
กองทัพภาคที่ 2 เผยขยายผล ภายหลังควบคุมพื้นที่อาคารสแกมเมอร์ที่ช่องจอม พบหลักฐานเพียบ แฉคลิปชัดกัมพูชาใช้เขาพระวิหารเป็นฐานทหาร-สะสมอาวุธ จรวดต่อสู้รถถัง แบบเดียวกับที่ทหารไทยสามารถตรวจยึดได้ในพื้นที่เนิน 500 "ปิติพงศ์” สวน “สม รังสี” ลั่นศาลโลกไม่ใช่เวทีใช้ข่มขู่ ถ้ากล้าก็ทำเลย หลังเรียกร้องฟ้องไทยชดใช้ค่าเสียหาย มั่นใจไทยไม่ใช่ฝ่ายเสี่ยง แต่กลายเป็นผู้นำกัมพูชาที่ต้องรับผิดชอบ
เมื่อเวลา 09.10 น. วันที่ 3 มกราคม 2569 กองทัพภาคที่ 2 สรุปสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ตลอดทั้งวัน (2 ม.ค. 2569) พบว่าภาพรวมพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในภาวะสงบ อยู่ระหว่างการวางกำลังและเตรียมความพร้อมตามปกติ ไม่ปรากฏเหตุปะทะ การใช้อาวุธ หรือการเคลื่อนกำลังขนาดใหญ่แต่อย่างใด
ทั้งนี้ ฝ่ายไทยยังสามารถควบคุมสถานการณ์และรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดนได้อย่างต่อเนื่อง โดยในระยะสั้นคาดว่าสถานการณ์จะยังคงอยู่ในลักษณะสงบ แต่ต้องเฝ้าระวังสูงในพื้นที่อ่อนไหวและจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดหรือการยกระดับสถานการณ์โดยไม่จำเป็น
กองทัพภาคที่ 2 ได้ส่งเจ้าหน้าที่เดินหน้าปฏิบัติการขยายผลภายหลังการทลายเครือข่ายสแกมเมอร์ เข้าตรวจค้นอาคารที่ใช้เป็นฐานปฏิบัติการหลอกลวง ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ช่องจอม อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ โดยอาคารดังกล่าวมีลักษณะเป็นโรงแรมและบ่อนกาสิโน ใช้เป็นศูนย์กลางดำเนินกิจกรรมผิดกฎหมาย
จากการตรวจสอบพบว่า ภายในอาคารประกอบด้วยตึกจำนวน 3 หลัง มีรูปแบบเหมือนกันทั้งหมด โดยชั้นที่ 1-5 ใช้เป็นที่พักของผู้ที่ทำงานในเครือข่ายสแกมเมอร์ ส่วนชั้นที่ 6 เป็นพื้นที่ทำงานส่วนรวม แบ่งย่อยเป็นห้องลักษณะคล้ายห้องเก็บเสียง และบางส่วนใช้เป็นที่พักของกลุ่มหัวหน้าควบคุมงาน
โดยภายในแต่ละตึกมีการแบ่งพื้นที่รับผิดชอบ ตามประเทศเป้าหมายที่ตกเป็นเหยื่อการหลอกลวง ประมาณ 4-5 ประเทศต่อตึก โดยภายในห้องทำงานแต่ละโซนจะจัดสภาพแวดล้อมให้เสมือนประเทศนั้นจริง ทั้งโต๊ะทำงาน ตราสัญลักษณ์ รูปภาพ ธงชาติ เสื้อผ้า และอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในการหลอกลวง
นอกจากนี้ ยังตรวจยึดเอกสารคู่มือการทำงานจำนวนมาก ซึ่งประกอบด้วยแนวทางปฏิบัติงาน สคริปต์การพูด เทคนิคดึงดูดความสนใจ แบบทดสอบความรู้ของผู้ปฏิบัติงาน รวมถึงข้อมูลของเหยื่อที่ถูกหลอกลวง โดยเอกสารดังกล่าวกระจายอยู่ทุกโต๊ะทำงานภายในอาคาร
