กทม.ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ผู้ประสบภัยตึก สตง.ถล่ม ก่อนปิดฉากภารกิจ 48 วัน เดินหน้าฟื้นฟูช่วยเหลือต่อเนื่อง พิสูจน์อัตลักษณ์ยังไม่หยุดจนกว่าจะพบผู้สูญหายครบ ตำรวจหอบหลักฐานยื่นศาลขอออกหมายจับ 17 ราย
เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม เวลา 07.00 น. บริเวณชั้น 3 ภายในพื้นที่ก่อสร้างอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) กรุงเทพมหานครและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้จัดพิธีตักบาตรพระสงฆ์ 109 รูป และพิธีสวดพระพุทธมนต์ สมเด็จพระมหาธีราจารย์ เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้สูญหายที่เสียชีวิตจากอาคาร สตง.ถล่ม โดยมีนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธาน พร้อมด้วย รศ.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าฯ กทม., นายสุริยชัย รวิวรรณ ผอ.สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กทม. รวมถึงอาสาหน่วยกู้ภัยและผู้ที่เข้ามาปฏิบัติงานช่วยเหลือ และครอบครัวผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต ทั้งนี้ นายมณเฑียร เจริญผล ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน เข้าร่วมพิธีด้วย จากนั้นทุกคนได้ร่วมกันยืนสงบนิ่งไว้อาลัยให้แก่ผู้ประสบภัย
ที่ศูนย์อำนวยการฯ อาคารเจเจมอลล์ เขตจตุจักร นายชัชชาตินำคณะผู้บริหาร กทม. พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงข่าวและปิดศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ สำนักงานเขตจตุจักร กรณีเกิดเหตุแผ่นดินไหวอย่างเป็นทางการ
น.ส.ภัทร์กร สินสุข ผู้อำนวยการเขตจตุจักร ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ฯ กล่าวว่า นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณของพวกเราทุกคน ที่ในหลวงและพระราชินีทรงห่วงใย ทรงมีพระเมตตา และเป็นเบื้องหลังของการปฏิบัติภารกิจที่สำคัญในครั้งนี้ อีกทั้งยังทรงใส่ใจในผู้ปฏิบัติงานทุกคน ทั้งในเรื่องของความเป็นอยู่ เรื่องอาหารการกิน โรงครัวพระราชทานที่จัดตั้งอยู่ตั้งแต่วันแรกจนถึงปัจจุบัน ทำให้พวกเราทุกคนมีขวัญและกําลังใจ พวกเรารู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดไม่ได้ และในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ ขอปิดศูนย์บัญชาการเหตุการณ์สำนักงานเขตจตุจักรกรณีเกิดเหตุแผ่นดินไหวอย่างเป็นทางการ โดยให้มีผลในวันที่ 15 พ.ค.2568 เวลา 16.00 น. เพื่อขนย้ายวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ออกจากพื้นที่
นายชัชชาติกล่าวว่า ถึงแม้ว่าจะเสร็จสิ้นภารกิจกู้ซากตึกถล่มแล้ว แต่ กทม.ยังคงพร้อมสำหรับการอำนวยความสะดวก ไม่ว่าจะเป็นห้องสุขาเคลื่อนที่ เครื่องสูบน้ำ ดูแลความสะอาดในพื้นที่ โดยได้ส่งหนังสือไปยังทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแจ้งเรื่องการปิดศูนย์ และการดำเนินการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นทหารหรือหน่วยงานราชการ หนังสือชุดแรกออกไปเรียบร้อย
รศ.ทวิดากล่าวว่า ในส่วนของค่าใช้จ่ายในแง่ของการช่วยเหลือประชาชนที่มีการมาร้องขอทั้ง 50 เขต เราปิดรับเรื่องไปเมื่อวันที่ 2 พ.ค.68 โดยส่วนใหญ่กว่า 40,000 เคส เป็นเรื่องการขอค่าวัสดุซ่อมแซมบ้าน ตัวเลขอยู่ที่ประมาณ 176 ล้านบาท ส่วนยอดค่าน้ำมันเครื่องยนต์และเครนอยู่ที่ประมาณ 200,000 บาทต่อวัน นอกจากนี้ ยังมีรถบรรทุกที่เราใช้ขนย้ายอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้น้ำมัน ยังไม่นับรวมว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นกับอุปกรณ์ของคนที่มาช่วยทั้งหมด ส่วนในเรื่องการขยายการให้ความช่วยเหลือจากรัฐบาล กทม.ทำเรื่องปรึกษากรมบัญชีกลางไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการที่อุดหนุนค่าน้ำมัน และการใช้เงินช่วยเหลืออุดหนุนค่าจ้างของอาสาสมัคร นอกจากนี้ การที่เราปิดถนน 48 วัน ทำให้การค้าขายย่านนี้กระทบไปด้วย
