“อนุทิน” กร้าว ปราบสแกมเมอร์บ้าระห่ำ “สีหศักดิ์” ชี้ปม กมธ.สหรัฐฯ ตรวจสอบ “วรภัค” เป็นเรื่องตัวบุคคล รบ.กวาดล้างทุนเทา อายัดทรัพย์ 2 หมื่นล้าน “กรณ์” ปูด “ดีเอสไอ” รับคดีพิเศษสอบปม “บางจาก” ส่อโยงทุนเทา “พิชัย” อดีตขุนคลังนั่งประธานบอร์ดยุคนั้น
เมื่อวันที่ 18 ก.ย. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐอเมริกา ได้ส่งหนังสือถึงรัฐบาลสหรัฐ ขอให้ตรวจสอบและพิจารณาคว่ำบาตร 28 รายชื่อ ที่มีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายสแกมเมอร์ ซึ่งหนึ่งในนั้นมีรายชื่อของนายวรภัค ธันยาวงษ์ อดีต รมช.การคลัง ในรัฐบาลอนุทิน 1 ว่า ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย รัฐบาลชุดนี้ปราบปรามสแกมเมอร์อย่างบ้าระห่ำ และเมื่อมีตัวแทนของต่างชาติ หรือได้ไปพบกับหน่วยงานความมั่นคงทุกประเทศ ก่อนที่จะเริ่มทำการหารือ ก็ได้กล่าวขอบคุณรัฐบาลประเทศไทย ในการต่อต้านดำเนินคดีและยึดทรัพย์ อาชญากรรมทางเทคโนโลยีข้ามชาติ ทุกวันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงดำเนินคดีหลายคดี ยังติดตามยึดทรัพย์ผู้กระทำความผิด
นายอนุทินกล่าวว่า นอกจากนี้ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ยังมารายงานว่า มีทรัพย์สินที่ยึดมาเป็นรายการหุ้น มีมูลค่าเพิ่มขึ้น โดยปรึกษาศาลว่าต้องทำอย่างไร จะสามารถยึดนำมาเป็นทรัพย์สินของแผ่นดินหรือขายทอดตลาดได้หรือไม่ จะได้นำเงินกลับมาเป็นสมบัติของแผ่นดิน
เมื่อถามว่า แม้รัฐบาลจะเดินหน้าปราบปรามเต็มที่ แต่นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ยังตั้งคำถามว่า นายกฯ เกรงใจใครถึงไม่ทำเรื่องนี้จริงจัง นายอนุทินหัวเราะก่อนตอบว่า "ที่ชัวร์ๆ คือไม่เกรงใจเขา ไม่เกรงใจโรม"
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การต่างประเทศ กล่าวถึงเรื่องนายวรภัคว่า อันนี้เป็นเรื่องตัวบุคคล
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการจี้ให้รัฐบาลไทยดำเนินการเพื่อแก้ปัญหาเรื่องนี้ นายสีหศักดิ์ตอบว่า รัฐบาลให้ความสำคัญอยู่แล้ว ขบวนการสแกมเมอร์ออนไลน์ สิ่งพวกนี้เราให้ความสำคัญและถือเป็นนโยบายหลักของรัฐบาลอยู่แล้ว เมื่อถามว่าทางกระทรวงการต่างประเทศอึดอัดหรือไม่ที่ต้องชี้แจงกับต่างประเทศในเรื่องนี้ นายสีหศักดิ์กล่าวว่า ไม่อึดอัด
นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงนโยบายการปราบปรามนอมินี ทุนเทา และธุรกรรมผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นนโยบายหลักของรัฐบาลว่า นายกฯ ได้ให้นโยบายไว้ว่า ไม่ว่าเรื่องอะไรที่เป็นการทุจริตผิดกฎหมาย หากสืบค้นไปถึงตรงไหน ให้ดำเนินการเต็มที่ ไม่มีการขอ ยกเว้น หรือเจรจา ตนจึงขอให้ทุกภาคส่วน ทุกพรรคการเมืองต่างๆ ที่มีคนที่มีความเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นนอมินี ฟอกเงิน หรือกฎหมายอื่นๆ ให้นำบุคคลเหล่านั้น ที่อยู่ในกระบวนการสืบสวน ให้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ไม่ให้มีการปิดบังหรือปกปิด
