4แคนดิเดตผู้ว่าฯ ค้านยืดสัมปทาน รถไฟฟ้าสีเขียว

Chadchart Sittipunt of Puea Thai Party arrives at the Lancaster Hotel before attending a joint press conference with other political party leaders in Bangkok on March 27, 2019. - Thai pro-democracy factions on March 26 moved to unite and thwart a junta-backed party from forming a government after the first election since a 2014 coup. (Photo by Lillian SUWANRUMPHA / various sources / AFP)

เปิดวิสัยทัศน์ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. 4 คน  ถกปัญหา "รถไฟฟ้าสายสีเขียว" โดยทั้งหมดคัดค้านการขยายสัมปทานให้เอกชนไปอีก 30 ปี พร้อมหนุนการจัดทำค่าโดยสารราคาถูก จัดทำตั๋วร่วมเชื่อมต่อรถไฟฟ้า 10  สายราคาเดียว "ซูเปอร์โพล" เผย ปชช.ส่วนใหญ่ระบุปัญหาขัดแย้งรถไฟฟ้าสายสีเขียวน่าเคลือบแคลงสงสัย ผลประโยชน์การเมืองระหว่างกระทรวงคมนาคมกับบริษัทเอกชน

เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ มีการเสวนาออนไลน์ในหัวข้อ “รถไฟฟ้าต้องถูกลง ทุกคนต้องขึ้นได้ ผู้ว่าฯ กทม.ช่วยได้หรือไม่” จัดโดยสภาองค์กรของผู้บริโภค โดยมีว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. 4 คนเข้าร่วม

โดยนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. อิสระแสดงความเห็นว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นกับสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว ซึ่งเป็นส่วนต่อขยายสัมปทานรถไฟฟ้าบีทีเอสในปัจจุบัน ซึ่งที่ผ่านมาเกิดปัญหาตั้งแต่มีการว่าจ้างให้เอกชนเดินรถส่วนต่อขยายไปจนถึงปี 2585 โดยใช้อำนาจพิเศษ และไม่มีใครเคยเห็นสัญญา และมีความพยายามที่จะมีการขยายสัมปทานไปอีก 30 ปี ถึงปี  2602 มีการกำหนดราคาสูงสุด 65 บาท โดยไม่ผ่านกระบวนการกฎหมาย พ.ร.บ.ร่วมทุน ทำให้มีปัญหาความโปร่งใสตั้งแต่ต้น 

นายชัชชาติเสนอ 5 ประเด็น คือ 1.ต้องไม่มีการขยายสัมปทานให้เอกชน ที่จะเป็นภาระให้คนรุ่นไปอีก 1  เจเนอเรชัน และนำกลับมาสู่กระบวนการกฎหมายร่วมทุน  2.กทม.ต้องเร่งเจรจาแก้ปัญหาหนี้ค่าจ้างเดินรถ/และภาระหนี้จากการรับโอนโครงข่าย 100,000 ล้านบาท   โดย กทม.ไม่ควรเข้าไปแบกรับภาระการก่อสร้างส่วนต่อขยายสายสีเขียว เพราะที่ผ่านมารถไฟฟ้าเส้นอื่นๆ รัฐบาลก็รับภาระค่าก่อสร้างงานโยธา 3.ต้องเร่งดำเนินการให้ได้ข้อสรุปเรื่องค่าโดยสารส่วนต่อขยายทางด้านทิศเหนือและทิศใต้ ซึ่งเปิดวิ่งมาแล้ว 3 ปีแต่ยังไม่มีความชัดเจนเรื่องการเก็บค่าโดยสาร

4.ต้องเอาสัญญาค่าจ้างเดินรถถึงปี 2585 มาเปิดเผย เพื่อให้รู้ต้นทุนที่แท้จริงและนำไปสู่การคำนวณค่าโดยสารที่ถูกต้อง หลังหมดสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้าบีทีเอสในปี 2572 และ 5.ต้องนำเส้นทางทั้งหมดมาจัดหารายได้ เช่น ค่าโฆษณาในสถานีตามแนวเส้นทางสายสีเขียว ทั้งนี้มองว่าราคาค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียวนั้น สามารถดำเนินการได้ในอนาคต สามารถจัดเก็บได้ในราคา 25-30 บาท/คน

