"กองทัพบก" ลั่นต้องสถาปนาแนวชายแดนที่ถูกรุกล้ำกลับคืนมาให้ได้ ทำลายขีดความสามารถทางทหารกัมพูชาที่เป็นภัยคุกคามให้หมดสิ้นสภาพ เมื่อสันติภาพกลับคืนมาการปฏิบัติการทางทหารจะสิ้นสุด ทหารไทยพลีชีพ รวม 16 นาย บาดเจ็บ 327 นาย ชี้กักกันคนไทยที่ "ด่านปอยเปต" เข้าข่ายอาชญากรรมสงคราม ทบ.-รัฐบาลประณามกัมพูชาโหดร้ายยิงจรวด BM-21 โจมตีพื้นที่ชุมชน พลเรือนเสียชีวิต 1 ราย บ้านเรือนเสียหาย พบ “จรวด-ระบบ” ที่ยึดได้เป็นอาวุธต่อต้านรถถังนำวิถี GAM-102LR สัญชาติจีน ทันสมัยสุด ประกาศเคอร์ฟิว 5 อำเภอ จ.ตราด หลังพบยิง M 79 จากภายในประเทศ ทร.สั่งจำกัดอาณาเขตอ่าวไทย สกัดน้ำมัน-ยุทธปัจจัยลำเลียงเข้ากัมพูชา นายกฯ ลงพื้นที่เยี่ยมศูนย์พักพิง สนามช้าง บุรีรัมย์
เมื่อวันอาทิตย์ ที่ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา พ.อ.ริชฌา สุขสุวานนท์ รองโฆษกกองทัพบก แถลงว่า ภาพรวมการปฏิบัติการในจุดที่เป็นพื้นที่สีเขียวที่เราได้ควบคุมไว้แล้วยังไม่เปลี่ยนแปลง เราใช้การขยายผลในที่หมายที่ควบคุมไว้แล้ว ส่วนพื้นที่ปราสาทคนา ก็ควบคุมอย่างเบ็ดเสร็จเรียบร้อย นอกจากนี้ยังตรวจพบพื้นที่ปราสาทคนา ฉากด้านหลังเป็นกำแพงโบราณสถาน มีภาพการขุดคูเลตที่ใช้ในการหลบ บ่งชี้ว่ากัมพูชาเข้ามายึดพื้นที่ดินแดนไทยบริเวณโบราณสถาณ ซึ่งผิดหลักสากลอย่างมาก และเราพยายามอย่างมากในการยึดพื้นที่คืน ซึ่งทำสำเร็จแล้ว ยืนยันชัดเจนกัมพูชาใช้โบราณสถานเป็นที่ตั้งทางทหาร พร้อมประมาณการสูญเสียของฝ่ายกัมพูชา
"กองทัพบก ดำรงความมุ่งหมายในการปฏิบัติ 2 ประการคือ จะต้องสถาปนาแนวชายแดนที่ถูกรุกล้ำกลับคืนมาให้ได้ และทำลายขีดความสามารถทางทหารของกัมพูชา ที่ชัดเจนแล้วว่าเข้าโจมตีและเป็นภัยคุกคามทั้งต่อกำลังทหารและประชาชนให้หมดสิ้นสภาพ" รองโฆษก ทบ.ระบุ
ขณะที่ น.อ.นรา คุณโฑถม ผู้ช่วยโฆษกกองทัพเรือ กล่าวว่า จำนวนผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ BM- 21 ของกัมพูชาโจมตีในพื้นที่ชุมชนจังหวัดศรีสะเกษ มีผู้บาดเจ็บ 6 ราย โดย 1 รายให้กลับบ้านแล้ว อีก 5 รายยังรักษาอยู่ โดย 4 รายรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลศรีสะเกษ อีก 1 รายรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์
เมื่อถามว่า ทำไมไทยยังมีปฏิบัติการทางทหาร และไม่ยอมรับการเจรจาหยุดยิงในช่วงนี้ โฆษกกระทรวงกลาโหมกล่าวว่า การปฏิบัติการทางทหารในช่วงนี้เพื่อนำสันติภาพกลับคืนมาสู่ประชาชน และสกัดกั้นภัยคุกคามเผชิญหน้า จึงจำเป็นต้องลิดรอนความสามารถของภัยคุกคาม และเมื่อสันติภาพความสงบสุขกลับคืนมา การปฏิบัติการทางทหารก็จะสิ้นสุดลง แต่ตราบใดที่ฝ่ายกัมพูชายังเป็นปฏิปักษ์ของภัยคุกคาม ปฏิบัติการทางทหารของไทยก็ยังดำเนินอยู่ต่อเนื่อง ยืนยันว่าไทยไม่ได้ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ
ด้าน พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีที่สังคมมีข้อสงสัยในประเด็นเรื่องการหยุดยิงว่า กองทัพบกไม่เคยกล่าวถึงหรือมีแนวการปฏิบัติในเรื่องนี้ เนื่องจากปัจจุบันกัมพูชายังคงใช้อาวุธหนัก จรวด BM-21, เครื่องยิงลูกระเบิด และโดรนพลีชีพ โจมตีต่อกำลังทหารไทยในพื้นที่ตลอดแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นภัยคุกคามด้านความมั่นคงของประเทศ ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนชาวไทยอย่างร้ายแรง โดย พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. ได้ติดตามสถานการณ์และมอบแนวทางการปฏิบัติเฉพาะส่วนอย่างใกล้ชิด ซึ่งปัจจุบันยืนยันว่ายังไม่ได้มีคำสั่งเปลี่ยนแปลงในการปฏิบัติการของหน่วยในพื้นที่การรบแต่อย่างใด โดยยังคงสั่งการให้หน่วยทหารที่รับผิดชอบตลอดแนวชายแดน เดินหน้าปฏิบัติการตามแผนที่กำหนด
โฆษกกองทัพบกกล่าวว่า จากกรณีที่ฝ่ายกัมพูชาแสดงพฤติการณ์อย่างชัดเจนในการขัดขวางการเดินทางกลับประเทศไทยของประชาชนชาวไทยจำนวนหลายพันคน ณ ด่านปอยเปตนั้น อาจเข้าข่ายเป็นการควบคุมตัวพลเรือนโดยมิชอบ หรือมีลักษณะใกล้เคียงกับการจับตัวพลเรือนไปเป็นตัวประกัน อาจก่อให้เกิดความเข้าใจในระดับนานาชาติว่าเป็นการกักกันตัวโดยผิดกฎหมาย ละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน เป็นการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ได้แก่อนุสัญญาเจนีวาว่าด้วยการคุ้มครองพลเรือนในเวลาการรบหรือการสงคราม ลงวันที่ 12 สิงหาคม ค.ศ.1949 รวมถึงพิธีสารเพิ่มเติมของอนุสัญญาเจนีวา และพิธีสารที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากการขัดกันด้วยอาวุธระหว่างประเทศ ค.ศ.1977 อาจมีความผิดเข้าข่ายเป็นอาชญากรสงคราม ตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ
ประณามยิง BM-21 พลเรือนตาย 1 ราย
เมื่อเวลา 11.50 น. กองทัพบกได้รับรายงานจากกองทัพภาคที่ 2 ว่า ฝ่ายกัมพูชาได้ใช้อาวุธจรวด BM-21 โจมตีเข้าใส่พื้นที่ตำบลเสาธงชัย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งอยู่บริเวณใจกลางแหล่งชุมชนและโรงเรียน เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ประชาชนเสียชีวิต 1 ราย (นายดร ปัจฉาพันธ์ อายุ 63 ปี) จากสะเก็ดระเบิด พร้อมส่งผลให้เกิดไฟไหม้บ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงเสียหาย 1 หลัง
"กองทัพบกขอประณามการกระทำของฝ่ายกัมพูชาต่อเวทีประชาคมระหว่างประเทศ ที่ยังคงใช้อาวุธโจมตีใส่พื้นที่พลเรือนซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติการทางทหารเป็นวันที่สอง เป็นเหตุให้พลเรือนผู้บริสุทธิ์เสียชีวิตเหตุการณ์ครั้งนี้ เป็นหลักฐานที่ชี้ชัดถึงเจตนาของฝ่ายกัมพูชาที่ละเมิดต่อหลักสิทธิมนุษยชนและกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนผู้บริสุทธิ์"
