ผลโพลตอกย้ำวันนี้คนไทยยังทุกข์มากกว่าสุข เผยส่วนใหญ่ 76.5% ยังเปิดกว้างต่อการตัดสินใจทางการเมือง “สวนดุสิต” บอก ปชช.เชื่อมือภูมิใจไทยรั้งที่หนึ่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ ส่วน “เพื่อไทย” หล่นไปที่ 4 “อนุทิน” รับทำให้ต้องทำงานหนัก
เมื่อวันที่ 12 ต.ค.2568 ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา ผู้ก่อตั้งสำนักวิจัยซูเปอร์โพล เปิดเผยรายงานผลสำรวจเรื่อง ความสุข ความทุกข์ และการเมืองของคนไทย วันนี้ จากกลุ่มตัวอย่างทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศจำนวนทั้งสิ้น 1,258 ตัวอย่าง โดยผลสำรวจพบว่า คนไทยส่วนใหญ่รู้สึกทุกข์มากกว่าสุขในชีวิตประจำวันถึง 43.7% มีเพียง 18.9% รู้สึกสุขมากกว่าทุกข์ และ 37.4% ระบุว่ามีความรู้สึกสุขและทุกข์พอๆ กัน
ผศ.ดร.นพดลเผยอีกว่า ปัจจัยที่ทำให้คนไทยรู้สึกมีความสุข พบว่า 68.9% บอกเรื่องครอบครัว รองลงมา 64.8% เรื่องงาน, 61.1% เพื่อน และ 59.7% สุขภาพ ส่วนปัจจัยที่สร้างความทุกข์ให้กับประชาชนพบว่า 68.1% บอกปัญหาเศรษฐกิจ, 64.9% การเมืองที่วุ่นวาย, 62.7% ความไม่มั่นคงในชีวิต, 52.9% ความเจ็บป่วย และ 33.4% การตกงาน
เมื่อสอบถามถึงลักษณะของผู้นำทางการเมืองที่คนไทยอยากเห็นเพื่อให้สังคมมีความสุขมากขึ้น พบว่าเสียงส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับคุณภาพของผู้นำมากกว่าขั้วการเมือง โดย 84.7% ต้องการผู้นำที่ดี เก่ง และกล้าแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ผลดี, 81.5% ต้องการผู้นำที่โปร่งใส ซื่อสัตย์ ไม่คดโกง ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน, 76.3% ต้องการคนรุ่นใหม่ที่กล้าเปลี่ยนแปลง ล้างบางการเมืองเก่า, 74.5% อยากเห็นผู้นำที่เป็นอิสระจากขั้วอำนาจเดิม และ 73.1% ต้องการผู้นำที่จริงใจ ทำงานเก่ง และเข้าถึงง่าย
สำหรับการตัดสินใจทางการเมือง พบว่า ประชาชน 51.9% ระบุว่ายังไม่ตัดสินใจว่าจะเลือกพรรคการเมืองใด ขณะที่ 24.6% ตัดสินใจแล้วแต่อาจเปลี่ยนใจได้ และ 23.5% เท่านั้นที่ตัดสินใจแน่นอน ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นว่า ประชาชนกว่า 76.5% ยังเปิดกว้างต่อการตัดสินใจทางการเมือง และยังไม่เกิดการยึดโยงกับพรรคการเมืองใดอย่างมั่นคง นี่เป็นสัญญาณสำคัญสำหรับการสื่อสารเชิงนโยบายในอนาคต
ขณะเดียวกัน สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่องนโยบายเศรษฐกิจแบบแจกช่วยจริงหรือแค่ชั่วคราว จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,203 คน โดยเมื่อถามว่า ประชาชนคิดว่านโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลอนุทินเป็นแบบใด พบว่า 29.51% เน้นแจกเงินหรือช่วยเฉพาะหน้า, 28.26% ยังไม่เห็นแนวทางที่ชัดเจน, 21.86% ทั้งแจกและพัฒนาไปพร้อมกัน และ 20.37% สร้างงานและเพิ่มรายได้ในระยะยาว
