“อนุทิน” เตรียมเข้ามหาดไทยสัปดาห์ละ 2 วัน ย้ำระบบราชการไม่ได้มีปัญหา แต่ปัญหาอยู่ที่คนไม่สุจริต มั่นใจคดีทุจริตสอบท้องถิ่นไม่มี “มวยล้มต้มคนดู” เรียกประชุมผู้บริหาร มท. ปลุกใช้วิกฤตสร้างศรัทธาประชาชนไม่ให้เป็นกระทรวงมหาไถ จี้เร่งทำงานเพื่อรีเซตใหม่ “นิรัตน์” เปิดตัวเลขยิบ ย้ำ 5,129 คนโดนเขี่ยทิ้งแน่ เตรียมลุยแอ็กชัน 10 “มศว” หนาวจ่อขึ้นแบล็กลิสต์
เมื่อวันอังคารที่ 28 กรกฎาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.) ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมหารือกับผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยอย่างไม่เป็นทางการว่า จากนี้จะจัดสรรเวลาเข้ามาปฏิบัติงานที่ มท.สัปดาห์ละ 2 วัน แม้จะทำงานที่ทำเนียบรัฐบาลหรือสถานที่อื่นได้ แต่การเข้ามาพบผู้บริหารและเจ้าหน้าที่โดยตรง จะช่วยให้การบริหารงานและการบริการประชาชนมีประสิทธิภาพมากขึ้น
เมื่อถูกถามว่า หมายความว่าที่ผ่านมาการทำงานหย่อนยานหรือไม่ นายอนุทินยืนยันว่า ระบบและระเบียบราชการไม่ได้มีปัญหา แต่ปัญหาอยู่ที่ผู้ที่นำระบบไปใช้ ระบบไม่ได้หย่อนยานแน่นอน ระเบียบก็ไม่ได้หย่อนยาน แต่คนใช้ระเบียบและระบบมีความไม่สุจริต พูดอย่างนี้ดีกว่า ไม่ได้อยู่ที่ระบบ แต่อยู่ที่คน ตอนที่แต่งตั้งก็ตรวจสอบแล้วว่ามีความรู้ความสามารถและมีความซื่อสัตย์ แต่เมื่อเกิดเหตุขึ้นก็ต้องแก้ไข
เมื่อถามว่า การเข้ากระทรวงสัปดาห์ละ 2 วัน เป็นการมาขันนอตเรื่องทุจริตสอบท้องถิ่นและมาเฟียในพื้นที่หรือไม่ นายอนุทินถามกลับว่า มาเฟียแปลว่าอะไร หากหมายถึงผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องบูรณาการร่วมกับจังหวัด ตำรวจ ทหาร และหน่วยงานความมั่นคงในการแก้ไขปัญหา
ถามถึงกรณีที่หลายฝ่ายกังวลว่าปัญหาที่เกิดขึ้นจะกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน นายอนุทินกล่าวว่า รัฐบาลไม่สามารถห้ามความคิดของคนที่ตั้งใจทุจริตได้ แต่เมื่อพบการกระทำผิดก็เร่งดำเนินการอย่างเต็มที่ โดยใช้เวลาเพียงกว่า 2 สัปดาห์ก็ขยายผลและจับผู้กระทำผิดได้จำนวนมาก พร้อมมีคำสั่งเพิกถอนรายชื่อผู้เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการดำเนินการคืบหน้าต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 27 ก.ค. มีการดำเนินการแล้ว 7 แอ็กชัน และในวันนี้มีแอ็กชันที่ 8 ตามข้อมูลของนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัด มท.ในฐานะรักษาการอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ยืนยันว่าจะยังดำเนินการต่อเนื่อง เพื่อเปิดเผยข้อเท็จจริงทั้งหมด
“ช่วงเช้าได้พบกับนายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข ประธาน ป.ป.ช. ซึ่งลงมานั่งเป็นประธานคณะอนุกรรมการไต่สวนคดีด้วยตนเอง ทำให้มั่นใจว่าคดีนี้จะไม่มีทางเป็นมวยล้มต้มคนดู ขณะที่ฝั่งรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ จะสรุปรายงานผลตรวจสอบเสนอภายใน 2-3 วัน ก่อนนำข้อมูลทั้งหมดมาประกอบกัน เพื่อให้เห็นภาพกระบวนการทั้งหมด” นายอนุทินกล่าว