ด้านนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเช่นกันว่า รัฐบาลขอประณามต่อการกระทำอันโหดร้ายและไร้มนุษยธรรมของฝ่ายกัมพูชา จากการใช้อาวุธจรวด BM-21 ยิงตกเข้ามาในพื้นที่พลเรือนในเขตแดนไทย ส่งผลให้ประชาชนเสียชีวิต และสร้างความเสียหายต่อบ้านเรือนและทรัพย์สินของประชาชน ก่อให้เกิดความหวาดกลัวต่อความปลอดภัยในชีวิตของประชาชน พลเรือนและชุมชนที่ได้รับผลกระทบ มิได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติการทางทหารใดๆ และการใช้อาวุธโจมตีพื้นที่พลเรือนเช่นนี้ ไม่อาจยอมรับได้ภายใต้หลักสากล และนี่เป็นความจงใจ ไม่ใช่อุบัติเหตุอย่างที่ทางกัมพูชามักจะอ้างอย่างแน่นอน
เมื่อเวลา 07.30 น. รายงานข่าวจากกองทัพภาคที่ 2 ได้สรุปสถานการณ์ว่า ช่องสายตะกู การรบปะทะประปราย, พื้นที่ตาเมือนธม มีการปะทะด้วยอาวุธเล็งตรงและปืนใหญ่อย่างต่อเนื่อง, พื้นที่ช่องกร่าง พบว่ามีการรบปะทะประปราย, พื้นที่ตาควาย มีการรบปะทะกันอย่างหนัก ทั้งอาวุธเล็งตรง และอาวุธวิถีโค้ง โดรนโจมตี ทั้งสองฝ่ายยังอยู่ในพื้นที่ของตน, พื้นที่ปราสาทคนา และโดยรอบ ไทยสามารถเข้าควบคุมพื้นที่และทำลายบันไดส่วนหัวได้เรียบร้อย การสู้รบยังคงมีต่อเนื่อง, ช่องจอม/ช่องเปรอ/ช่องระยี ซึ่งเป็นพื้นที่ใกล้เคียงกัน ไทยเราสามารถควบคุมพื้นที่ได้แล้ว อยู่ระหว่างสถาปนาที่มั่นป้องกันการตีโต้ตอบ, ช่องสะงำ เป็นพื้นที่มี่ยังคงมีการเฝ้าระวัง และยังไม่มีการปะทะ, ภูมะเขือ/ช่องโดนเอาว์/พลาญยาว/พลาญหินแปดก้อน พื้นที่ส่วนนี้ยังคงมีการยิงจรวด BM-21 เข้ามาในพื้นที่อยู่เป็นระยะ เนื่องจากฝ่ายไทยได้ยึดครองพื้นที่ไว้ทั้งหมด, พื้นที่ซำแต ทหารไทยสามารถควบคุมพื้นที่ได้แล้ว อยู่ระหว่างสถาปนาพื้นที่เพื่อป้องกันกัมพูชาตีโต้ตอบ, พื้นที่ช่องอานม้า เนิน 677 เป็นพื้นที่ที่ทหารไทยสามารถควบคุมได้แล้ว อยู่ระหว่างปฏิบัติภารกิจต่อเนื่อง และพื้นที่ช่องบกนั้น มีการยิงปะทะกันประปราย ซึ่งสถานการณ์ขณะนี้0อยู่ระหว่างการเฝ้าระวัง ทางไทยสามารถทำลายที่ตั้งทางการทหาร คลังน้ำมัน/คลังกระสุน ที่ตั้งยิง ปืนใหญ่ และฐานที่ตั้งสแกมเมอร์ รวม 48 ที่
จ.ส.อ.อภิสิทธิ์ บุนนาค กองกำลังรบกองทัพภาคที่ 2 ตำแหน่งนายสิบพยาบาลประจำ พัน.ร.11 ในพื้นที่สนามรบ สังกัดกรมทหารราบที่ 16 พัน.3 (ร.16 พัน.3) พลีชีพกลางสสมรภูมิภูมะเขือ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ จากการโจมตีด้วยจรวด BM-21 ของฝ่ายกัมพูชาอย่างรุนแรง ขณะปฏิบัติหน้าที่ภายในบังเกอร์พื้นที่ภูมะเขือ
