นายกฯ อยากยกเลิก "เอ็มโอยู 43-44" รอ กมธ.สรุป ลงพื้นที่ให้กำลังใจทหาร 3 ต.ค. ขณะที่รับ-ส่งหน้าที่ "ผบ.ทหารสูงสุด" น้ำตาซึม ทหารไทยยึดภูมะเขือคืนได้ ด้าน "ผบ.ทอ." ลั่นไม่มีเวลาเลี้ยงฉลองยินดีรับตำแหน่ง สั่งเตรียมพร้อมรบ ด้าน “แม่ทัพกุ้ง” ส่งไม้ต่อ “แม่ทัพเติ่ง” เชื่อมือสู้รบด้วยกันตลอด ไม่เกิน 2 สัปดาห์สรุปสำนวนคลิปเสียง "ฮุน เซน" ภัยความมั่นคง ชง อสส.สั่งคดี จ่อเปิดสำนวนใหม่ผู้นำเขมรสั่งยิงฆ่าคนไทย
เมื่อวันที่ 30 ก.ย. ที่รัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีการทำประชามติบันทึกความเข้าใจ (MOU) ไทย-กัมพูชา จะเป็นฉบับปี 43 หรือ 44 ว่า ขณะนี้คณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษา MOU 2543-2544 ระหว่างประเทศไทยกับประเทศกัมพูชา สภาผู้แทนราษฎร กำลังศึกษาอยู่ ก็ต้องรอผล หากผลออกมามีความชัดเจนว่าไม่ต้องศึกษา อาจจะยกเลิกได้เลยโดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพราะอำนาจอยู่ที่ ครม. เพียงแต่ต้องการให้ประชาชนมีส่วนร่วม ยืนยันว่าไม่ได้เป็นการโยนภาระให้ประชาชน แต่เป็นการให้เกียรติมากกว่า เรื่องอะไรที่มีความแตกต่างทางความคิด และเป็นความสนใจเกี่ยวข้องกับอธิปไตยความมั่นคงของประเทศซึ่งทอดยาวมานาน ก็เลยอยากถามประชาชน
“หากผลการศึกษาออกมาแล้วชัดเจนว่าไม่เป็นประโยชน์กับประเทศไทย และประเทศไทยไม่ได้เปรียบอะไรเลย ซึ่งอะไรที่ประเทศไทยไม่ได้เปรียบกัมพูชาเราเลือกประเทศไทยก่อน ดังนั้น ถ้าหากมีความชัดเจนก็อาจจะเลิกเลยก็ได้โดย ครม. อันนี้เป็นการให้เกียรติประชาชน ผมขอย้ำ ถ้าถามผม ผมทำเองผมเลิกไปแล้ว" นายกฯ ระบุ
นายอนุทินกล่าวด้วยว่า MOU ทั่วไปเขาจะเขียนว่าภายใน 2 ปีหากไม่บรรลุวัตถุประสงค์ต้องถือว่าเป็นอันสิ้นสุด ดังนั้นต้องดูบริบทใน MOU 43-44 ว่ามีการกำหนดให้มีการสิ้นสุดไปของ MOU นี้หรือไม่อย่างไร หากไม่มีการกำหนดเลย จะบอกว่าทำไม 20 ปียังไม่มีความเข้าใจ ยังหาข้อตกลงกันไม่ได้ แล้วจะเก็บไว้ทำไมถ้าประเทศไทยไม่ได้ประโยชน์ จึงขอย้ำว่าถ้าประเทศไทยได้ประโยชน์จะเก็บ แต่ถ้าประเทศไทยไม่ได้ประโยชน์จะเลิก
เมื่อถามว่า ฝ่ายความมั่นคงให้ข้อมูลว่าเห็นควรจะต้องยกเลิก MOU หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เป็นเรื่องของ ครม. ถ้าจะตัดสินใจต้องตัดสินใจโดย ครม.