เมื่อถามว่า หากผลสอบชุดนายปกรณ์พบผู้เกี่ยวข้องจะดำเนินคดีทั้งหมดหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ขณะนี้มีผู้ต้องหาถูกคุมขังแล้ว 3 ราย และยังมีผู้ถูกออกหมายเรียกอีกหลายราย รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องในทุกขั้นตอน ตั้งแต่ผู้เปลี่ยนแปลงคะแนน เจ้าของกระดาษคำตอบ ไปจนถึงผู้ประกาศผลสอบ และการสืบสวนยังขยายผลไปถึงเส้นทางการเงินและการใช้อำนาจโดยมิชอบ โดยมีหลายหน่วยงานร่วมกันตรวจสอบ เชื่อว่าผลการสอบสวนจากทุกฝ่ายจะสอดคล้องกัน ทำให้ข้อสรุปของคดีมีความน่าเชื่อถือและรัดกุม
ต่อมา นายอนุทินเรียกประชุมรัฐมนตรี ผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงเศษ โดยนายอนุทินกล่าวว่า ขอมอบนโยบาย และให้ทุกท่านปฏิบัติมาด้วยความเรียบร้อย ในส่วนของกระทรวงมหาดไทย ทั้งนโยบายปราบปรามอาชญากรรม ยาเสพติด สถานบันเทิง สถานบริการ เรื่องการค้ามนุษย์ เรื่องนอมินี ที่ดินต่างๆ มากมาย ซึ่งทุกท่านก็ทำได้เป็นอย่างดี และขอฝากผู้ว่าราชการจังหวัดให้ดูแลความเรียบร้อยในจังหวัดของตนให้ดี
“ผมเข้ามากระทรวงนี้ ต้องเรียนว่าผมไม่เคยเกลียดใครสักคน ผมชอบทุกคน มีความสุขที่ได้พบกับทุกคน เพราะฉะนั้นตรงนี้ต้องขอจริงๆ สิ่งที่ผมมีโอกาสโชคดีมากๆ คือต้องไปพักร้อนอยู่ 3 เดือน ยิ่งเห็นอะไรที่ผมว่าท่านคิดได้ สไตล์การทำงานเป็นอย่างไรผมรู้หมด ต้องใช้ความสามารถอย่างเต็มที่ พอจะเข้าเดือนสิงหาคม ผมจะกดปุ่มรีเซต และขอให้ทุกท่านได้ทำงาน ปั้นผลงานอย่างเต็มที่เพื่อแสดงผลงานต่างๆ ออกมา”
นายอนุทินกล่าวว่า วันนี้ได้กลับมา เราไม่ได้ติดค้างใคร ต้องเอางานเป็นหลัก วันนี้มีตำแหน่งนายกฯ เพิ่มขึ้นมา ควบ รมว.มหาดไทย ขอให้ทุกท่านใช้โอกาสนี้ทำความเจริญมาให้ประชาชน อยู่ดีกินดี มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และหากอยากทำอะไรเพื่อให้บริการประชาชนมีศักยภาพสูงสุด บอกมาเลย อีกทั้ง รมช.มหาดไทยก็เป็นทีมเดียวกัน จึงไม่มีโอกาสไหนที่จะดีกว่านี้ และพวกนี้ไม่ใช่ลูกเทพ คนที่ผ่านการเลือกตั้งเป็น สส.เขต ทุกคนผ่านตรงนี้มาหมด ผ่านร้อนผ่านหนาวมา ไม่ใช่ว่าเป็นสมัยแรก ทุกคนมีพื้นที่ของตัวเองชัดเจน มีความแข็งแรงในพื้นที่ของตัวเอง คนเหล่านี้ต่างหากคือคนที่เห็นว่าเข้าใจชีวิตชาวบ้าน และเหมาะสมกับกระทรวงมหาดไทย
นายอนุทินกล่าวว่า จะขับเคลื่อนองค์กรนี้ไปให้ได้ดี และให้เกิดความไว้เนื้อเชื่อใจต่อกัน จะประคับประคองกระทรวงนี้ให้ผ่านพ้น แม้ปัญหาเยอะแยะไปหมด โดยเฉพาะเรื่องการทุจริตสอบท้องถิ่น สองสัปดาห์นี้ต้องใช้วิญญาณนักปลุกระดมเก่า ปลุกวิญญาณคนกระทรวงนี้เข้ามาจัดการ เพราะเรื่องนี้ร้ายแรงเสียจนมีหน่วยงานอื่นรับเป็นเจ้าภาพอีกเพียบ รวมถึง ป.ป.ช. นี่เรียกว่าสามัคคีกฐิน สามัคคีของทุกคน และสุดท้ายแม่น้ำทั้ง 5-6 สายมารวมกันจัดการ