กองทัพบกยืนยันว่า ทหารไทยสามารถยึดขีปนาวุธต่อต้านรถถังนำวิถี ATGM :Anti-Tank Guided Missile) ยุคที่ 5 รุ่น GAM-102LR สัญชาติจีน จากทหารกัมพูชาบนเนิน 500 ช่องอานม้า จ. อุบลราชธานี ได้เป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นระบบนำวิถีที่มีความสามารถทันสมัยและเพิ่งเปิดตัวในงานอาวุธที่กรุงไคโร ประเทศอียิปต์ เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ใช้ตอบสนองทั้งงานต่อต้านรถถังและการโจมตีเป้าหมายยุทโธปกรณ์อื่นๆ ถือเป็นอาวุธต่อต้านรถถังรุ่นใหม่ที่มีฟีเจอร์ครบทั้งความแม่นยำสูงและความยืดหยุ่นในการใช้งาน ระยะยิงมาตรฐาน 6-10 กิโลเมตร ถือเป็นการค้นพบอาวุธหนักและทันสมัยที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในแนวรบ
ยึดอาวุธนำวิถีทันสมัย
สำหรับระบบอาวุธรุ่นดังกล่าวผลิตโดยบริษัท Poly Defence (สาย GAM/Bolas) ร่วมกับบริษัท Mediterranean defence technology ของตุรกี ผลิตเพื่อการส่งออกขายต่างประเทศ คุณลักษณะ สามารถใช้ได้ทั้งโดยการบุกทางยุทธวิธีของทหารและติดตั้งบนยานพาหนะ โดยคาดว่าฐานกัมพูชายังไม่มีความชำนาญในการใช้อาวุธดังกล่าวมีขีดความสามารถพอๆ กับ javelin ของสหรัฐที่กองทัพบกไทยมีประจำการอยู่ด้วย
พ.อ.ริชฌา สุขสุวานนท์ รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า ระบบขีปนาวุธต่อต้านรถถังนำวิถียุคที่ 5 รุ่น GAM-102LR เป็นอาวุธที่ใช้ต่อสู้ภาคพื้น ไม่ว่าจะเป็นรถถังหรือยานรบจากการพิสูจน์ทราบ มีความทันสมัยในระดับหนึ่ง ปัจจุบันเราได้ยึดมาแล้ว และเชื่อว่าอาวุธที่เรายึดมาได้ ลดความเสี่ยงกำลังพลของเราจากการโจมตีอาวุธดังกล่าว
เวลา 16.00 น. พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงอีกว่า ยังมีการปะทะและโจมตี โดยกัมพูชาใช้อาวุธหนัก ปืนใหญ่ BM-21 เข้ามาในพื้นที่ชุมชนไม่เลือกเป้าหมาย ทําให้ประชาชนเสียชีวิต 1 ราย พื้นที่ภูมะเขือ จ.ศรีสะเกษ ทําให้ทหารเสียชีวิต 1 นาย และบาดเจ็บ 4 นาย ซึ่งกําลังพลผู้เสียชีวิตหนึ่งในบริเวณพื้นที่ฐานปฏิบัติการภูมะเขือ เป็นนายทหารสังกัดกองพันที่ 3 กรมทหารราบที่ 16 เป็นเหล่าเสนารักษ์ คือเหล่าแพทย์ ปัจจุบัน กําลังพลเสียชีวิตจากการปะทะ 15 นาย จากการปฏิบัติหน้าที่ 1 นาย รวม 16 นาย บาดเจ็บ 327 นาย เป็นผู้บาดเจ็บเล็กน้อยหรือเคสสีเขียว ได้รับการรักษาพยาบาลและก็ปล่อยกลับได้ อย่างไรก็ตาม ความฮึกเหิมของทหารยังมีต่อเนื่อง กําลังพลที่ได้รับบาดเจ็บและถูกปล่อยกลับทั้งหมดอย่ากลับเข้าพื้นที่ ร่วมรบต่อไป
ขณะที่ฝ่ายทหารเรือ การปะทะยังเกิดขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่บ้านชําราก จ.ตราด และเกาะยอ จังหวัดเกาะกง ยังมีการปฏิบัติการภายใต้ยุทธการตราดปรปักษ์ และประจวบคีรีขันธ์ ประจันตคีรีเขตร ต่อเนื่อง
น.อ.ธรรมนูญ วรรณา ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด เปิดเผยว่า หลังทหารนาวิกโยธินตราด และหน่วยทหารสนับสนุนทั้งทหารอากาศและทหารเรือได้ใช้ปฏิบัติการ “ตราดปราบปรปักษ์” เพื่อยึดคืนพื้นที่ในบ้าน 3 หลัง ต.ชำราก อ.เมืองฯ จ.ตราด หลังจากใช้เวลามา 6-7 วัน สามารถยึดคืนพื้นที่บ้าน 3 หลังได้แล้วอย่างเบ็ดเสร็จ และทางทหารนาวิกโยธินตราดได้ปักธงไทยในพื้นที่บ้าน 3 หลังได้แล้ว เพื่อแสดงสัญลักษณ์ว่าพื้นที่บ้าน 3 หลังอยู่ในพื้นที่ประเทศไทยโดยสมบูรณ์
