13จังหวัดอ่วม อยุธยาน่าห่วง 8อำเภอจมนํ้า

ปภ.เผยน้ำท่วมเหนือ-อีสาน-กลาง  13 จังหวัด กระทบ 66,963 ครัวเรือน 221,187   คน เสียชีวิต 3 ราย ยันต้องรีบช่วยเหลือ-เฝ้าระวังเป็นพิเศษ ขณะที่อยุธยาจม 8 อำเภอ อ่างทองเดือดร้อน 4 อำเภอ ส่วนเพชรบูรณ์น้ำล้น 4 อำเภอ กระทบหลายครอบครัว

เมื่อวันที่ 21 ก.ย. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยข้อมูลว่า สถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นทั้งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง ปัจจุบันมีพื้นที่ได้รับผลกระทบ จำนวน 13 จังหวัด 57 อำเภอ 340 ตำบล 1,810 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ 66,963 ครัวเรือน 221,187 คน มีผู้เสียชีวิต 3 ราย (ข้อมูล ณ 21 ก.ย. เวลา 06.00 น.) สำหรับสถานการณ์ส่วนใหญ่เกิดจากแม่น้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ (จ.พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร นครสวรรค์ สุพรรณบุรี นครปฐม) เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำทำให้น้ำเอ่อล้นตลิ่ง (จ.ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี) และฝนตกหนักทำให้น้ำเอ่อล้น (จ.อุทัยธานี ฉะเชิงเทรา) ซึ่ง ปภ.ได้สนับสนุนเครื่องจักรกลสาธารณภัย และเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการเข้าช่วยเหลือประชาชนในทุกพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

สำหรับพื้นที่ที่ต้องช่วยเหลือและเฝ้าระวังเป็นพิเศษที่ จ.เพชรบูรณ์ ที่เกิดสถานการณ์แม่น้ำป่าสักล้นตลิ่งเข้าท่วม 4 อำเภอ (อ.วิเชียรบุรี, ศรีเทพ, หล่มเก่า, หล่มสัก) รวม 7 ตำบล 13 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ 5,476 ครัวเรือน 13,853 คน มีผู้เสียชีวิต 1 ราย ปัจจุบันระดับน้ำลดลง ปภ.ได้ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ช่วยเหลือแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมใน จ.พระนครศรีอยุธยา วันที่ 21 ก.ย. ว่า เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ยังคงระบายน้ำในอัตรา 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ต่อเนื่องเข้าสู่วันที่ 5 ส่งผลให้ปริมาณน้ำที่ไหลผ่านพื้นที่อยุธยาเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งในแม่น้ำน้อยและคลองสาขาต่างๆ ระดับน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนขยายวงกว้างรวม 8 อำเภอ ได้แก่ บางบาล, เสนา, ผักไห่, บางไทร, บางปะอิน, พระนครศรีอยุธยา, มหาราช และบางปะหัน ครอบคลุม 103 ตำบล 626 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 31,227 ครัวเรือน น้ำได้ไหลเข้าท่วมมัสยิด 1 แห่ง วัด 19 แห่ง ถนนชุมชน 21 สาย สถานที่ราชการ 6 แห่ง และโรงเรียน 14 แห่ง โดยมีโรงเรียนวัดตะกู อ.บางบาล ต้องประกาศปิดการเรียนการสอนชั่วคราว เนื่องจากน้ำท่วมสูง

สถานการณ์เอ่อล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน จังหวัดอ่างทอง ท่วมแล้ว 4 อำเภอ ล่าสุด ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วมแล้ว 1,013 ครัว อำเภอวิเศษชัยชาญ จำนวน 4 ตำบล 26 หมู่บ้าน 626 ครัวเรือน    อำเภอป่าโมก จำนวน 4 ตำบล 11 หมู่บ้าน 208 ครัวเรือน, อำเภอไชโย จำนวน 8 ตำบล 24 หมู่บ้าน 106 ครัวเรือน, อำเภอเมืองอ่างทอง จำนวน 6 ตำบล 13 หมู่บ้าน 73 ครัวเรือน

ล่าสุด เขื่อนเจ้าพระยาระบายลงสู่ท้ายเขื่อน 2,200 ลบ.ม./วินาที น้ำเจ้าพระยาไหลผ่านสถานีโทรมาตร C7A หน้าศาลากลาง จ.อ่างทอง ระดับน้ำสูง 8.38 เมตร จุดวิกฤตอยู่ที่ 8 เมตร จากระดับตลิ่งที่มีเขื่อนกั้นน้ำ 10 เมตร ปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,183 ลบ.ม./วินาที

 สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอำนาจเจริญ แจ้งเตือนฝนตกหนักถึงหนักมาก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมขัง   น้ำท่วมตลิ่งในบางพื้นที่ ระหว่างวันที่ 18-24 กันยายน พ.ศ.2568 ในพื้นที่เสี่ยง 6 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองอำนาจเจริญ, อำเภอชานุมาน, อำเภอปทุมราชวงศา, อำเภอลืออำนาจ, อำเภอพนา และอำเภอหัวตะพาน โดยเฉพาะ 3 อำเภอ คือ อำเภอเมืองอำนาจเจริญ, อำเภอหัวตะพาน และอำเภอลืออำนาจ ต้องเฝ้าระวังสูงสุด เนื่องจากที่ผ่านมา ในแหล่งน้ำสำคัญ เช่น อ่างเก็บน้ำพุทธอุทยาน ตั้งอยู่ อ.เมืองอำนาจเจริญ ระดับน้ำเต็มความจุ ต้องระบายน้ำผ่านสปิลเวย์ ไหลลงสู่ ลำห้วยสาขา และคลองชลประทาน ประชาชนที่อยู่ใต้อ่างต้องเตรียมอพยพหนีน้ำท่วมตลอดเวลา   และลำเซบาย ซึ่งไหลผ่านตำบลนาหมอม้า  อำเภอเมืองอำนาจเจริญ ปริมาณน้ำเต็มความจุ ไหลท่วมนาข้าวกว่า 400 ไร่ รวมถึงอำเภอหัวตะพาน น้ำจากลำเซบายไหลท่วมนาข้าว 2 ตำบล คือ ตำบลหัวตะพาน 2 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านท่ายางซุมและบ้านดอนว่าน นาข้าวจมน้ำจำนวนมาก และตำบลสร้างถ่อน้อย น้ำท่วมนาข้าวบางส่วน จึงมีการติดตั้งธงแดงเตือนประชาชนเฝ้าระวังน้ำท่วมตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนที่อำเภอลืออำนาจ ลำเซบก มีปริมาณน้ำมากเต็มความจุ เอ่อท่วมนาข้าวหลายร้อยไร่ จึงต้องมีการติดตั้งธงแดงเช่นกัน

