นายกฯ นำประชุม ครม.เศรษฐกิจ พ่อค้าแม่ค้าหอบขนมมาให้กำลังใจ ขอบคุณโครงการ "คนละครึ่งพลัส" ทำรายได้เพิ่มขึ้น ที่ประชุมไฟเขียวคนละครึ่งพลัส เฟส 1.5 เติมเงินร้านค้าขนาดเล็ก 4 แสนราย 20% ของยอดขาย สูงสุด 2 พันบาท ตั้งแต่ 19 พ.ย.-19 ธ.ค. 68 เริ่มโอน 25 ธ.ค.นี้ "เอกนิติ" ฟุ้ง 1 เดือนเร่งเข็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจแสนล้าน กระตุกชีพจรไตรมาส 4/68 โต 1.1% ฟื้นจากคาดการณ์เดิมที่ 0.3%
เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 10 พฤศจิกายน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เดินทางถึงกระทรวงการคลังเพื่อเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ ครั้งที่ 3/2568
โดยเมื่อมาถึงมีผู้ประกอบการ ผู้แทนพ่อค้าแม่ค้า ตลาดข้างกระทรวงการคลังนำขนมและผลไม้มามอบให้นายกฯ เพื่อขอบคุณและให้กำลังใจนายกฯ ที่สนับสนุนโครงการคนละครึ่งพลัส ทำให้พวกตนมีรายได้เพิ่มขึ้นและขอให้สนับสนุนเฟส 2 ต่อไป
ขณะที่นายกฯ ได้ขอช่วยอุดหนุนพร้อมมอบเงินช่วยซื้อขนม และกล่าวว่าคนละครึ่งๆ ถือว่าช่วยซื้อ ก่อนกล่าวกับพ่อค้าแม่ค้าอีกด้วยว่า เฟส 2 ของที่มาขายต้องคุณภาพดีด้วยนะ จากนั้นนายกฯ ขึ้นไปที่ห้องกำปั่นทอง ชั้น 21 อาคาร 150 ปี เพื่อเป็นประธานการประชุม
ภายหลังการประชุม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมอนุมัติโครงการเพิ่มยอดขาย ลดรายจ่าย เสริมทักทักษะให้แก่ผู้ประกอบการร้านค้าในโครงการคนละครึ่ง พลัส จำนวน 4 แสนร้านค้า วงเงินดำเนินการ 800 ล้านบาท ผ่าน 1 ใน 3 ช่องทาง เพื่อเพิ่มทักษะความรู้ในด้านเทคโนโลยีดิจิทัล ประกอบด้วย 1.เข้าร่วมกับแพลตฟอร์ม Food Delivery 4 แพลตฟอร์มในโครงการคนละครึ่งพลัส ซึ่งเป็นการเพิ่มยอดขายผ่านออนไลน์ เพิ่มโอกาสทางการขายจากร้านค้าออฟไลน์สู่ออนไลน์
2.เพิ่มความรู้เสริมสภาพคล่อง ผ่านการสมัครและเรียนหลักสูตรเสริมสร้างความรู้ทางการเงินผ่านธนาคารออมสิน www.oomtang.gsb.or.th สำเร็จตามเงื่อนไข และ 3.การเพิ่มทักษะ AI โดยการสมัครเรียนหลักสูตร DBD Academy ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ตั้งแต่วันที่ 19 พ.ย.-19 ธ.ค. 2568
“คำว่าพลัสในโครงการนี้ ไม่ใช่แค่การช่วยลดรายจ่ายให้ประชาชน แต่เป็นการเพิ่มรายได้ให้ร้านค้าด้วย รวมถึงจะมีการเพิ่มทักษะต่อยอดความรู้ให้ร้านค้า เป็นการติดอาวุธด้านดิจิทัล โดยหลักการคือ รัฐบาลจะ Top Up สมทบเงินให้ร้านค้าที่เข้า 1 ใน 3 ช่องทางที่กำหนด เช่นหากมียอดซื้อของ 200 บาท ประชาชนจ่าย 100 บาท อีกส่วนที่รัฐบาลจะสมทบ 100 บาทนั้น ส่วนนี้จะมีการเพิ่มให้ 20% ดังนั้นร้านค้าจะได้เงินจากรัฐบาลเพิ่มเป็น 120 บาท ในช่วงวันที่ 19 พ.ย.-19 ธ.ค.นี้ วงเงินสูงสุดไม่เกิน 2 พันบาท เพราะรัฐบาลต้องการยกระดับให้ผู้ประกอบการไทยเก่งและเข้มแข็งมากขึ้น ผ่านการยกระดับด้านดิจิทัล” นายเอกนิติกล่าว
