในสมัยที่นายทักษิณดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นประเด็นคาใจประชาชนในพื้นที่มาโดยตลอด นี่จะไม่ใช่ครั้งแรกที่คุณทักษิณขอโทษ การกระทำของรัฐบาลยังสะท้อนความไม่จริงใจ
“เมื่อพิจารณาว่าเป็นคำกล่าวในช่วงที่อายุความของคดีตากใบสิ้นสุดลงในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา หรือผ่านมาแล้ว 4 เดือน ท่ามกลางคำถามที่ว่ารัฐบาลได้พยายามมากเพียงพอหรือไม่ ที่จะโน้มน้าวให้จำเลยที่ประชาชนผู้เสียหายฟ้องร้องดำเนินคดีที่ศาลประทับรับฟ้องแล้ว ให้เดินทางไปเบิกตัวต่อศาล คำถามที่ว่านี้พุ่งตรงไปที่รัฐบาลปัจจุบัน เนื่องจากจำเลยคนสำคัญมีสถานะเป็น สส.ของพรรคเพื่อไทยเอง” นายรอมฎอนระบุ
นายรอมฎอนระบุว่า นอกจากนี้การที่นายทักษิณพูดว่า เหตุการณ์ตากใบเป็นความผิดพลาดในการทำงาน ยังเป็นการลดทอนความสำคัญของรากเหง้าปัญหา และยังเรียกร้องฝ่ายเดียวให้ประชาชนให้อภัย โดยไม่ได้พูดสิ่งที่สำคัญที่สุดเลย คือรัฐบาลจะทำอย่างไรให้เกิดสันติภาพในพื้นที่
นายรอมฎอนยังกล่าวว่า นายทักษิณยังเน้นย้ำหลายครั้งถึงสถานะของการพูดคุยสันติภาพ และทิศทางการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายใต้กรอบคิดและยุทธศาสตร์ใหม่ แต่ก็มีลักษณะที่คลุมเครือและไม่ชัดเจน ว่าจะผลักดันและขับเคลื่อนไปอย่างไร
“คุณทักษิณส่งสัญญาณว่าจะต้องจบ แต่ก็ไม่ได้ให้ความมั่นใจว่าจะเดินไปในทิศทางใด การพูดคุยสันติภาพที่จะนำไปสู่สันติสุขนั้น จะหมายถึงการบรรลุถึงข้อตกลงสันติภาพหรือไม่ หรือเป็นเพียงการพูดคุยกันเฉยๆ โดยไม่ได้คาดหวังถึงความคืบหน้าใดๆ ตรงนี้ไม่ชัดเจน คำถามก็คือคำว่าจบในความหมายนี้คืออะไร สิ่งนี้ยังคงคลุมเครือ ซึ่งอาจจะสะท้อนความไม่จริงใจ หรือไม่มีเจตจำนงทางการเมืองของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ในการสร้างสันติภาพในพื้นที่ชายแดนใต้จริงๆ”
นายรอมฎอนเปิดเผยว่า วันที่ 27 ก.พ.นี้ ตนได้เสนอบรรจุวาระการประชุมของคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ เพื่อพิจารณาสถานะของกระบวนการพูดคุยสันติภาพ และยุทธศาสตร์ดับไฟใต้ใหม่ของรัฐบาล โดยจะมีการเชิญรองนายกรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจง หวังว่าจะได้หารือและรับทราบสาระสำคัญที่รัฐบาลกำลังคิดและดำเนินการอยู่จริง
ด้านนายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กล่าวว่า การจะดับไฟใต้ให้ได้ภายใน 1 ปี หรือภายใต้รัฐบาลบุตรสาว น.ส.แพทองธาร ยังเป็นไปได้ยาก วันนี้ขบวนการแบ่งแยกดินแดนของบีอาร์เอ็นยังมีความเข้มแข็ง และยังดำเนินยุทธศาสตร์ที่เหนือกว่าหน่วยงานความมั่นคงของไทย ยังได้เปรียบทุกอย่าง เมื่อเป็นอย่างนี้การที่จะยุติปัญหาไฟใต้จึงมีอยู่ทางเดียว คือนายทักษิณทำตามคำแนะนำของนายกฯ มาเลเซีย ที่เคยแนะนำนายกฯ ของไทยทุกคนที่ผ่านมา นั่นคือให้สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยเป็นเขตปกครองพิเศษ หรือเป็นเขตปกครองตนเอง ซึ่งหากเป็นเช่นนี้ต้องถามว่าคนไทยยอมหรือไม่
“วันนี้ฝ่ายความมั่นคงของไทย ยังไม่มีอะไรที่ทำให้เห็นว่าเหนือกว่าบีอาร์เอ็น แม้แต่สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ที่ถูกนายภูมิธรรมยังต้องสั่งให้ไปทำยุทธศาสตร์ในการดับไฟใต้ใหม่ แสดงให้เห็นว่ายุทธศาสตร์ของ สมช. ที่ใช้ในการดับไฟใต้ผิดพลาด และที่เขียนใหม่ก็ยังไม่รู้ว่า จะเป็นการตอบโจทย์ต่อสถานการณ์ของไฟใต้หรือไม่ การที่อดีตนายกรัฐมนตรีไปให้ความหวังที่จะดับไฟใต้ภายใน 1 ปี จึงเป็นเพียงวาทกรรมการเมืองเหมือนการหาเสียงทั่วๆ ไป” นายไชยยงค์ระบุ