รายงานข่าวจากกองกำลังป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) ได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน (เคอร์ฟิว) ในพื้นที่ 5 อำเภอ จ.ตราด ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ห้ามบุคคลออกนอกเคหสถานภายในระหว่างระยะเวลา 19.00-05.00 น. ในพื้นที่จังหวัดตราด เฉพาะอำเภอคลองใหญ่, อำเภอบ่อไร่, อำเภอแหลมงอบ, อำเภอเขาสมิง และอำเภอเมืองตราด กรณีมีเหตุจำเป็นเร่งด่วน ต้องขออนุญาตเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในพื้นที่ และใช้มาตรการทางกฎหมายตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พระพุทธศักราช 2457 อย่างเคร่งครัด
การประกาศภาวะฉุกเฉินของ กปช.จต.ในครั้งนี้ เนื่องจากเมื่อคืนวันที่ 13 ธ.ค. เวลา 21.00 น. มีการยิงปืน M 79 ใส่กองบังคับการหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด (บก.ฉก.นย.ตราด) 3 นัด จากการคำนวณวิธีกระสุนแล้วมั่นใจได้ว่ายิงมาจากภายในประเทศ
'อนุทิน' เยี่ยมผู้อพยพ
มีหนังสือด่วนจากกองบัญชาการกองทัพไทย (บก.ทท.) และศูนย์บัญชาการทางทหาร (ศบท.) ระบุว่า ที่ประชุมคณะผู้บัญชาการทหาร (คบท.) เมื่อ 12 ธ.ค.68 มีมติในการดำเนินการต่อเรือไทย และ/หรือผู้ประกอบการไทยที่ไช้เรือไทย หรือเรือจดทะเบียนเรือสัญชาติอื่นๆ ลำเลียงและส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิง หรือสินค้ายุทธปัจจัยไปยังกัมพูชาทางทะเล เพื่อเป็นการลิดรอนและลดศักยภาพ ขีดความสามารถของฝ่ายกัมพูชาในการคุกคามต่อประเทศไทย เสนอให้สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) พิจารณากลไกภายใต้สภาความมั่นคงแห่งชาติ ให้หน่วยงานทางทะเลในศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) กำหนดให้มีมติประกาศมาตรการระงับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงและสินค้ายุทธปัจจัยไปยังประเทศกัมพูชา ให้ ศรชล.พิจารณาประกาศพื้นที่โดยรอบทะเลอาณาเขตรอบท่าเรือกัมพูชา เป็นพื้นที่เสี่ยงภัยระดับสูง
ทัพเรือภาคที่ 1 กองทัพเรือ ออกประกาศเรื่อง ขอความร่วมมืองดออกเรือทำการประมงในพื้นที่ทางทะเลจังหวัดตราดเป็นการชั่วคราว ระบุว่า เรียน สมาคมการประมงแห่งประเทศไทย สมาคมการประมงจังหวัดต่างๆ เจ้าของเรือประมง และไต๋เรือประมงทุกท่าน ด้วยปรากฏสถานการณ์ความขัดแย้งตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในการเดินเรือและการประกอบอาชีพประมงในพื้นที่ทางทะเลจังหวัดตราด ทัพเรือภาคที่ 1 จึงขอความร่วมมือจากพี่น้องชาวประมงทุกท่าน งดออกเรือทำการประมงเป็นการชั่วคราว ในพื้นที่บริเวณที่มีสถานการณ์ดังต่อไปนี้ 1.บริเวณด้านทิศใต้ของเกาะช้าง 2.บริเวณรอบเกาะกูด 3.บริเวณตรงข้ามเกาะยอ 4.บริเวณอำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป
ที่ จ.บุรีรัมย์ นายปิยะ ปิจนำ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ได้ขอความร่วมมือประชาชนพื้นที่เสี่ยงภัยที่อพยพออกมาอยู่ตามศูนย์พักพิงทุกแห่งในจังหวัด รวมถึงบ้านญาติ มากกว่า 6 หมื่นคน อย่าเพิ่งกลับเข้าพื้นที่ เพราะการสู้รบยังรุนแรงเสี่ยงอันตราย และมีรายงานกระสุนปืนใหญ่ จรวด BM-21 ตกในพื้นที่ชุมชนและพื้นที่การเกษตร ตามแนวชายแดนในจังหวัดบุรีรัมย์แล้ว 28 ลูก และบางลูกยังไม่ทำงาน หากกลับเข้าพื้นที่อาจได้รับอันตรายได้ จึงให้รอการประกาศจากทางราชการ
ที่สนามช้างอารีน่า จ.บุรีรัมย์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย พร้อมด้วย พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมช.กลาโหม ลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจชาวบ้านในศูนย์อพยพสนามช้างอารีน่า โดยเมื่อเดินทางถึงมีประชาชนเข้ามาทักทายและสวมกอดนายอนุทิน
จากนั้นนายอนุทินได้เดินมาที่เต็นท์โซนโรงครัวของศูนย์อพยพ โดยได้ทำหอยทอดทะเลให้แก่ผู้อพยพในศูนย์ รวมถึงได้ตำส้มตำปลาร้าอีกด้วย นอกจากนี้ นายอนุทินยังได้เดินไปยังเต็นท์ปฐมพยาบาลโรงพยาบาลบ้านกรวด ทักทายพูดคุยกับทีมแพทย์ เดินชมร้านอาหารฟู้ดทรัคที่มาบริการประชาชน ซึ่งระหว่างเดินทักทายประชาชน ได้เดินมาที่จุดพักผ่อนซึ่งเป็นจุดที่มีการร้องเพลง โดยนายอนุทินได้ร่วมร้องเพลง “คนสุดท้าย”ของอัสนี-วสันต์ และเพลง "ซมซาน" ของโลโซ กับนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ ซึ่งสร้างรอยยิ้มให้กับชาวบ้านในศูนย์อพยพ ทั้งนี้ นายกฯ ได้กล่าวภายหลังให้กำลังใจชาวบ้านว่า ให้คนเข้ามา การันตีเรื่องความปลอดภัย
การลงพื้นที่ครั้งนี้นายกฯ ไม่ได้แจ้งกำหนดการให้สื่อมวลชนได้ทราบ แต่มีการไลฟ์สดการลงพื้นที่ผ่านเฟซบุ๊ก ซึ่งปรากฏว่ามีชาวกัมพูชาเข้ามาคอมเมนต์เป็นจำนวนมาก.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘กสทช.’เน่าสนิท ประชุมล่มรอบ3 กดดัน‘สรณ’ถอย
เน่าสนิท! ประชุม "บอร์ด กสทช." ล่มอีกเป็นครั้งที่ 3 เพราะองค์ประชุมไม่ครบ
ข้อมูลรั่วทั้ง19กระทรวง หวั่นขายให้‘สแกมเมอร์’
นายกฯ สั่งทุกหน่วยงานตรวจสอบข้อเท็จจริงข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล
ไทยหนุนเมียนมา กลับสู่‘อาเซียน’ ตั้งกก.แก้มลพิษ
"อนุทิน” เปิดทำเนียบฯ ต้อนรับ “มิน อ่อง หล่าย” อบอุ่น หารือเต็มคณะชื่นมื่น
ดึงเงินกู้พลังงานใช้ไทยเที่ยวไทย
"ศุภจี” ยังไม่ชง “ไทยเที่ยวไทยพลัส” เข้า ครม.เดือน ส.ค.นี้
ล้างคนโกงจบ31สค. มท.พร้อมรับมือหากถูกฟ้อง ‘โรม’คาใจตัดตอนการเมือง
"ก.กลาง" ยึดตามมติ "กสถ." ฟันโกงสอบท้องถิ่น 5,925 ราย ส่วน 97 รายรอ ป.ป.ช.
‘กสทช.’ล่มซํ้า กก.วอล์กเอาต์ หมอสรณสู้ต่อ
บอร์ด กสทช.ล่มซ้ำ! 4 กรรมการวอล์กเอาต์ หวั่นผิดกฎหมายปมสถานะประธาน "หมอสรณ" ยันทำหน้าที่ต่อ