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ระบุว่า รัฐบาลจะจ่ายเงินสมทบตามโครงการเพิ่มทักษะนี้ให้ร้านค้าที่ผ่านเงื่อนไขที่กำหนดในวันที่ 25 ธ.ค. 2568 โดยในช่วงเวลาโครงการนั้นจะมีระบบประเมินว่ามีร้านค้าใดที่ดำเนินการตามเงื่อนไขและได้รับสิทธิ์บ้าง ได้รับเงินเพิ่มคนละเท่าไหร่ ตรงนี้ขึ้นอยู่กับยอดขาย
สำหรับร้านค้าที่จะเข้าร่วมตามเงื่อนไขที่ 1 คือเข้าร่วมผ่านแฟลตฟอร์ม Food Delivery นั้น จะต้องมาลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการเพิ่มทักษะภายในวันที่ 19 พ.ย. 2568 เป็นต้นไป ส่วนร้านค้าที่เข้าร่วมแพลตฟอร์ม Food Delivery อยู่แล้ว หากจะรับสิทธิ์เงิน Top Up นี้ จะต้องมาลงทะเบียนใหม่ โดยเงื่อนไขเบื้องต้นคือจะต้องมียอดสั่งซื้อผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์อย่างน้อย 5 ครั้งใน 1 เดือน จึงจะถือว่าเป็นไปตามเงื่อนไขที่รัฐบาลกำหนด
“รัฐบาลให้ความสำคัญกับคำว่าพลัสเป็นอย่างมาก โดยสิ่งที่รัฐบาลจะให้เป็นแรงจูงใจในโครงการนี้ คือเงิน Top Up 20% ไม่เกิน 2 พันบาทต่อร้านค้า แต่ยืนยันว่าการรับเงิน Top Up นี้ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เพราะจะมีการพรีเทสต์ โพสต์เทสต์ ว่าสุดท้ายแล้วร้านค้าที่เข้าโครงการมีสกิลด้านดิจิทัลเพิ่มขึ้นหรือไม่อย่างไร และจะมีระบบประเมินผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังว่ามีใครได้สิทธิ์ไปแล้วบ้าง ได้คนละเท่าไหร่ ซึ่งจะคิดจากยอดขายทั้งหมด ทั้งการขายผ่านระบบออฟไลน์และออนไลน์ ภายในระยะเวลา 1 เดือนที่โครงการกำหนด และสิทธิ์เหลือเท่าไหร่ จะมีรายละเอียดบอกอย่างชัดเน ดังนั้นจึงจะเห็นว่าแต่ละวันมีสิทธิ์เหลือน้อยลงเรื่อยๆ ตรงนี้ถือเป็นความโปร่งใสและความท้าทายของร้านค้าด้วย โดยจะมีการเสนอให้ที่ประชุม ครม. พิจารณาในสัปดาห์หน้า” นายลวรณกล่าว
ก่อนหน้านั้น นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ กล่าวปาฐกถาพิเศษในงาน iBusiness Forum : Thailand Future Signal 2026 จับสัญญาณอนาคต ก้าวใหม่เศรษฐกิจไทย ว่าในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา รัฐบาลได้เร่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเป็นการร่วมมือกับภาคเอกชน จนเริ่มเห็นสัญญาณเศรษฐกิจใหม่เกิดขึ้นอย่างมาก สิ่งที่รัฐบาลได้เร่งผลักดันจนเริ่มเห็นสัญญาณเศรษฐกิจใหม่ ซึ่งเปรียบเสมือนชีพจรที่กระตุกขึ้นมาอีกครั้้ง ผ่านโครงการสำคัญ อาทิ การเร่งคืนหนี้ให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.), การเติมเงินผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ, โครงการเที่ยวดีมีคืน, การเร่งเบิกจ่ายของส่วนราชการ และโครงการคนละครึ่งพลัส ซึ่งทั้งหมดถือเป็นเม็ดเงินในการกระตุ้นเศรษฐกิจไปแล้วเกือบ 1 แสนล้านบาท และได้ช่วยให้บรรยากาศเศรษฐกิจทั่วประเทศเริ่มกระตุกขึ้นมา