นายอนุทินเปิดเผยว่า จะลงพื้นที่ชายแดนบุรีรัมย์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี วันที่ 3 ต.ค. เน้นไปในพื้นที่ขัดแย้งสูง เพื่อไปให้ขวัญกำลังใจทหาร โดยจะไปพร้อมกับ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม รวมถึงจะนำฝ่ายปกครองไปด้วย เพื่อไปแบ่งหน้าที่กันให้ชัดเจน ช่วงนี้เราอยากให้ทหารได้ทำหน้าที่ในการป้องกันชายแดนอย่างเต็มที่ และฝ่ายปกครองจะได้ดูแลพี่น้องประชาชน ในเรื่องการอพยพ หากมีอันตรายในพื้นที่น่าจะทำได้คล่องตัวขึ้นแล้ว เพราะเรามีประสบการณ์แล้ว ส่วน จ.สระแก้ว จะไปสัปดาห์หน้า ส่วนกรณีมีการนำเสนอข่าวอาหารของทหารขาดแคลนนั้น ตนถามผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้รับคำยืนยันว่าไม่มีขาดแคลนแน่นอน ไม่ได้กินแต่ปลากระป๋อง ไวไว เท่านั้น มีทั้งอาหารสดอาหารร้อน ผู้ใหญ่ของกองทัพยืนยันมาว่าไม่มีเหตุเหล่านี้แน่นอน
ขณะที่ พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ทำงานวันสุดท้ายก่อนเกษียณอายุราชการ โดยระบุว่า อยากให้น้องๆ ทหารที่มีอาชีพปกป้องแผ่นดินและเป็นรั้วของชาติ ทั้งชั้นผู้ใหญ่จนถึงพลทหาร ขอเป็นกำลังใจให้ ให้มีความสุจริตต่อบ้านเมือง ขอให้ปฏิบัติหน้าที่ให้ประสบความสำเร็จในหน้าที่และความรับผิดชอบ ให้มีความเจริญก้าวหน้าในชีวิตตลอดไป ส่วนชีวิตหลังเกษียณเป็นที่ปรึกษาอยู่กองทัพบก อยู่ช่วยเหลือ ผบ.ทบ. ยังอยู่กับพี่น้องประชาชนเหมือนเดิม ยังคงมีกิจกรรมที่เข้าไปมีส่วนร่วมกับประชาชนและพี่น้องทั่วประเทศไทย แม่ทัพไม่ได้หนีไปไหน หลังจากนี้ยังมีงานกิจกรรมหลายอย่างที่ต้องทำ โดยเฉพาะกำหนดการวิ่งมาราธอนไปยังภูมะเขือในช่วงหน้าหนาวนี้
ส่วน พล.ต.วีระยุทธ รักษ์ศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 คนใหม่นั้น ก็ไม่มีอะไรต้องฝากฝังกันมาก เพราะอยู่กับตนตลอด อยู่ทุกเหตุการณ์ รู้ว่าจะต้องทำอะไรหลังจากนี้ อย่างไรก็ตาม ตลอด 40 ปีรับใช้ประเทศชาติตามอาชีพที่เรารัก ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องเกษียณ ตนเองใช้หลักธรรมคำสอนที่ว่า การเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป หากยังมีชีวิตอยู่ต้องทำให้ดี ให้เพื่อนพี่น้องพูดถึงเราเรื่องที่ดี ถือเป็นเกียรติยศภายในครอบครัว เวลาที่ผ่านมาทำไปหมดแล้ว
ที่กองบัญชาการกองทัพไทย จัดพิธีรับ-ส่งหน้าที่และการบังคับบัญชา ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ระหว่าง พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ซึ่งเกษียณอายุราชการ และ พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด ที่ได้รับการโปรดเกล้าฯ เป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด โดยการจัดงานพิธีจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย ซึ่งได้งดพิธีสวนสนามและการตรวจแถวทหารกองเกียรติยศ เพราะว่ายังอยู่ในห้วงเวลาของการไว้อาลัยจากเหตุการณ์การปะทะตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งภายในงานมีการนำรูปของทหาร 16 นาย และประชาชน 14 คนที่เสียชีวิตจากการปะทะตามแนวชายแดนเมื่อวันที่ 24- 28 ก.ค.ที่ผ่านมามาติดตั้ง
