“อนุทิน” ยันไม่กังวล สส.เพื่อไทยเข้ายื่นตีความ MOA ล้มล้างการปกครอง ย้อนเกล็ด “พท.” ก็ทำเหมือนกัน พร้อมเย้ยเราทำตามยกเว้นเรื่องไม่ถูก “เจี๊ยบ” ซัดอันธพาลชน แนะไปทำหน้าที่ฝ่ายค้านให้สมราคาดีกว่า “นักวิชาการ” แนะฟ้องละเมิดจริยธรรมเข้าเค้ากว่า
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 7 ก.ย.2568 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ ให้สัมภาษณ์ถึงการร่วมชื่อเพื่อยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยความเป็นสมาชิกภาพของนายอนุทิน ชาญวีรกูล สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) และนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) รวมถึง สส.ของทั้ง 2 พรรคสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ เพราะมีพฤติกรรมล้มล้างการปกครอง ว่าพรรคเพื่อไทย (พท.) เป็นหลักในการดำเนินการเรื่องดังกล่าว
เมื่อถามว่า มีประเด็นยื่นศาลรัฐธรรมนูญกรณีคุณสมบัตินายกฯ คนใหม่ กรณีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ใช่หรือไม่ เพราะมีประเด็นถูกตรวจสอบทั้งคดีฮั้ว สว.และที่ดินเขากระโดง พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า เรื่องนี้ทำเมื่อใดก็ได้ ซึ่งเราต้องเป็นฝ่ายค้านอย่างมีเหตุผล เมื่อถามถึงการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า สามารถยื่นได้หลังจากที่รัฐบาลแถลงนโยบายต่อสภา แต่เรื่องนี้พรรคร่วมฝ่ายค้านยังไม่ได้คุยกัน
สำหรับเนื้อหาของหนังสือที่ สส.เข้าชื่อยื่นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรให้ส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัยสมาชิกภาพการเป็น สส.ของนายอนุทิน และนายณัฐพงษ์ ระบุว่า การกระทำของนายอนุทินและนายณัฐพงษ์เป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญและพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองหลายประการ ดังนี้ 1.เป็นการใช้สิทธิและเสรีภาพเพื่อล้มล้างระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข กล่าวคือ ตามหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ภายใต้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา 114 และมาตรา 164 เพราะตามบันทึกข้อตกลงร่วมดังกล่าวแล้ว มีการกำหนดให้นายกรัฐมนตรีคนใหม่ต้องยุบสภาภายใน 4 เดือน ทั้งที่ระยะเวลาของสภาผู้แทนราษฎรจะครบวาระในเดือน พ.ค.2570 อีกทั้งมีการกำหนดว่าพรรค ภท.ต้องไม่ดำเนินการโดยวิธีการใดๆ เพื่อทำให้เป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก ซึ่งข้อตกลงดังกล่าวขัดต่อหลักการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่โดยปกติแล้วรัฐบาลที่บริหารราชการแผ่นดินจะต้องมีเสียงข้างมาก
2.การกระทำของพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาชนเป็นการกระทำที่มีลักษณะเป็นการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ระหว่างกันเพื่อให้นายอนุทินได้รับแต่งตั้งเป็นนายกฯ อันเป็นการขัดต่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 มาตรา 46 รวมทั้งเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 28 และมาตรา 29 แห่ง พ.ร.ป.พรรคการเมือง พ.ศ.2560 ซึ่งการกระทำของทั้งสองพรรคการเมืองดังกล่าวข้างต้น ถือว่าเป็นการกระทำอันเป็นการเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศ โดยวิธีการซึ่งไม่ได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ และเป็นการกระทำอันเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามมาตรา 42 วรรคหนึ่ง (1) และ (2) และ (3) ด้วย
“การกระทำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคประชาชนและพรรคภูมิใจไทย จึงเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 185 (1) และ (2) ของรัฐธรรมนูญ จึงทำให้สมาชิกภาพของการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลงตามมาตรา 101 (7)” หนังสือร้องสรุปไว้
ด้านนายอนุทินกล่าวในเรื่องนี้ว่า ทุกอย่างเป็นไปตามสิทธิตามกฎหมาย ซึ่งข้อเสนอและข้อตกลงที่พรรค ภท.มีต่อพรรค ปชน. ไม่ต่างกับพรรค พท.ได้นำเสนอ ก่อนที่จะมีการลงมติให้ตนเองได้เป็นนายกฯ ซึ่งครั้งนั้นพรรค พท.เสนอว่า หากพรรค ปชน.โหวตเลือกนายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกฯ ของพรรค พท. ก็จะยุบสภาในทันที ซึ่งถ้าหากพรรค ปชน.ยอมรับก็ถือว่าเป็นข้อตกลง แต่พรรค ปชน.กับพรรค พท.คงต้องมีมากกว่า MOA เพราะพรรค พท.เคยผิดสัญญามาแล้ว และเรื่องนี้ควรต้องไปถามพรรค พท.มากกว่า