สว.สงขลาผู้นี้ระบุด้วยว่า ที่สำคัญการไปขอโทษประชาชนต่อความผิดพลาดของนายทักษิณ ในกรณีของ กรือเซะ, ตากใบ, คดีอุ้มหายและฆ่าตัดตอนในยุคที่เป็นนายกรัฐมนตรี พูดง่ายแต่หวังผลการให้อภัยจากประชาชน ผู้ได้รับผลกระทบยังยากมาก ประชาชนที่ไม่ได้รับผลกระทบอาจจะเฉยๆ ไม่ติดใจกับเรื่องที่เป็นอดีต แต่ประชาชนที่สูญเสียอย่างกรณีตากใบ เขายังเรียกร้องความเป็นธรรม ไม่ใช่แค่คำขอโทษว่าผมเคยทำไม่ถูก และขอโทษกับความผิดพลาดที่เคยเกิดขึ้น มันไม่ง่ายขนาดนั้น ที่สำคัญบีอาร์เอ็นเขายินยอมรับคำขอโทษ และยุติในเรื่องที่เขาใช้เป็นเงื่อนไขในการต่อสู้มาตลอด 21 ปีในการปลุกระดมประชาชนด้วยคำขอโทษเพียงคำเดียวก็คงไม่ใช่
นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊กไลฟ์ว่า "คำพูดขออภัยเป็นคำพูดสื่อสารในความผิดเล็กน้อยปกติ ซึ่งไม่ใช่กรณีเป็นต้นเหตุให้เกิดเหตุการณ์ตากใบจนทำให้คนตายมากกว่า 78 คน ดังนั้น การขออภัยจึงสะท้อนถึงไม่สำนึกรับผิดชอบกับนโยบายที่ผิดพลาดรุนแรง ถึงขั้นทำให้ประชาชนเสียชีวิต
“ทักษิณไปนราธิวาส เพราะทำหน้าที่ที่ปรึกษาส่วนตัวของประธานอาเซียน อันวาร์ อิบราฮิม นายกฯ มาเลเซีย แต่ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนใต้ เป็นปัญหาของไทยโดยเฉพาะ ซึ่งที่ผ่านมามาเลเซียไม่ให้ความร่วมมือแก้ปัญหา ขบวนการสำคัญที่หลบซ่อนในมาเลเซียแต่มาเคลื่อนไหวใน 3 จังหวัดชายแดนใต้” นายจตุพรระบุ
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานที่ปรึกษาพรรคไทยภักดี โพสต์ข้อความว่า "ไม่รู้จักหน้าที่คนที่อาศัยตำแหน่ง ที่ปรึกษาไม่เป็นทางการของประธานอาเซียน แม้จะอ้างว่ามาลงพื้นที่ มารับฟังปัญหา เพื่อนำสันติสุขมาสู่สามจังหวัดชายแดนใต้ แต่ก็ต้องถามกลับไปว่าสิ่งที่ท่านมาลงพื้นที่นี้ ฐานะนี้ และมาให้สัมภาษณ์สื่อต่างๆ ตามที่เห็นนี้ เหมาะสมหรือไม่ มันหมิ่นเหม่ที่ท่านกำลังใช้ตำแหน่งไม่เหมาะสม แทรกแซงกิจการภายในของประเทศไทยหรือไม่ คิดว่าท่านประธานอาเซียน (ท่านนายกฯ มาเลเซีย) น่าจะต้องดูแลที่ปรึกษาให้ดี ให้คำแนะนำว่า อย่าปล่อยให้มาพูดจาอะไรเกินหน้าที่ของที่ปรึกษาประธานอาเซียน เพราะเท่ากับว่ากำลังจะมาแทรกแซงกิจการภายในของประเทศไทย".
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘ครม.หนู2’หล่อขึ้น อนุทินอุบนั่งควบกลาโหม/ปชน.จ่อโละยกชุดดัน‘ไอติม’
"อนุทิน" ยันหน้าตา ครม.ใหม่ดีกว่าเดิม อุบควบเก้าอี้กลาโหม ชี้สูตรจัดตั้งรัฐบาลรอ กกต.รับรองครบถ้วนก่อน
กราดยิงหาดใหญ่ โจ๋18คลั่ง!บุกรร. ‘ผอ.หญิง’สาหัส
เกิดเหตุสะเทือนขวัญกลางเมืองหาดใหญ่ หนุ่มวัย 18 คลั่งยานรก บุกโรงเรียนกราดยิงครู-นร.เจ็บ 3 ราย ผอ.รร.อาการสาหัส ก่อนตำรวจเข้าชาร์จจับกุมตัว
ยึดทรัพย์สแกมเมอร์1.3หมื่นล้าน
มีเราไม่มีเทาของจริง! ปปง.ชงอัยการยึดทรัพย์ “เฉิน จื้อ” 345 ล้านบาท รวมก๊วน "ก๊ก อาน-เบน สมิธ-ยิม เลียก" รวมกว่า 13,074 ล้าน
เวิลด์แบงก์หั่นจีดีพีไทย คลังลุยเต็มสูบโตเกิน2%
"เวิลด์แบงก์" คาดเศรษฐกิจไทยปีนี้โตแค่ 1.6% จากการค้าโลกชะลอ-หนี้ครัวเรือนสูง
ไม่นับใหม่ชลบุรี กกต.สอบ39เรื่อง
“กกต.” วุ่น! “ผู้สมัคร สส.-มวลชน” แห่จี้นับคะแนนใหม่หลายเขต “แสวง” โผล่กำชับ ผอ.เลือกตั้งทั่ว ปท. ทำความเข้าใจข้อสงสัย ปชช.
บี้นับใหม่18เขต/กกต.ยื้อชลบุรี
“กกต.” ขอเวลา 2 วัน สอบปมร้องนับคะแนนใหม่เขต 1 ชลบุรี ส่ง "รองเลขาฯ ฝ่ายสืบสวน" ประสาน ผอ.กกต.จังหวัด