พล.อ.ทรงวิทย์ได้กล่าวทั้งน้ำตา พร้อมเล่าถึงการเหตุการณ์การสู้รบตั้งแต่วันที่ 24-28 ก.ค. ผ่าน 3 สมรภูมิ โดยเฉพาะสมรภูมิภูมะเขือว่า รู้สึกมีกำลังใจที่เห็นธงชาติไทยปักบนยอดภูมะเขือ และได้แสดงของที่ระลึกเป็นภาพธงชาติบนภูมะเขือ ที่มีกรอบรูปทำจากกล่องกระสุนในสมรภูมิดังกล่าว ซึ่งในวันที่เห็นธงชาติไทยบนยอดภูมะเขือ เป็นวันที่ทำให้ตนมีกำลังใจ และมั่นใจว่า “เราชนะแน่” และช่วงพิธีปิดทุกคนในห้องประชุมได้ลุกขึ้นปรบมือให้กับผู้บัญชาการทหารสูงสุด และมีการเปิดเพลงแสงสุดท้าย ของตูน บอดี้สแลม ซึ่งเป็นหนึ่งในเพลงประทับใจของผู้บัญชาการทหารสูงสุด
ทั้งนี้ พล.อ.อุกฤษฎ์กล่าวรับตำแหน่งว่า ตนและผู้ใต้บังคับบัญชาในทุกระดับชั้น ขอให้คำมั่นว่า จะร่วมการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบสูงสุด อย่างเต็มกำลังความสามารถ พร้อมทั้งสานต่อนโยบายของผู้บัญชาการทหารสูงสุดคนเก่าให้มีความต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม ยึดประโยชน์ของส่วนรวมเป็นที่ตั้ง และเป็นหลักด้านความมั่นคงของชาติ เป็นที่พึ่งของประชาชน โดยยึดถือปณิธานกองทัพไทย เพื่อราชอาณาจักรไทย ทุกเพศ ทุกวัย ทุกชั้นยศคือคนสำคัญ สู่กองทัพการปฏิบัติการร่วมที่ทันสมัย บรรลุทุกภารกิจและความท้าทาย
ในช่วงบ่าย ที่อุทยานการบินกองทัพอากาศ ดอนเมือง มีพิธีรับมอบหน้าที่ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) ระหว่าง พล.อ.อ.พันธ์ภักดี พัฒนกุล ซึ่งเกษียณอายุราชการ กับ พล.อ.อ.เสกสรร คันธา ผบ.ทอ.คนใหม่ โดยกองทัพอากาศจัดกำลังพลสวนสนาม 4 กองพัน เครื่องบิน GRIPEN 1 ทำการบินผ่านพิธี จำนวน 2 ห้วง โดยปีนี้ได้งดพิธีสวนสนามทางอากาศ นอกจากนี้ยังจัดพิธีสวนสนามเทิดเกียรติให้แก่ผู้เกษียณอายุราชการด้วย
พล.อ.อ.เสกสรรให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า ได้ตั้งปณิธานไว้ว่า จะสานต่อภารกิจของ พล.อ.อ.พันธ์ภักดี ที่จะทำให้ ทอ.มีความแข็งแกร่ง มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นให้จงได้ ทั้งนี้ ไม่คิดว่าจะมีเวลามาเลี้ยงฉลองการรับตำแหน่งหรือรับการแสดงความยินดีใดๆ ในขณะที่ยังมีพี่น้องทหารปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนเพื่อรักษาอธิปไตยอยู่ทุกวันทุกคืน และสิ่งแรกที่จะทำคือ จะสั่งการให้หน่วยขึ้นตรง ทอ. เตรียมพร้อมที่จะปฏิบัติภารกิจได้ทันที เมื่อรับคำสั่ง เราไม่ได้ต้องการสงคราม แต่ถ้าเราต้องการสันติภาพ ต้องพร้อมรบ ขอให้ประชาชนเชื่อมั่น ทอ.
วันเดียวกัน นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน กล่าวถึงความคืบหน้าคดีคลิปเสียงสนทนาระหว่างนายฮุน เซน อดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา กับ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่าในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนในคดีนี้ ได้สอบสวนพยานไปหลายปาก ทั้งผู้กล่าวหา น.ส.แพทองธาร และพยานที่ยืนยันถึงการใช้เฟซบุ๊กของนายฮุน เซน แต่คดีนี้เป็นคนละส่วนกับที่ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยไปแล้ว เนื่องจากคดีนี้เป็นการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานว่าการที่นายฮุน เซน เปิดเผยคลิปเสียง เป็นเหตุให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนคนไทย ถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบในราชอาณาจักร ซึ่งเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 และความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์หรือไม่ สำหรับความผิดนอกราชอาณาจักร จะสอบสวนให้เสร็จสิ้นภายในไม่เกิน 2 สัปดาห์ เพื่อเสนออัยการสูงสุด (อสส.) ซึ่งเป็นผู้สั่งคดีว่าจะฟ้องหรือไม่อย่างไร