“ขอความร่วมมือทุกท่าน ถ้าทำได้เร็ว ความศรัทธาของประชาชนจะคืนมา อย่าให้หญ้ากาฝากเกิดขึ้น เพราะจะกลืนหญ้าดีหมด หากปล่อยพวกนี้เข้ามาเรื่อยๆ คนดีๆ จะอยู่ไม่ได้ อย่าทำให้กระทรวงมหาดไทยเป็นกระทรวงมหาไถ ไม่มีการปกป้องใครที่ทำผิด และผมจะรีเซตกระทรวงมหาดไทยใหม่ และยืนยันว่าผมไม่พกความแค้น และการทำงานสามารถชี้แจง อธิบายได้หมด ไม่มีเรื่องส่วนตัว” นายอนุทินกล่าว
นอกจากนี้ นายอนุทินได้มอบหมายปลัดมหาดไทยและผู้เกี่ยวข้องจัดเตรียมและรายงานข้อมูลในระดับพื้นที่ ทั้งด้านทรัพยากรธรรมชาติ ภัยพิบัติ ยาเสพติด มาประกอบการเตรียมการหารือกับพลเอกอาวุโสมิน อ่องหล่าย ประธานาธิบดีสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ที่มีกำหนดเยือนไทยระหว่างวันที่ 6-8 ส.ค.2569
ด้านนายนิรัตน์กล่าวถึงความคืบหน้าเกี่ยวกับการจัดการปัญหาการทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นในแอ็กชันที่ 8 ตามที่นายกฯ กล่าวถึงว่า ผู้สมัครทั้งประเทศ 400,000 คน มาสอบจริงเกือบ 280,000 คน ซึ่งประกาศและบรรจุไป 55,193 คน ในบัญชีดังกล่าวภายหลังพบว่าผิดปกติไม่ได้เป็นไปตามกระบวนการสอบที่ควรเป็น ซึ่งการประชุมคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ที่รับรอง มีการนำบัญชีที่ถูกต้องที่มีอยู่แล้วนำมาใช้ หลังตรวจสอบแล้วมีอยู่ 50,064 คน ซึ่งแบ่งเป็นผู้ที่สอบด้วยความสุจริต 49,268 คน มีการแก้ไขคะแนน 5,925 คน ซึ่งจำนวนนี้มีผู้สอบไม่ผ่านเลย เพื่อแก้คะแนนให้ผ่าน 5,129 คน และมีคนที่สอบผ่าน แต่ไม่รู้แก้คะแนนด้วยเหตุใดเพื่ออัปแรงกิง 790 คน และบัญชีทั้งหมดจะถูกประกาศโดยบัญชีใหม่ที่ไม่ได้มีการตรวจใหม่ เป็นบัญชีเดิม แต่ยังไม่ได้นำมาใช้ ขณะนี้ประธาน กสถ.ได้ลงนามแล้ว ใช้เวลาตั้งแต่วันที่ 17-27 ก.ค. เป็นเวลา 10 วัน ซึ่ง สถ.ใช้คนตรวจสอบควบคู่กับเครื่องอีกรอบหนึ่ง เพื่อลดความผิดพลาดให้ถูกต้องมากที่สุด
นายนิรัตน์กล่าวอีกว่า หลังจากนี้แอ็กชันที่ 9 จะเรียกประชุม กสถ.อีกครั้งในสัปดาห์หน้า เพื่อกำหนดวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับผู้สอบแต่ละกลุ่ม โดยกลุ่มที่สองคือกลุ่มที่ต้องเปลี่ยนแปลงจากคะแนนต่ำ ซึ่งไม่ควรได้บรรจุ แต่บรรจุไปแล้วกว่า 5,000 คน จะมีวิธีแจ้งไปยังคณะกรรมการกลางข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.กลาง) แต่ละจังหวัด และกลุ่มที่สามที่สอบผ่านอยู่แล้ว แต่มีการแก้คะแนนทั้งๆ ที่ไม่จำเป็น ซึ่งอาจจะล่าช้า แต่ได้ดำเนินการมาถึงจุดที่ถูกต้องแล้ว
“ที่บรรจุไปแล้วก่อนหน้านี้ 14,988 คน รวมถึงผู้สอบเองและตกแต่งบัญชี แต่จำนวนกว่า 5,000 คนที่คะแนนไม่ถึงตามมาตรฐาน ก็จะหลุดจากการบรรจุข้าราชการเลย หรือหมายถึงการเลิกจ้าง ซึ่งมีผู้สอบไม่ผ่านเลย 5,129 คน บรรจุไปแล้วกว่า 3,000 คนที่ต้องถูกเพิกถอน”