ผู้สื่อข่าวถามว่า หมายถึงนายสมชาติ เตชถาวรเจริญ สส.ภูเก็ต พรรค ปชน. ที่ขอเลื่อนให้ปากคำในฐานะพยานต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในคดีที่เกี่ยวข้องกับการถือครองอสังหาริมทรัพย์และห้องชุดนอมินีใน จ.ภูเก็ต ใช่หรือไม่ นพ.เอกภพตอบว่า จริงๆ แล้วเป็นเรื่องของทุกพรรคการเมืองที่ต้องรับผิดชอบคนของตัวเอง ในส่วนของ สส.ภูเก็ต พรรค ปชน. จากข้อมูลที่เราทราบ กระทรวงยุติธรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีหมายเรียกมาชี้แจงจำนวน 3 ครั้ง ซึ่งยังมีการผัดผ่อน ซึ่งถึงแม้ว่าจะเป็นสิทธิ์ แต่พรรคการเมืองที่เกี่ยวข้องและบุคคลดังกล่าวเป็น สส. ควรออกมาให้ความชัดเจนแก่สังคม และออกมาชี้แจงต่อหน่วยงานสืบสวน เพื่อให้เขาขยายผลต่อได้ ไม่เช่นนั้นเวลาจะทอดไป อาจเกิดการโอนหรือถ่ายเททรัพย์สิน ส่งผลต่อความเสียหายต่อการสืบสวนได้เช่นกัน
โฆษกประจำสำนักนายกฯ ยังเปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าปราบปรามนอมินี ทุนเทา และขบวนการสวมบัตรประชาชนอย่างต่อเนื่อง ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ตรวจสอบผู้ถือหุ้นของนิติบุคคลกับข้อมูลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงประวัติทางการเงิน ส่งผลให้การยื่นจดทะเบียนบริษัทกลุ่มเสี่ยงนอมินีลดลงประมาณร้อยละ 70 และจากการขยายผลโครงสร้างการถือหุ้น พบประมาณ 2,100 บริษัทเข้าข่ายเป็นนอมินี และอีกกว่า 10,000 บริษัทมีข้อสงสัยต้องตรวจสอบเพิ่มเติม โดยส่งข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามกฎหมาย
นายเอกภพกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ การติดตามเส้นทางการเงินของเครือข่าย ยิม เลียก-เบน สมิธ สามารถยึดและอายัดทรัพย์สินรวมประมาณ 20,392 ล้านบาท สะท้อนการขยายผลการปราบปรามจากตัวบุคคลไปถึงเครือข่ายทางการเงินและทรัพย์สิน
วันเดียวกัน นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เรื่องทุนเทาในตลาดหุ้นที่ตนติดตามมี 2 เรื่องหลักๆ คือเรื่องของหุ้น Finansia ที่มีนายวรภัค ธันยาวงษ์ เกี่ยวข้อง และเรื่องหุ้นกลุ่มบางจาก ซึ่งในกรณีที่ 2 สัปดาห์นี้ปรากฏความเคลื่อนไหวสำคัญเช่นกัน คือกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ประกาศรับเป็นคดีพิเศษ นี่ก็อีกเรื่องสำคัญ และเป็นอีกเรื่องที่มีกลุ่มทุนเทาและอีกหนึ่งอดีตรัฐมนตรีกระทรวงการคลังเกี่ยวข้อง สรุปสั้นๆ คือ คณะกรรมการบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือบีซีพีจี ซึ่งมีนายพิชัย ชุณหวชิร อดีต รมว.การคลัง ในรัฐบาลของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เป็นประธานบริษัทฯ ได้อนุมัติให้ขายหุ้นเพิ่มทุนให้กับ 2 กองทุนที่เกี่ยวโยงกับกลุ่มทุนเทา “เบน สมิธ”
นายกรณ์ระบุอีกว่า นายพิชัยมีความผิดอะไรหรือไม่นั้น ยังต้องมีการพิสูจน์ แต่กระบวนการพิสูจน์ได้เริ่มแล้วอย่างเป็นทางการ หลังจากนั้นคณะกรรมการได้อนุมัติซื้อบริษัท Asia Link Terminal เจ้าของคลังเก็บนํ้ามันเพชรบุรี ด้วยราคาสูงลิ่ว 9,000 ล้านบาท (เป็นกระบวนการที่เร่งรีบ และที่แปลกคืออนุมัติก่อนบริษัทที่จะเข้าไปซื้อได้มีการจัดตั้งด้วยซ้ำ) โดยที่ในขณะที่ลงนามสัญญาตกลงซื้อขาย ยังไม่สามารถยืนยันมูลค่าทรัพย์สินสุทธิได้ โดยที่ผู้ขายคือบริษัท แพนเอเชีย สตอเรจแอนด์เทอร์มินัล จํากัด (ผู้ขาย) ซึ่งเป็นกิจการของครอบครัวของนายสมบูรณ์ สุขเจริญไกรศรี โดยในช่วงเดือน ต.ค.2568 มีข่าวว่านายภูวศิษฐ์ ไชยอรุณโรจน์ หรือ “คิว” บุตรชายของนายสมบูรณ์ คือผู้ถูกพาดพิงว่าพยายามติดสินบนให้นายไชยชนก ชิดชอบ ตามข่าววันที่ 8 ต.ค.2568 และเคยถูกจับกุมในคดี “ร่วมกันจัดให้มีการเล่นพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ร่วมกันฟอกเงิน และสมคบกันเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน” เมื่อปี 2565