นายสุริยชัยกล่าวว่า ในส่วนเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน เครื่องจักร และอุปกรณ์ต่างๆ จะเริ่มถอนกําลัง ในวันที่ 13 พ.ค.68
พล.ต.ต.วาที อัศวุตมางกุร ผู้บังคับการกองพิสูจน์หลักฐานกลาง แจ้งรายละเอียดการพิสูจน์หลักฐานและการอายัดว่า ส่วนแรกคือส่วนของศูนย์ปฏิบัติการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล ที่สถาบันนิติเวชฯ ร่วมกับผู้อำนวยการนิติเวชฯ ของโรงพยาบาลตำรวจ ในส่วนของโรงพยาบาลตำรวจ ได้ทำการพิสูจน์บุคคลตั้งแต่วันแรกที่ผ่านมา 89 ราย แบ่งออกร่างที่สมบูรณ์ 80 ราย และอีก 9 รายที่เป็นชิ้นส่วน ณ ปัจจุบันมีการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลไปแล้ว 72 ราย ซึ่งตอนนี้ไม่มีศพเข้ามาที่นิติเวชฯ แต่ยังมีการตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอจากชิ้นส่วนกว่า 200 ชิ้น และวันนี้จะมีการปล่อยศพรวมทั้งหมด 86 ราย นอกจากนี้ยังมีการอายัดแท่งคอนกรีตและเศษวัสดุต่างๆ จากอาคารที่ถล่มและอาคารข้างเคียงอีกจำนวนหนึ่ง
ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) มีรายงานว่า คณะพนักงานสอบสวนในคดีอาคาร สตง.ถล่ม ได้นำพยานหลักฐานมายื่นขอศาลอนุมัติออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งหมด 17 ราย แบ่งเป็น 3 กลุ่มคือ บริษัทกิจการร่วมค้า กลุ่มผู้รับเหมาควบคุมงาน และกลุ่มวิศวกรที่เซ็นรับรอง ในข้อหาตามมาตรา 227 และความผิดตามมาตรา 238 ออกแบบควบคุมหรือทำการก่อสร้างฯ ไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ เป็นเหตุให้บุคคลอื่นถึงแก่ความตาย
ในการยื่นขออนุมัติหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องครั้งนี้ คณะพนักงานสอบสวนได้ทำการสอบสวนพยานแวดล้อม พยานวัตถุ และพยานเอกสาร ตั้งแต่เริ่มการจัดทำข้อกำหนดเงื่อนไขของงาน ฯลฯ สัญญาการจ้างออกแบบ การจ้างควบคุมงานและการจ้างการก่อสร้าง และพยานวัตถุชิ้นส่วนเหล็ก คอนกรีต โดยพนักงานสอบสวนได้นำผลการตรวจสอบการออกแบบจากสภาวิศวกร วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ และผู้เชี่ยวชาญของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาประกอบสำนวนคดี รวมถึงผลการตรวจเหล็ก ปูน กว่า 300 ชิ้น รวมทั้งผลการตรวจสอบลายเซ็นจากกองพิสูจน์หลักฐานมาประกอบสำนวนคดีและพิจารณากลุ่มบุคคลที่พบการกระทำความผิด.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘กล้าธรรม’หนาว! ‘โฆษกภท.’เผยในทางการเมืองไม่มีการการันตีอะไรทั้งนั้น
เพื่อไทยชักแม่น้ำทั้ง 5 รองรับการเข้าร่วมรัฐบาลอนุทิน "ยศชนัน" ยอมรับไม่ใช่เรื่องง่าย กราบขออภัยจากใจ หลังมีทั้งคนเห็นด้วย-ไม่เห็นด้วย แต่ส่วนใหญ่บอกให้ร่วม
ตามจิกบาร์โค้ด ‘ส้ม’ฟ้อง‘กกต.’
ยังไม่ยอมแพ้ พรรคประชาชนชี้การมีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ทำลายหลักลงคะแนนโดยลับ-เปิดช่องทุจริต จี้ กกต.เร่งเปิดรายงานผลการนับคะแนนทุกหน่วย
นึกว่า‘รังสแกมเมอร์’!
"ไอติม" ดิ้น! แก้ข่าว "สเปกเตอร์ ซี" ไอโอสีส้ม เจอพิรุธเพียบ! ยอมรับเป็นบริษัทของเลขาฯ พรรค แต่ไม่ได้ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร เผยชั้น 4 ที่ทำการพรรคเป็นที่ทำการของพนักงานประจำ
อนุทินปลุกไทยหวนคืนเสือเอเชีย
นายกฯ ประชุมหารือกับรัฐมนตรีเศรษฐกิจ “อนุทิน” ลั่นต่อยอดนโยบายควิกบิ๊กวิน พาไทยกลับสู่จอเรดาร์โลก และเป็นเสือแห่งเอเชีย เล็งเดินหน้านโยบายหาเสียง “โพลพระปกเกล้า”
‘เสี่ยหนู’จดทะเบียนสมรส
“อนุทิน” หัวใจสีชมพู ควง “จ๋า ธนนนท์” จดทะเบียนสมรสที่บ้านอย่างอบอุ่น ท่ามกลางครอบครัวเป็นสักขีพยานก่อนวันวาเลนไทน์ “รัฐบาล-ตำรวจ” พาเหรดเตือนภัยวันแห่งความรัก
แดงร่วมรบ.นํ้าเงิน! ยศชนันนำ ถกไร้เงื่อนไข คิวต่อไปทาบ‘กล้าธรรม’
"ภูมิใจไทย-เพื่อไทย" ชื่นมื่น ร่วมจัดตั้งรัฐบาล หนุน "อนุทิน" เป็นนายกฯ "หนู" ขอให้ลบเรื่องบาดหมางในอดีต กลับมาทำงานร่วมกันเพื่อประโยชน์บ้านเมือง แย้มเตรียมคุย "กล้าธรรม