สำหรับกลุ่มที่หนึ่งที่มีคะแนนสอบผ่าน หลังประกาศใหม่ คะแนนไม่ได้เปลี่ยนแปลง รับราชการตามปกติ เพราะเป็นกลุ่มที่มีคะแนนมากอยู่แล้วจำนวนกว่า 11,030 คน ต้องยอมรับว่ามีการจัดแรงกิงใหม่ ทำให้ลำดับผลการสอบอาจมีการเปลี่ยนแปลง แต่มาด้วยความสามารถล้วนๆ สถานะไม่เปลี่ยนรับราชการต่อได้ เพราะไม่มีข้อบกพร่องอะไร
นายนิรัตน์ยังกล่าวเกี่ยวกับแนวคิดจากประธานคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. ในการขึ้นแบล็กลิสต์มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เหตุทำงานไม่เสร็จว่า มีการคุยเรื่องนี้อยู่ เนื่องจากเกิดความเสียหายในวงกว้าง และกระทบกับคนหมู่มาก โดยกำลังหารือสำนักงานกฤษฎีกา กรมบัญชีกลาง สำนักงานอัยการสูงสุด ว่าดำเนินการอย่างไรให้ถูกกฎหมาย และเป็นไปตามเป้าหมาย พร้อมทั้งป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น
นายนิรัตน์กล่าวถึงความคืบหน้าในแอ็กชันที่ 10 หลัง กสถ.กำหนดวิธีปฏิบัติต่อกลุ่มบุคคลที่สอบทั้ง 3 กลุ่ม จะนำเข้าสู่ ก.กลาง เพื่อรับทราบบัญชีเก่า บัญชีใหม่ และเห็นชอบกับวิธีปฏิบัติหลังจากหลังจากที่นำบัญชีใหม่มาใช้แล้ว ต่อไปจะแจ้งไปยัง ก.จังหวัดต่างๆ พร้อมบัญชีรายชื่อจังหวัดนั้นๆ เท่านั้นว่าคนที่เกี่ยวข้องต้องดำเนินการต่ออย่างไรบ้าง โดยแจ้งไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) แต่ละแห่งว่าจะดำเนินการแต่ละคนด้วยเหตุผลในข้อกฎหมายแตกต่างกันไป.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เทิดไท้74พรรษา พสกนิกรทั่วหล้าทำบุญถวาย ‘ในหลวง’
ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯ พระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา 28
โจรใต้ป่วนถี่ เลื่อนคุยก.ย. ไม่มีกำหนด
“หัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขฯ” ลั่นเลื่อนเจรจากลุ่มผู้เห็นต่างจาก ก.ย.ไม่มีกำหนด จนกว่าจะได้รับคำตอบว่าก่อเหตุรุนแรงในนราธิวาสทำไม เผยได้ข่าวมาเลเซียเปลี่ยนตัวผู้อำนวยความสะดวก กอ.รมน.ภาค 4 สน.ชี้ผลตรวจนิติวิทยาศาสตร์ เชื่อมโยงปืน 14 กระบอก พัวพัน 37 คดี พบหลักฐานโยงเหตุคาร์บอมบ์หน้า สภ.ตันหยง กับบึ้มรถชาวมาเลย์
กกต.ส่อยื้อฟันคดีฮั้วสว. 2น.1พ.เมินปั่นแตกแยก
"อนุทิน” ซัดคนปล่อยข่าว 2 น. 1 พ.แตกแยก ยันเป็นเรื่องภายในบ้าน บอก “พิพัฒน์-เนวิน” คบกันมานาน ไปเชื่อถือนักวิเคราะห์ได้อย่างไร
บอร์ดกสทช.ล่ม วอล์กเอาต์3ราย ‘สรณ’ขู่ฟ้องศาล
"อนุทิน" แจงต้องรอมติ สว.เห็นชอบ “นพ.สรณ” พ้นประธาน กสทช.ก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯ
แย้มปัดฝุ่นแลนด์บริดจ์ได้ ถก‘อีอีซี’รถไฟ3สนามบิน
นายกฯ แย้ม "แลนด์บริดจ์" ปัดฝุ่นได้ทุกเมื่อหากสถานการณ์เหมาะสม
จ่อคุยมาเลเซีย สกัดให้ที่พักพิง BRNหัวรุนแรง
"สีหศักดิ์” จ่อเรียกประชุมคณะผู้แทนพิเศษรัฐบาลสัปดาห์นี้สางปมไฟใต้


