“อัจฉริยะ” ร้อง ก.ร.ตร. สอบ “บิ๊กต่าย” เอี่ยวซื้อขายตำแหน่งภาค 4 ขู่ร้อง “อนุทิน” ย้ายด่วน หากเพิกเฉยเจอมาตรา 157 แน่ “ผบ.ตร.” สั่งฟ้องบิ๊กโจ๊กทำลายชื่อเสียงองค์กร
เมื่อวันที่ 21 พ.ย.2568 นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนกรณีกล่าวหา พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กับพวก รวมถึงเครือข่าย ว่าอาจเกี่ยวข้องกับการเรียกรับผลประโยชน์และซื้อขายตำแหน่งข้าราชการตำรวจกองบัญชาการตำรวจภูธร ภาค 4 โดยมี พล.ต.ท.สรศักดิ์ เย็นเปรม ประธานคณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียนตำรวจ (ก.ร.ตร.) และ พล.ต.ท.เรวัช กลิ่นเกษร รับเรื่อง
โดยนายอัจฉริยะได้อ้างถึงพยานหลักฐานสำคัญที่รวบรวมได้จากข้าราชการตำรวจกว่า 10 ราย ซึ่งร้องเรียนเรื่องการเรียกรับผลประโยชน์อย่างโจ่งแจ้ง พร้อมระบุว่าพยานหลักฐานแสดงให้เห็นถึงการซื้อขายตำแหน่งและการชำระเงินระหว่างผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน ทั้งข้อมูล น.ส.จุฑาทิพย์ ซึ่งมีประวัติเคยถูกออกหมายจับในคดีฉ้อโกง และถูกอ้างว่าใกล้ชิดบุคคลสำคัญที่อาจระคายเคืองสถาบัน พร้อมหลักฐานการชำระเงิน ข้อความแชตไลน์ของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ที่เกี่ยวข้องกับการเลื่อนตำแหน่งแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจกองบัญชาการตำรวจภูธร ภาค 4 ภาพแชตไลน์เกี่ยวกับการซื้อกระเป๋าแบรนด์เนม นาฬิกาหรู และผ้าไหมให้ภรรยา รวมถึงไฟล์คลิปเสียงพร้อมคำถอดเทปการสนทนาระหว่างนายอัจฉริยะกับผู้เสียหาย พร้อมร้องขอให้ ก.ร.ตร. ดำเนินคดีต่อ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ และ น.ส.จุฑาทิพย์ กับพวกในเครือข่าย
นายอัจฉริยะกล่าวอีกว่า ในวันที่ 26 พ.ย. เตรียมเปิดเผยชื่อและนามสกุลจริงของบุคคลที่เกี่ยวข้องต่อหน้าคณะกรรมาธิการฯ โดยยืนยันว่าไม่เกรงกลัวต่อการถูกฟ้องร้องคดีหมิ่นประมาท พร้อมทั้งกล่าวให้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐออกมาชี้แจงกรณีแชตไลน์ที่ถูกเปิดเผย ว่าไม่ใช่แชตไลน์ของตนและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ น.ส.จุฑาทิพย์
“ขอฝากถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ 25 พ.ย.2568 เวลา 10.00 น. จะเดินทางไปยื่นหนังสือที่กระทรวงมหาดไทย เพื่อให้มีคำสั่งย้าย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พ้นจาก ผบ.ตร. หากนายอนุทินยังไม่ดำเนินการ จะยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อดำเนินคดีกับนายอนุทิน ฐานเป็นเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามมาตรา 157”
ขณะที่ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ (รอง จตช.) กล่าวในเรื่องนี้ว่า หากได้รับมอบหมายหรือสำนักงานจเรตำรวจฯ ได้รับเรื่องร้องเรียน ก็คงต้องตรวจสอบอย่างจริงจัง ซึ่งกระบวนการตรวจสอบตํารวจนอกเหนือจากในระบบของจเรตํารวจแล้วยังมี ก.ร.ตร. ถือเป็นองค์กรอิสระที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของผู้ถูกร้องหรือ ผบ.ตร.แต่อย่างใด
ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวได้เรียกนายตํารวจ 4 นาย พื้นที่ตํารวจภูธรภาค 4 เข้ามาชี้แจงข้อเท็จจริงนั้น พล.ต.ท.ไตรรงค์กล่าวว่า ยังไม่ทราบในเรื่องนี้ จเรตำรวจยังไม่ได้มีการดําเนินการใดๆ ในการตรวจสอบเรื่องการซื้อขายตําแหน่งทั้งในพื้นที่ตํารวจภูธรภาค 4 และภาค 8 เนื่องจากต้องรอข้อมูลจากผู้ร้อง แต่อาจมีการดําเนินการในส่วนอื่นๆ ไปแล้ว เพียงแต่เรื่องยังมาไม่ถึงจเรตํารวจ