นางรสนา โตสิตระกูล ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.อิสระ  กล่าวว่า รัฐบาลจะต้องไม่มีการขยายสัมปทานให้เอกชน   เนื่องจากในสัญญาสัมปทานที่จะต่อนั้นมีเงินนำส่งรายได้ที่เอกชนต้องจ่ายให้ กทม. 200,000 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นค่าต๋ง และเป็นที่มาที่ประชาชนต้องจ่ายค่าโดยสาร  65 บาท หากได้เป็นผู้ว่าฯ กทม. ตนจะโอนรถไฟฟ้าสายสีเขียวกลับไปให้รัฐบาล เพื่อให้รัฐบาลนำเอารถไฟฟ้าทุกสายกลับไปทำระบบตั๋วร่วมหรือตั๋วราคาเดียว เพราะที่ผ่านมาการทำโครงข่ายรถไฟฟ้ากว่า 10 เส้น

 “เมื่อเกิดการเดินทางเชื่อมโยงรถไฟฟ้าทุกสายเสียค่าแรกเข้าเพียงครั้งเดียว ใช้บริการทุกโครงข่ายไม่เกิน 40-45 บาท ก็จะทำให้มีผู้ใช้บริการระบบรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้น จากวันละ 1.2 ล้านคนเป็น 3-5 ล้านคนในอนาคต นำไปสู่การแก้ไขปัญหาจราจรได้อย่างยั่งยืน” นางรสนากล่าว

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.  พรรคก้าวไกล กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งที่จะมีการขยายสัมปทาน ทำให้คนรุ่นลูกต้องมาแบกรับภาระค่าโดยสารรถไฟฟ้าแพงรวมแล้วอีก 38 ปี และที่สำคัญคือต้องไปดำเนินการให้ชัดเจน และทำการเจรจา 2 ส่วนคือ ไม่ไปแบกรับภาระหนี้การดำเนินการก่อสร้างส่วนต่อขยายจาก  รฟม.และไปเจรจาภาระหนี้ค่าจ้างเดินรถที่มีกับเอกชน  37,000 ล้านบาท และเงินลงทุนจัดหารถอีก 20,000 ล้านบาท

"ต้องดำเนินการอย่างโปร่งใส และหากจะมีการกำหนดค่าโดยสารให้คน กทม.ได้ประโยชน์ สามารถใช้บริการได้ ก็สามารถไปหาข้อสรุปว่า กทม.จะมีการอุดหนุนค่ารถไฟฟ้าเท่าไหร่ แต่ต้องดำเนินการอย่างโปร่งใส" นายวิโรจน์กล่าว

นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.  จากพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาปัญหาที่เกิดขึ้นกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว เนื่องจากกระทรวงคมนาคมในอดีตไม่ได้คิดวางแผนการพัฒนาเส้นทาง การจัดการเดินรถและเก็บค่าโดยสาร โดยคิดให้รอบด้านให้จบในครั้งเดียว พร้อมเสนอแนวคิดว่าสามารถผลักดันนโยบายค่าโดยสารรถไฟฟ้าราคา 20 ถึง 25 บาทให้เกิดขึ้นจริงได้ โดย กทม.สามารถออกพันธบัตรโครงสร้างพื้นฐานเพื่อระดมทุนมาแก้ภาระหนี้ 30,000 ล้านบาท  เพื่อนำรายได้มาแก้ไขปัญหาหนี้ของ กทม.และค่าจ้างเดินรถในอนาคตด้วย 

ส่วนความเห็นที่สภาองค์กรของผู้บริโภคระบุว่า รัฐบาลยังมีความพยายามที่จะนำเรื่องการขยายสัมปทานกับเอกชนเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีในสัปดาห์หน้านั้น ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ทุกคนระบุว่า รัฐบาลไม่ควรเร่งรัดดำเนินการ เนื่องจากกว่าจะหมดอายุสัมปทานยังมีเวลาอีก 8 ปี และควรรับฟังความเห็นจากทุกภาคส่วนที่ไม่เห็นด้วยกับแนวทางนี้

วันเดียวกัน ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล เสนอผลสำรวจเรื่องความคิดเห็นต่อรถไฟฟ้าบีทีเอส กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพในเขตกรุงเทพมหานครและผู้พักอาศัยใกล้แนวรถไฟฟ้าสายสีเขียวดำเนินโครงการ จำนวน 1,032 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 11-13 ก.พ.ที่ผ่านมา พบว่าส่วนใหญ่หรือร้อยละ  75.9 ได้ใช้บริการรถไฟฟ้าในการเดินทางประจำวันในช่วง 30 วันที่ผ่านมา

ที่น่าสนใจคือ ผู้ที่เคยใช้บริการส่วนใหญ่หรือร้อยละ  92.7 พอใจต่อเรื่องความปลอดภัยบริเวณสถานีและการเดินรถไฟฟ้า รองลงมาคือส่วนใหญ่หรือร้อยละ 92.3 พอใจต่อการให้บริการสถานีและการเดินรถไฟฟ้า และส่วนใหญ่หรือร้อยละ 69.7 ระบุราคาค่าโดยสารที่เพิ่มขึ้นตามระยะทางมีความสมเหตุสมผล นอกจากนี้ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 95.5 ระบุว่า การให้บริการเดินรถควรให้บริการยาว ไร้รอยต่อ ไม่ต้องขึ้นลงต่อขบวนรถตลอดสาย