ที่สุพรรณบุรี นายวราวุธ ศิลปอาชา อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำในแม่น้ำท่าจีนหลายจุด  และรับฟังข้อมูลสถานการณ์น้ำจากชาวบ้าน ร่วมกับนายพิริยะ ฉันทดิลก ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี นายแพทย์รัฐพล เวทสรณสุธี นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุพรรณบุรี โดยจุดแรกเข้ารับฟังสรุปสถานการณ์น้ำที่โครงการชลประทานจังหวัดสุพรรณบุรี จากนั้นไปเยี่ยมผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่มีบ้านริมน้ำท่าจีน อำเภอเมืองฯ ที่วัดพระนอน ตำบลพิหารแดง ที่วัดพระลอย ตำบลรั้วใหญ่

นายธีระชุณ บุญสิทธิ์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า ต้องยอมรับว่าวันนี้โลกของเราไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป สภาวะอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปคือความท้าทายที่ทุกหน่วยงานต้องเผชิญ กรมทรัพยากรน้ำ ในฐานะหน่วยงานที่มีภารกิจหลักในการดูแลบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ได้ตระหนักถึงประเด็นนี้เป็นอย่างดี จากอิทธิพลของพายุ 3 ลูกที่พัดผ่านประเทศไทยในช่วงที่ผ่านมา แม้จะไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อพื้นที่ในความรับผิดชอบหลักของกรมทั้งหมด  แต่ปริมาณน้ำฝนที่ตกสะสมได้ไหลลงสู่แม่น้ำสายหลัก โดยเฉพาะแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งท้ายที่สุดแล้วจะส่งผลต่อการบริหารจัดการการระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยา ที่มีผลโดยตรงต่อพื้นที่ราบลุ่มในภาคกลาง รวมถึงจังหวัดนนทบุรีและพื้นที่ปริมณฑล.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไม่รั่วสตางค์เดียว! ‘อนุทิน’ยัน‘พรก.กู้เงิน4แสนล้าน’นายกฯต้องรับผิดชอบ

"นายกฯ อนุทิน" ลั่น พ.ร.ก.กู้เงินฯ ประกาศใช้แล้ว หลังจากนี้จะดีจะร้ายนายกฯ เป็นผู้รับผิดชอบ ย้ำจะสอดส่องดูแลใช้งบให้เกิดประโยชน์ต่อ ปชช. รับรองไม่รั่วไหลแม้สตางค์แดงเดียว

หนูเหมือนหลานแม้ว

นายกฯ ยินดี "ทักษิณ" ออกจากเรือนจำ 11 พ.ค.นี้ บอกยังเคารพ เคยเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา ผูกพันเหมือนลูกเหมือนหลาน กรุงเทพฯ แคบแค่นี้คงมีโอกาสได้พบกัน

ถก‘ผู้นำอาเซียน’ เศรษฐกิจ-มั่นคง

"อนุทิน" ย้ำการพบกับ "ฮุน มาเนต" ไม่มีการพูดเรื่องปักปันเขตแดนและการเปิดด่าน ยืนยันทุกอย่างเป็นไปตามแถลงการณ์หยุดยิง เผยการหารือกับชาติผู้นำอาเซียน ผลักดันศักยภาพทางเศรษฐกิจและความมั่นคง

เปิดคลังแสงจีนเทา พันดาบตร.สายไหม

"อนุทิน" สั่งขยายผลสอบชายชาวจีนเจ้าของคลังอาวุธสงครามให้ลึกที่สุด ลั่น! เชื่อมโยงใครฟันไม่เลี้ยง ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ เปิดคลังแสง "หมิงเฉิน ซัน"

ฮั้วสว.ถึงมือกกต.ชุดใหญ่

“แสวง” เผยคดีฮั้ว สว.ถึงมือ กกต.ใหญ่แล้ว ยันผลเลือกตั้งแบบ สส. 5/18 ครบ 100% แล้ว “ไอลอว์” จี้เปิดผลนับคะแนนเลือกตั้ง-ประชามติรายหน่วย “ยิ่งชีพ” ขู่คดีฮั้วหาก กกต.สั่งไม่ฟ้องเจอร้องแน่

ชี้แก้ปากท้องก่อน รธน.ใหม่รอใน 2 ปี

“ภราดร” แจงกลัวเสียของ ครม.ใช้ร่างรัฐธรรมนูญเดิม อาจถูกตีตก “พริษฐ์” ซัดเดือด รัฐบาลไม่จริงใจ เมินเสียงประชามติ “ปชน.” จวก สูญงบ 9 พันล้านเพื่อเริ่มใหม่ ครป.-ญาติวีรชนฯ แนะใช้ รธน.ปี 40 เป็นฐาน