เมื่อถามว่า นโยบายแบบแจกเงิน-ลดภาระชั่วคราวช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้มากน้อยเพียงใด พบว่า 80.72% ช่วยได้ในระยะสั้น, 11.64% ช่วยได้มาก และ 7.64% ไม่ช่วยเลย ทั้งนี้ เมื่อถามว่าถ้ารัฐบาลมีงบประมาณจำกัด ประชาชนอยากให้ใช้กับเรื่องใดมากที่สุด พบว่า 53.72% ลงทุนจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อมและภัยธรรมชาติ เช่น น้ำท่วม ภัยแล้ง, 51.96% พัฒนาอาชีพ สร้างรายได้ระยะยาว และ 49.37% ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน กระตุ้นเศรษฐกิจโดยรวม และเมื่อถามต่อว่า ประชาชนคิดว่ารัฐบาลควรแก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างไรจึงจะคุ้มค่าและยั่งยืน พบว่า 67.17% จัดทำแผนบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการระดับประเทศ, 58.23% ลงทุนสร้างระบบป้องกันน้ำท่วมระยะยาว เช่น เขื่อน แก้มลิง บายพาสน้ำ และ 54.05% ฟื้นฟูอาชีพและเศรษฐกิจในพื้นที่น้ำท่วมหลังน้ำลด
สุดท้ายเมื่อสอบถามว่า ณ วันนี้ ประชาชนคิดว่าพรรคการเมืองใดที่จะแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ พบว่า 19.87% พรรคภูมิใจไทย, 17.37% พรรคประชาชน, 16.63% ยังไม่เชื่อพรรคใด, 13.13% พรรคเพื่อไทย, 5.15% พรรคพลังประชารัฐ, 4.24% พรรคไทยก้าวใหม่, 3.41% พรรคชาติไทยพัฒนา, 3.24% พรรครวมไทยสร้างชาติ, 3.16% ประชาธิปัตย์, 2.99% พรรคชาติพัฒนา และ 2.99% พรรคกล้าธรรม
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงผลดุสิตโพลที่คะแนนพรรค ภท.มีคะแนนนิยมมากกว่าพรรค ปชน.ว่า เราไม่เคยคิดชนะหรือแพ้ เราต้องชนะใจตัวเองต้อง ไม่ขี้เกียจ ต้องขยันทำงานและคิดถึงประชาชนเป็นหลัก วันนี้มีโชค มีวาสนา มีบุญที่ได้บริหารประเทศ เราไม่คิดอย่างอื่น คิดแต่การทำประโยชน์สูงสุดเพื่อประเทศชาติ และประชาชน สมาชิกพรรคภูมิใจไทยทุกคนถูกเสี้ยมสอนเพราะว่าคนที่มีพระคุณต่อเราคือพี่น้องประชาชน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กกพ.เคาะค่าไฟ เพิ่มขึ้น7สตางค์ หน่วยละ3.95บ.
กกพ.จ่อพิจารณาค่าไฟงวด พ.ค.-ส.ค.เพิ่มเติม เปิดแนวทางดูแลภาระหนี้
ห้ามปรับราคา! ล็อก71รายการ สต๊อกพอ2เดือน
พณ.ขยับง้างกฎเหล็กคุม 59 สินค้าจำเป็นต่อการดำรงชีพ
ทรัมป์ยืดถล่มอิหร่าน5วัน อิสราเอลโจมตีเตหะราน
"ทรัมป์" พลิกอีก สั่งกลาโหมเลื่อนการโจมตีโครงสร้างด้านพลังงานอิหร่านออกไปอีก 5 วัน
โผครม.35คนปกรณ์แทนปื๊ด
ว่าที่ รมต.ส่งเอกสารตรวจสอบคุณสมบัติอย่างคึกคัก เปิดโผ ครม.สะเด็ดน้ำ 35 คน ลุ้นอีก 1 ชื่อยังไม่เคาะ ไร้คนของ "พปชร."
ทุกปั๊มต้องมีนํ้ามัน นายกฯสั่งในสัปดาห์นี้ขายทุกสถานี/พิพัฒน์ไม่ฟันธงไอ้โม่ง
“อนุทิน” สั่งสัปดาห์นี้จะไม่มีสถานีบริการใดบอกว่าไม่มีน้ำมันขาย!
ต้นทุนดันค่าFtพุ่ง58สต. กกพ.ชงอุ้ม‘เปราะบาง’
กกพ.ชี้สงครามกระทบต้นทุน LNG พุ่ง ดันเอฟทีแตะ 58 สตางค์/หน่วย