อย่างไรก็ตาม ที่น่าเป็นห่วงคือส่วนใหญ่หรือร้อยละ  93.8 ระบุมีความเหลื่อมล้ำ ไม่เป็นธรรมเกิดขึ้นกับ ธุรกิจรถไฟฟ้าสายสีต่างๆ และการแสวงหาผลประโยชน์ของข้าราชการ เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ร้อยละ 93.7 ระบุปัญหาความขัดแย้งในคณะรัฐมนตรีเรื่องสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวน่าเคลือบแคลงสงสัย ผลประโยชน์การเมืองระหว่างกระทรวงคมนาคมกับบริษัทเอกชน และร้อยละ 93.7 เช่นกัน ระบุปัญหาขัดแย้งการต่อสัมปทานให้บริษัทเอกชน เกิดขึ้นจากความขัดแย้งผลประโยชน์ทางการเมืองในรถไฟฟ้าสายสีอื่น และร้อยละ  89.7 ระบุกรุงเทพมหานครต้องชำระหนี้สินที่ค้างจ่ายให้บริษัทเอกชน

ที่น่าสนใจคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 93.6 ต้องการให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯ กทม.แสดงวิสัยทัศน์แก้ปัญหาขัดแย้งธุรกิจการเมืองเรื่องรถไฟฟ้าสายสีเขียว เช่น  นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์, นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์,  พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง, นางรสนา โตสิตระกูล เป็นต้น  ในขณะที่ร้อยละ 6.4 ไม่ต้องการ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปชป.จี้กลาโหม! กล้าหาญถูกทาง ทบทวน‘ฟริเกต’

“พงศกร” จี้รัฐบาล-กลาโหม ใช้ความกล้าในทางที่ถูกทบทวนประมูลเรือฟริเกต 17,000 ล้าน ที่ไร้การแข่งขัน งัดระเบียบกระทรวงการคลัง หากการคัดเลือกเหลือผู้ผ่านเกณฑ์เพียงรายเดียว เปิดช่องให้ยกเลิกการประมูลและเปิดประมูลใหม่ได้

ศาลสั่งจำ คุก6เดือน 2แก๊งกู้ชาติปัตตานี

ศาลนราธิวาสสั่งจำคุก 6 เดือน สองหนุ่มสมาชิก “ขบวนการกู้ชาติรัฐปัตตานี” รับสารภาพคดีอั้งยี่ เอี่ยวเหตุระเบิดปั๊มน้ำมัน ปตท.ตันหยงมัส เมื่อต้นปี ศาลอุทธรณ์ให้ประกันตัวติด EM

ทร.ชี้ไทย-เขมรส่อรอบ3

วุฒิสภาจัดเสวนา เกาะกูดสู่ความมั่นคงชายแดน ทหารดีใจ สว.ประสานอนุมัติงบสร้างถนนบนเกาะกูด ใช้ขนปืนใหญ่ข่มกัมพูชา "บิ๊ก ทร." ชี้ในฐานะมุมมองนักการทหารเชื่อว่ามีโอกาสปะทะแนวชายแดนรอบใหม่ เพราะเขมรค่อนข้างสูญเสียเยอะ มีการเสริมเขี้ยวเล็บวันใดวันหนึ่งอาจจะฮึดขึ้นมาอีกรอบ

วุฒิสัญจรสู้ฮั้วสว. เต็มสูบ!สภาสูงขนกมธ.ไปตราดตอบทุกเรื่องที่สงสัย

“กมธ.วุฒิสภา” เปิดเวทีโชว์ผลงาน ด้าน “พิสิษฐ์” ยันคดี "ฮั้ว สว." ไม่กระทบ เดินหน้าทำงาน ลุยหน้าที่เต็มสูบจนกว่าศาลสั่ง “ธณัชญ์พงศ์” มอง “กอ.รมน.” ยังจำเป็น ไปต่อ

โวบี้สแกมเมอร์ระหํ่า! กรณ์แฉชื่อพันทุนเทา

“อนุทิน” กร้าว ปราบสแกมเมอร์บ้าระห่ำ “สีหศักดิ์” ชี้ปม กมธ.สหรัฐฯ ตรวจสอบ  “วรภัค” เป็นเรื่องตัวบุคคล รบ.กวาดล้างทุนเทา อายัดทรัพย์ 2 หมื่นล้าน