ส่วนกรณีฝ่ายเขมรยิงปืนใหญ่เข้ามาในประเทศไทยจนเป็นเหตุให้มีประชาชนตาย บาดเจ็บ ทรัพย์สินเสียหายนั้น นายวัชรินทร์กล่าวว่า ก่อนหน้านี้มีการประชุมของเจ้าหน้าที่รัฐ ทั้งฝ่ายความมั่นคงกับฝ่ายกฎหมายอีกทั้งหลายหน่วยงาน มีความเห็นว่า น่าจะมีการดำเนินคดีกับผู้นำกัมพูชา เเละนายฮุน เซน ในความผิดเกี่ยวกับการฆ่า การก่อการร้าย หรือการก่อให้เกิดภยันตรายต่อประชาชน และการทำให้เสียทรัพย์ เพราะมีความเสียหายเกิดขึ้นทั้งประชาชนและหน่วยงานของรัฐ และแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนในท้องที่เกิดเหตุหลายท้องที่แล้ว ซึ่งได้หารือกับผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ในฐานะผู้รับผิดชอบในจังหวัดสุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี และบุรีรัมย์ เพื่อให้มีการรวบรวมสำนวนการสอบสวนเสนอ อสส. เพื่อพิจารณาความผิดดังกล่าวว่า หาก อสส.เห็นว่าเข้าหลักเกณฑ์ในความผิดนอกราชอาณาจักร จากนั้นจะมีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาสอบสวนร่วมกับฝ่ายตำรวจ เมื่อสอบสวนเสร็จสิ้นแล้วจะส่งให้ อสส. เป็นผู้พิจารณาสั่งคดีต่อไป
ส่วนการติดตามดำเนินตัวการ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในตอนที่มีคำสั่งฟ้องคดีแล้วอาจจะไม่มีเอกสิทธิ์ในขณะนั้น หรืออาจจะดำเนินการโดยวิธีช่องทางความร่วมมือระหว่างประเทศทางอาญา
ที่รัฐสภา นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุม ครม.อนุมัติงบสนับสนุนกองทัพ ภายหลังขอเพื่อใช้เรื่องการป้องกันตามแนวชายแดนจำนวน 864 ล้านบาท แต่ไม่ขอลงรายละเอียดเพื่อใช้สำหรับงานของกองทัพ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ไม่รั่วสตางค์เดียว! ‘อนุทิน’ยัน‘พรก.กู้เงิน4แสนล้าน’นายกฯต้องรับผิดชอบ
"นายกฯ อนุทิน" ลั่น พ.ร.ก.กู้เงินฯ ประกาศใช้แล้ว หลังจากนี้จะดีจะร้ายนายกฯ เป็นผู้รับผิดชอบ ย้ำจะสอดส่องดูแลใช้งบให้เกิดประโยชน์ต่อ ปชช. รับรองไม่รั่วไหลแม้สตางค์แดงเดียว
หนูเหมือนหลานแม้ว
นายกฯ ยินดี "ทักษิณ" ออกจากเรือนจำ 11 พ.ค.นี้ บอกยังเคารพ เคยเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา ผูกพันเหมือนลูกเหมือนหลาน กรุงเทพฯ แคบแค่นี้คงมีโอกาสได้พบกัน
ถก‘ผู้นำอาเซียน’ เศรษฐกิจ-มั่นคง
"อนุทิน" ย้ำการพบกับ "ฮุน มาเนต" ไม่มีการพูดเรื่องปักปันเขตแดนและการเปิดด่าน ยืนยันทุกอย่างเป็นไปตามแถลงการณ์หยุดยิง เผยการหารือกับชาติผู้นำอาเซียน ผลักดันศักยภาพทางเศรษฐกิจและความมั่นคง
เปิดคลังแสงจีนเทา พันดาบตร.สายไหม
"อนุทิน" สั่งขยายผลสอบชายชาวจีนเจ้าของคลังอาวุธสงครามให้ลึกที่สุด ลั่น! เชื่อมโยงใครฟันไม่เลี้ยง ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ เปิดคลังแสง "หมิงเฉิน ซัน"
ฮั้วสว.ถึงมือกกต.ชุดใหญ่
“แสวง” เผยคดีฮั้ว สว.ถึงมือ กกต.ใหญ่แล้ว ยันผลเลือกตั้งแบบ สส. 5/18 ครบ 100% แล้ว “ไอลอว์” จี้เปิดผลนับคะแนนเลือกตั้ง-ประชามติรายหน่วย “ยิ่งชีพ” ขู่คดีฮั้วหาก กกต.สั่งไม่ฟ้องเจอร้องแน่
ชี้แก้ปากท้องก่อน รธน.ใหม่รอใน 2 ปี
“ภราดร” แจงกลัวเสียของ ครม.ใช้ร่างรัฐธรรมนูญเดิม อาจถูกตีตก “พริษฐ์” ซัดเดือด รัฐบาลไม่จริงใจ เมินเสียงประชามติ “ปชน.” จวก สูญงบ 9 พันล้านเพื่อเริ่มใหม่ ครป.-ญาติวีรชนฯ แนะใช้ รธน.ปี 40 เป็นฐาน