“และครอบครัวนี้เคยปรากฏข่าวว่า เป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนเงินทุนให้พรรคภูมิใจไทย ส่วนจะมีนัยอย่างไรผมไม่ขอแสดงความเห็น ทั้งหมดนี้ตัวแทนผู้ถือหุ้นรายย่อยบริษัท บางจากฯ ได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อผมในฐานะตัวแทนคณะกรรมาธิการการเงินการคลัง และเราได้ประสานการทำงานกับดีเอสไอ มาจนมีข้อสรุปรับเป็นคดีพิเศษเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมานี้” นายกรณ์ระบุ
นายกรณ์ระบุอีกว่า แต่เป็นอีกกรณีที่หนึ่งที่การดำเนินการตรวจสอบในส่วนที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) รับผิดชอบ ยังไม่มีการรายงานความคืบหน้าใดๆ เช่น เหตุผลและคำชี้แจงคณะกรรมการบีซีพีจี ว่าได้ขายหุ้นเพิ่มทุนให้กลุ่มทุนเทาด้วยเหตุผลอะไร การซื้อหุ้นบีซีพีถึง 20 เปอร์เซ็นต์ มีมูลค่าเป็นหลักหมื่นล้านบาท โดยกองทุนที่มีทุนจดทะเบียนเพียง 50 ล้านบาท เป็นธุรกรรมอำพรางหรือไม่
“ข้อเท็จจริงเพิ่มเติมคือกองทุนที่เข้ามาซื้อ กล่าวตามข่าวคือมีความเชื่อมโยงกับกองทุนที่สิงคโปร์ที่ทาง MAS ได้มีการอายัดเงินพร้อมกับกล่าวหากรรมการบริษัทที่มีความเชื่อมโยงต่อทุนเทา ปปง. ยึดอายัดทรัพย์แล้ว ดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษแล้ว แต่ ก.ล.ต.แจ้งผมว่ายังอยู่ในขั้นตอนการสอบสวน” นายกรณ์ระบุ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อนุทินเดินสาย ‘สหรัฐ-อังกฤษ’ พ่วงด้วย‘ญี่ปุ่น’
โฆษกรัฐบาลตีปี๊บภารกิจ “อนุทิน” เยือน 3 ประเทศ “สหรัฐ-ญี่ปุ่น-อังกฤษ”
ไทยพลัส2ฉลุย/ลดค่าFt
“อนุทิน” ยันไฟเขียว “ไทยช่วยไทยพลัสเฟส 2” แล้ว รอให้ “เอกนิติ” สรุปวงเงิน “เอกภพ” ปูดได้คนละ 1 พันใช้จ่าย 2 เดือน “กพช.” หั่นค่าเอฟทีงวด ก.ย.-ธ.ค.
ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวารพระองค์ภา
“ในหลวง-พระราชินี” ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร (100 วัน) “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ” คณะทูตานุทูต 45 ประเทศ ร่วมในพระราชพิธี
ผบ.ทร.แจงยิบ ปมเลือก‘กิมจิ’ ต่อ‘เรือฟริเกต’
“ทร.” แถลงเหตุผลเลือก “ฮันวา โอเชียน” ต่อเรือฟริเกต แจงปม 5 บริษัทคู่แข่งไม่ผ่าน จนเหลือเพียงเจ้าเดียว "ผบ.ทร." ยันไม่มีการล็อกสเปก ลั่น! อยู่กับเรือมาทั้งชีวิต ย่อมรู้ซึ้งว่าในยามเผชิญวิกฤตทางทะเล จุดใดคือหัวใจสำคัญของความอยู่รอด
เคารพเสียงข้างมาก หนูกระตุกสังคม/ปูดสว.น้ำเงินเติมเสียง
“อนุทิน” เมินเสียงวิจารณ์คำวินิจฉัย กกต.ปมฮั้ว สว. ลั่นรัฐบาลไม่เกี่ยว ชี้หลักประชาธิปไตยต้องเคารพเสียงข้างมาก
นายกฯ ยันพรรคร่วมไร้รอยร้าว มั่นใจผ่านฉลุยศึกซักฟอก
“อนุทิน” ยังไม่กำหนดวันคุยรมต. แต่สื่อสารพรรคร่วมฯตลอด ลั่นมั่นใจผ่านซักฟอกเพราะไม่เคยมีเจตนารมณ์ไม่สุจริตในการทำงาน