“สิ่งที่รัฐบาลเห็นในวันที่แถลงนโยบายต่อรัฐสภา คือ สัญญาณเศรษฐกิจที่แผ่วมาก เหมือนชีพจรที่เต้นเบาจนเกือบจะดับ เศรษฐกิจไทยเหมือนจะดิ่งเหว แม้จะยังไม่ถึงกับตกเหว แต่ก็ติดหล่มเหลืออยู่อีกนิดเดียวก็จะตกเหว และจากการเร่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลทั้งหมดในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ช่วยให้เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 4/2568 ที่จากเดิมคาดว่าจะโต 0.3% เกือบจะดิ่งเหว ขยับขึ้นมาได้เป็น 1.1% นี่เป็นสัญญาณเศรษฐกิจแรกที่เห็น” นายเอกนิติระบุ
นายเอกนิติกล่าวอีกว่า สัญญาณเศรษฐกิจที่ 2 ตัวเลขการขอรับการส่งเสริมการลงทุนของต่างชาติจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ในช่วงที่ผ่านมาซึ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ คิดเป็น 90% โดยโครงการเติบโตขึ้นเกือบ 30% โดยส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมเกษตรสมัยใหม่ ดาต้าเซ็นเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์สมัยใหม่ เซมิคอนดักเตอร์ อีวีและไฮบริด เวลเนสเซ็นเตอร์ เป็นต้น แต่ต้องยอมรับว่ามีเม็ดเงินที่ขอรับการลงทุนค้างท่ออยู่ถึง 4.7 แสนล้านบาท
"รัฐบาลให้ความสนใจเป็นอย่างมาก จึงมีแนวคิดในการเดินหน้าโครงการ Fast Pass ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาระยะสั้น เพื่อเร่งปลดล็อกให้เม็ดเงินที่ค้างท่อเข้าสู่ระบบได้เร็วขึ้น และจะมีอุตสาหกรรมใหม่ที่มาต่อยอดการเติบโตของเศรษฐกิจไทยต่อเนื่องไปจนถึงปี 2569 ในเชิงสัญญาณเศรษฐกิจไทยเริ่มเห็นการฟื้นตัวอย่างชัดเจน" นายเอกนิติ กล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ยกระดับ“ล้อมคอก”อาวุธปืน “บิ๊กต่าย”ประมืองานร้อน"ทิ้งทวน"
เพียงสัปดาห์เดียวเกิดเหตุสลดถึง 2 เคส ที่สังคมไทยต้องนำมาถอดบทเรียนอีกครั้ง ศุกร์ที่ 7 ส.ค. “เหตุกราดยิง” ภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี นักเรียนชาย ม.3 พกอาวุธปืนขนาด 9 มม.มาจากบ้าน พร้อมกระสุน 98 นัด ก่อเหตุที่ไม่มีใครคาดคิด เดินลั่นไกใส่ครู-นักเรียน ไม่ต่างกับในเกมหรือภาพยนตร์
เฮลดค่าไฟ6สต. งวด‘ก.ย.-ธ.ค.’ เหลือ3.89บาท
กกพ.เคาะค่าไฟงวด ก.ย.- ธ.ค. ลดลง 6 สตางค์ เหลือ 3.89 บาทต่อหน่วย
อึ้งว่าง8พันบรรจุหมื่นห้า ส้มคาใจ‘กกต.’แจงไม่ชัด
โคตรโกงสอบท้องถิ่น เปิดรายงานผลสอบชุด "ปกรณ์" ชี้พบช่องโหว่ทุกขั้นตอน ทำเป็นขบวนการ ทุจริตชัดแจ้ง
ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทาน12ส.ค.
"ในหลวง-พระราชินี" เสด็จฯ ไปในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทาน เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ
ภท.ไวจัด!ชงกม.ปืน 100มาตราปชช.ปลอดภัยขึ้น‘หนู’เคลียร์ดรามา
“อนุทิน” สั่งจัดระเบียบปืน 10 ล้านกระบอก ย้ำห้ามพกปืนทุกคนเหตุใบอนุญาตหมดอายุแล้ว
'อนุทิน' โพสต์ภาพครอบครัว พร้อมถ้อยคำสั้นๆ กินใจ เนื่องในวันแม่แห่งชาติ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย โพสต์ภาพถ่ายร่วมกับครอบครัวผ่านเฟซบุ๊กเนื่องในวันแม่ โดยมีนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล บิดา พร้อมด้วย นางทัศนีย์ ชาญวีรกูล มารดา และน้องชาย น้องสาว