“ไม่กังวล เนื่องจากสิ่งที่พรรคเพื่อไทยเคยทำเราก็ทำตาม ยกเว้นเรื่องที่ไม่ถูก” นายอนุทินกล่าว
ด้านนางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊กว่า ออกทะเลไปไกล แบบนี้เรียกอันธพาลชน ยิ่งทำให้พรรคตกต่ำลงอีกหรือไม่ เพราะพรรค พท.ก็ตอบรับข้อเสนอทุกข้อของพรรค ปชน.ไม่ต่างกับพรรค ภท. ระหว่าง 4 เดือนนี้ตั้งหลักใหม่ ทำหน้าที่ฝ่ายค้านให้คนเห็นผลงาน วางแผนหาเสียง ทำนโยบายดีๆ แล้วกลับมาขอโอกาสจากประชาชนอีกครั้งจะดีกว่าเยอะ”
ส่วนนายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา และอดีตประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) โพสต์เฟซบุ๊กในเรื่องนี้ว่า การใช้ช่องทางกรณี สส.ใช้สถานะหรือตำแหน่งการเป็น สส.กระทำการใดๆ อันมีลักษณะที่เป็นการก้าวก่ายหรือแทรกแซงเพื่อประโยชน์ของตนเอง ของผู้อื่น หรือของพรรคการเมืองตาม มาตรา 185 ต้องเป็นการก้าวก่ายหรือแทรกแซง 1.งานในหน้าที่ประจำของเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือ 2.กระทำการในลักษณะที่ทำให้ตนมีส่วนร่วมในการใช้จ่ายเงินงบประมาณ หรือ 3.การบรรจุ แต่งตั้ง โยกย้าย โอน เลื่อนตำแหน่ง เลื่อนเงินเดือนหรือการให้พ้นจากตำแหน่งของเจ้าหน้าที่ของรัฐ กรณีตามคำร้องน่าจะยังไม่เข้าข่ายที่จะร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ขอให้ถอดถอนการเป็น สส.ได้ แต่ต้องไปร้องต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อตรวจสอบแล้วเสนอเรื่องต่อศาลฎีกา หรือฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต่อไปได้
“แม้รัฐธรรมนูญจะบัญญัติให้ สส.ไม่อยู่ในความผูกมัดแห่งอาณัติมอบหมายหรือความครอบงำใดๆ และต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติและความผาสุกของประชาชนโดยรวม โดยปราศจากการขัดกันแห่งผลประโยชน์ เช่นเดียวกับ สว. แต่รัฐธรรมนูญกลับไม่ได้บัญญัติว่า หากฝ่าฝืนให้สามารถร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อถอดถอนจากการเป็น สส.ได้ เหมือนกับกรณี สว. ฝ่าฝืน ซึ่งสามารถร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ถอดถอนได้ แต่กรณีนี้ สส.สามารถเข้าชื่อกันร้องต่อประธานสภา เพื่อส่งคำร้องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายอนุทินสิ้นสุดลง เพราะไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ หรือมีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามมาตรา 170 (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) ของรัฐธรรมนูญได้”.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘กล้าธรรม’หนาว! ‘โฆษกภท.’เผยในทางการเมืองไม่มีการการันตีอะไรทั้งนั้น
เพื่อไทยชักแม่น้ำทั้ง 5 รองรับการเข้าร่วมรัฐบาลอนุทิน "ยศชนัน" ยอมรับไม่ใช่เรื่องง่าย กราบขออภัยจากใจ หลังมีทั้งคนเห็นด้วย-ไม่เห็นด้วย แต่ส่วนใหญ่บอกให้ร่วม
ตามจิกบาร์โค้ด ‘ส้ม’ฟ้อง‘กกต.’
ยังไม่ยอมแพ้ พรรคประชาชนชี้การมีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ทำลายหลักลงคะแนนโดยลับ-เปิดช่องทุจริต จี้ กกต.เร่งเปิดรายงานผลการนับคะแนนทุกหน่วย
นึกว่า‘รังสแกมเมอร์’!
"ไอติม" ดิ้น! แก้ข่าว "สเปกเตอร์ ซี" ไอโอสีส้ม เจอพิรุธเพียบ! ยอมรับเป็นบริษัทของเลขาฯ พรรค แต่ไม่ได้ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร เผยชั้น 4 ที่ทำการพรรคเป็นที่ทำการของพนักงานประจำ
นายกฯอนุทิน ควงภริยาสวมชุดไทย เปิดงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช
นายกฯ ควงภริยาสวมชุดไทย เปิดงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช สักการะศาลพระกาฬ เพื่อความสิริมงคล ก่อนขับรถรางเอง
อนุทินปลุกไทยหวนคืนเสือเอเชีย
นายกฯ ประชุมหารือกับรัฐมนตรีเศรษฐกิจ “อนุทิน” ลั่นต่อยอดนโยบายควิกบิ๊กวิน พาไทยกลับสู่จอเรดาร์โลก และเป็นเสือแห่งเอเชีย เล็งเดินหน้านโยบายหาเสียง “โพลพระปกเกล้า”
‘เสี่ยหนู’จดทะเบียนสมรส
“อนุทิน” หัวใจสีชมพู ควง “จ๋า ธนนนท์” จดทะเบียนสมรสที่บ้านอย่างอบอุ่น ท่ามกลางครอบครัวเป็นสักขีพยานก่อนวันวาเลนไทน์ “รัฐบาล-ตำรวจ” พาเหรดเตือนภัยวันแห่งความรัก