ขณะเดียวกัน นายทรงศัก สายเชื้อ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวกรณีนายอัจฉริยะเปิดข้อความไลน์ที่อ้างเป็นของ ผบ.ตร.พูดคุยการซื้อขายตำแหน่งโยกย้ายตำรวจภาค 4 ปี 2567 มีข้อความว่า “เพราะพี่โอ๊ดฝากมาโค้ชเยอะเลย” และพูดระบุว่า “โอ๊ด” คือ พล.ต.อ.สรายุทธ สงวนโภคัย อดีตผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ซึ่งมีการฝากตั๋วซื้อขายตำแหน่งไปยัง ผบ.ตร. และปัจจุบัน พล.ต.อ.สรายุทธ ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจการแผ่นดิน ว่ายังไม่ทราบข่าว แต่ถ้ามีข้อมูลก็ต้องดำเนินการไปตามกระบวนการกฎหมาย หากมีข้อมูลข้อเท็จจริงที่ชัดเจน ผู้ตรวจการแผ่นดินก็ต้องดำเนินการทุกขั้นตอนตามกฎหมาย ตามหน้าที่ของเรา
เมื่อถามว่า คนที่ถูกกล่าวหาควรออกมาชี้แจงให้เกิดความชัดเจนใช่หรือไม่ นายทรงศักกล่าวว่า ครับ แต่ตอนนี้ยังไม่ทราบข้อมูล ขอไปดูข้อมูลเรื่องนี้อีกครั้ง
ถามย้ำว่า มีการเอ่ยชื่อผู้ตรวจการแผ่นดินว่าเคยเข้าไปเกี่ยวข้องกับการซื้อขายตำแหน่งโยกย้ายตำรวจ จะกระทบกับองค์กรในฐานะองค์กรตรวจสอบหน่วยงานอื่น นายทรงศักกล่าวว่า หากไม่มีข้อมูลที่เท็จจริง หรือไม่มีมูล ท่านคงออกมาอธิบายชี้แจงกับสังคม ซึ่งตอนนี้ยังไม่ทราบเรื่อง แต่ก็จะขอรับไว้แล้วหารือกันภายใน ยืนยันว่าให้ความสำคัญแน่นอน เพราะต้องให้สังคมมั่นใจว่าเราเป็นองค์กรที่มีธรรมาภิบาล ซึ่งเราพร้อมถูกตรวจสอบอยู่แล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินได้มีพิธีรับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งประธานผู้ตรวจการแผ่นดินคนใหม่ ซึ่ง พล.ต.อ.สรายุทธได้เข้าร่วมพิธีด้วย และภายหลังเสร็จสิ้นพิธี ผู้สื่อข่าวได้พยายามสอบถามข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าว แต่ พล.ต.อ.สรายุทธได้ให้เจ้าหน้าที่มาแจ้งกับสื่อมวลชนว่าขอให้ไปสอบถามกับ ผบ.ตร.
มีรายงานข่าวจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เปิดเผยความคืบหน้ากรณีการตรวจสอบการเผยแพร่ข้อมูลทางสื่อสังคมออนไลน์ที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์องค์กร ล่าสุด พล.ต.อ.กิตติ์รัฐได้ลงนามในคำสั่งมอบอำนาจให้แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา จากกรณีคลิปวิดีโอของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ที่ระบุว่า “สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นองค์กรอาชญากรรมที่ใหญ่ที่สุด”.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ครม.ไฟเขียว เลิก‘MOU44’ เขมรฟ้องโลก
ครม.เห็นชอบยกเลิก MOU 44 นายกฯ แจงไม่เกี่ยวขัดแย้งสองประเทศ
สก.แดง-ส้มแห่เปิดตัวฟ้า พรบ.อากาศสะอาดไปต่อ
ไม่พลิก! “ปชน.” เปิดตัว “ดร.โจ” ชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. พร้อมผู้สมัคร สก. 50 เขต โชว์ 4 ฉากทัศน์กรุงเทพง่ายๆ
ดึงปชช.ศึกษา‘แลนด์บริดจ์’
"อนุทิน" เซ็นตั้ง คกก.ศึกษาแลนด์บริดจ์ “เอกนิติ” ประธาน "ปกรณ์" รอง ปธ. มีตัวแทนภาค ปชช. 3 คน ประเมินความเป็นไปได้โครงการ-ผลกระทบทุกมิติ ชงนายกฯ
ทรงบำเพ็ญพระกุศลกงเต๊ก‘พระพันปีหลวง’
กรมพระศรีสวางควัฒนฯ ทรงบำเพ็ญพระกุศลทักษิณานุปทาน (กงเต๊ก)
เร่งกู้ชงสภา14พ.ค. 4แสนล.สู้วิกฤตปากท้อง ‘ปชป.’ขวาง!ส่งศาลรธน.
“อนุทิน” นำ ครม.แถลงเดินหน้า พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน หวังหยุดความเสี่ยงเศรษฐกิจไทย
ขยี้‘ปชน.’รับผิด โยง‘กน.-ผญบ.’ เอี่ยวยาเสพติด
รุมสกรัม "สส.พรรคส้ม" ปากเปราะ "ผู้ใหญ่บ้าน-กำนัน" เอี่ยวยาเสพติด “สส.ภท.” จี้แสดงความรับผิดชอบมากกว่าโปรยแถลงการณ์ขอโทษ

