เริ่มแล้ว!! "แบงก์ชาติ" ยกระดับความเข้มงวดตรวจสอบธุรกรรมเงินตราต่างประเทศขาเข้า สั่งแบงก์เรียกตรวจ 4 เอกสารทุกธุรกรรมที่มีมูลค่าตั้งแต่ 200,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ โดยไม่มีข้อยกเว้น สกัดทุนเทา-บาทแข็ง
นางสาวพิมพ์พันธ์ เจริญขวัญ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.ได้ยกระดับความเข้มงวดในการกำกับดูแลธุรกรรมเงินตราต่างประเทศขาเข้า เพื่อลดแรงกดดันด้านการแข็งค่าของเงินบาท และป้องกันการนำเงินเข้าประเทศที่ไม่ตรงกับแหล่งที่มาที่แจ้งไว้ หรือการทำธุรกรรมที่ไม่พึงประสงค์ โดยปรับหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวกับการตรวจสอบเอกสาร หลักฐานการทำธุรกรรมขายเงินตราต่างประเทศของผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศ (Resident) ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล
ปัจจุบันจำนวนธุรกรรมขายดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อซื้อเงินบาทของ Resident ที่มีมูลค่าสูงกว่า 200,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อรายการ คิดเป็น 15% ของจำนวนธุรกรรมขาเข้าของ Resident ทั้งหมด แต่มูลค่าของธุรกรรมดังกล่าวกลับมีสัดส่วนสูงถึง 85% ซึ่งเกณฑ์การทำธุรกรรมเงินขาเข้าที่ไม่ได้มีการตรวจเอกสารในปัจจุบัน อาจถูกใช้เป็นช่องทางในการทำธุรกรรมที่ไม่พึงประสงค์ หรือถูกใช้เป็นเครื่องมือในการทำทุจริตทางการเงิน และหากมีปริมาณสูงอาจส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของค่าเงินได้
โดยการปรับเกณฑ์ข้างต้นจะครอบคลุมกรณีต่างๆ ดังนี้ 1.กรณีการขายเงินตราต่างประเทศเพื่อรับเงินบาท และการโอนเงินตราต่างประเทศเข้าบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศ (Foreign Currency Deposit) สำหรับธุรกรรมที่มีมูลค่าตั้งแต่ 200,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือเทียบเท่าขึ้นไป ธนาคารพาณิชย์ต้องเรียกตรวจสอบเอกสารให้แหล่งที่มาของเงินตราต่างประเทศตรงตามที่ลูกค้าแจ้งไว้เป็นรายธุรกรรมทุกครั้ง ยกเว้นธุรกรรมปกติของลูกค้าธุรกิจที่ธนาคารพาณิชย์รู้จักดี มีการทำ Know Your Business (KYB) และ Customer Due Diligence (CDD) อย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ดี ธนาคารพาณิชย์ต้องเรียกเอกสารประกอบเป็นรายธุรกรรมสำหรับทุกธุรกรรมที่มีมูลค่าตั้งแต่ 200,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือเทียบเท่าขึ้นไป โดยไม่มีข้อยกเว้น ในกรณีที่เงินตราต่างประเทศมีแหล่งที่มาดังต่อไปนี้ 1.1 รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ให้แก่ต่างชาติ 1.2 รายได้จากการขายสินทรัพย์ดิจิทัล 1.3 เงินทุนจากต่างประเทศอื่นๆ ที่ไม่ใช่เงินลงทุนในเครือ/สาขา เงินลงทุนในหลักทรัพย์ เงินกู้/ให้กู้ และเงินส่วนต่างธุรกรรมอนุพันธ์ และ 1.4 เงินตราต่างประเทศที่ได้จากแหล่งที่มาอื่นๆ ที่ไม่ใช่การรับค่าสินค้า บริการ รายได้ และเงินโอนและบริจาค เงินลงทุน ธนบัตรและเงินฝาก
2.กรณีการขายและรับโอนเงินตราต่างประเทศที่มาจากการขายทองคำ ธนาคารพาณิชย์ต้องตรวจสอบเอกสารการขายทองคำในต่างประเทศ รวมทั้งเอกสารเรียกเก็บเงินและใบขนทองคำของลูกค้าในทุกธุรกรรม และ 3.กรณีการขายธนบัตรเงินตราต่างประเทศ ธนาคารพาณิชย์ต้องตรวจสอบเอกสารการนำเข้าเงินตราต่างประเทศของลูกค้าที่นำเข้าธนบัตรที่มีมูลค่ารวมตั้งแต่ 15,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือเทียบเท่าขึ้นไป
ทั้งนี้ การปรับหลักเกณฑ์ดังกล่าวจะส่งผลให้การตรวจสอบการทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศขาเข้า
มีความเข้มงวดขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลเสถียรภาพของอัตราแลกเปลี่ยน โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 29 ธ.ค. 2568 เป็นต้นไป.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รุมขยี้ซํ้า‘พรรคส้ม’ 89สว.จี้‘เท้ง’ขอโทษ/นักร้องชงยุบปชน.ฟัน‘ปิยบุตร’ผิดม.112
"89 สว." รุมประณาม "เท้ง" เลวร้ายที่สุดกล่าวหา สว.สีน้ำเงิน ยัน รธน.ปี 60 มาจากประชามติ ไม่ได้เป็นมรดกรัฐประหาร
แฉแก๊งคนเทา ร่วม‘ไตรภาคี’ เอื้อการเมือง
ครม.เงาพรรคส้มแฉ ขบวนการทุจริตคนเทาเข้าไทย ซัดทุกเรื่องอยู่ใต้จมูกนายกฯ
อึ้ง!เขมรอึใส่รั้วชายแดน ทบ.สั่งเฝ้าระวังป่วน-ยั่วยุ
หมดคำบรรยายกับทหารเขมร! "ผบ.ทบ." สั่งเฝ้าระวังพื้นที่เพ่งเล็งชายแดนไทย-กัมพูชา
นายกฯดันการทูตเชิงรุก ชูจุดแข็งดึงฝรั่งมาลงทุน
"อนุทิน" มอบนโยบาย "ทีมไทยแลนด์ยุโรป" ย้ำต้องทำให้ต่างชาติรู้ว่าไทยเป็นหนึ่งตัวเลือกที่ดีที่สุด ชูจุดแข็งรัฐบาลมีเสถียรภาพทางการเมือง
ไทยช่วยไทยฉลุย23.7ล้านคน
ลงทะเบียน “ไทยช่วยไทย พลัส” ทั่วไทยสุดคึก วันแรกกดไป 23.7 ล้านคน
นายกฯหนูสนใจ ผุด‘แฟรนไชส์’ ร้านอาหารไทย
“อนุทิน” ถกเอกชนไทยที่ลงทุนในเมืองน้ำหอม หวังต่อยอดนำเข้าวัตถุดิบไทยและธุรกิจแฟรนไชส์แบรนด์ไทยขยายตัวในตลาดยุโรป