สำหรับของกลางที่ตรวจยึดได้ประกอบด้วย คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก โทรศัพท์มือถือกว่า 30 เครื่อง แท็บเล็ต ซิมการ์ดจำนวนมาก สมุดบันทึก แฟ้มเอกสารทางการเงิน บัตรประจำตัว บัตรเครดิต เครื่องสแกนบัตร NFC แบงก์ปลอม รวมถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเอกสารอื่นๆ อีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งทั้งหมดจะถูกส่งมอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปขยายผลเชื่อมโยงเครือข่ายในมิติอื่นต่อไป
สำหรับของกลางที่ตรวจยึดได้ถือเป็นหลักฐานสำคัญ ที่สะท้อนโครงสร้างและกระบวนการทำงานของเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติ ซึ่งสร้างความเสียหายให้ประชาชนและบ่อนทำลายความมั่นคงของหลายประเทศ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือในการปราบปรามอย่างจริงจังและต่อเนื่อง
กองทัพภาคที่ 2 เผยคลิปวิดีโอชัดแสดงภาพและข้อมูลที่ระบุว่า ฝ่ายกัมพูชาได้ใช้พื้นที่บริเวณปราสาทพระวิหารเป็นที่ตั้งทางทหาร พร้อมทั้งมีการวางกำลังและสะสมอาวุธในพื้นที่ดังกล่าว ท่ามกลางการติดตามสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาอย่างใกล้ชิด
คลิปดังกล่าวนำเสนอภาพการเคลื่อนไหวของกำลังพล และสิ่งปลูกสร้าง พร้อมพบยุทโธปกรณ์บางส่วนในพื้นที่ปราสาทพระวิหาร อาทิ อาวุธจรวดต่อสู้รถถังแบบเดียวกับที่ ทหารไทยสามารถตรวจยึดได้ในพื้นที่เนิน 500 ซึ่งเป็นหลักฐานสะท้อนการใช้พื้นที่เชิงยุทธศาสตร์เพื่อวัตถุประสงค์ทางทหาร มากกว่าการใช้เป็นพื้นที่โบราณสถานหรือการท่องเที่ยวตามที่ควรจะเป็น
“ขอย้ำว่าฝ่ายไทยยังสามารถควบคุมสถานการณ์ตามแนวชายแดนได้อย่างต่อเนื่อง และยังไม่พบสัญญาณของการยกระดับไปสู่การเผชิญหน้าทางทหาร อย่างไรก็ตามยังคงจำเป็นต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดและรักษาเสถียรภาพในพื้นที่ชายแดนต่อไป” กองทัพภาคที่ 2 ระบุ
นายปิติพงศ์ เต็มเจริญ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเป็นธรรม (ปธ.) กล่าวถึงกรณีที่นายสม รังสี อดีตผู้นำฝ่ายค้านกัมพูชา ออกมาเรียกร้องให้ชาวกัมพูชาฟ้องศาลอาญาระหว่างประเทศและศาลโลก ให้ไทยชดใช้ค่าเสียหายกรณีบุกรุกและทำลายทรัพย์สินกัมพูชาว่า ถ้ากล้าก็ทำเลย ศาลโลกไม่ใช่เวทีข่มขู่ แต่คือเวทีที่ผู้นำต้องรับผิดชอบต่อโลก หากมีการเปิดคดีต่อศาลโลกจริง ประเทศไทยไม่ใช่ฝ่ายที่มีความเสี่ยงสูงสุด หากนายสม รังสี เชื่อมั่นในความเป็นธรรมของกฎหมายระหว่างประเทศ ก็ไม่มีเหตุผลใดที่ต้องหลีกเลี่ยง แต่ต้องพูดกันตรงๆ หากคดีถูกพิจารณาอย่างเป็นธรรมจริง ผู้ที่โลกจะจับตาไม่ใช่กรุงเทพฯ แต่คือ ฮุน เซน และฮุน มาเนต
"เพราะศาลระหว่างประเทศไม่ได้ตัดสินประเทศที่ปกป้องตนเอง แต่พิจารณาการตัดสินใจของผู้นำ คำสั่งทางทหาร และผลกระทบต่อชีวิตพลเรือน หากมีหลักฐานว่าผู้นำหรือผู้มีอำนาจสั่งการใช้ความรุนแรง หรือยกระดับความขัดแย้งโดยไม่จำเป็น กรอบการพิจารณาย่อมขยับไปสู่คำถามเรื่องความรับผิดส่วนบุคคล และอาชญากรรมสงคราม"
นายปิติพงศ์กล่าวอีกว่า หากวันนี้พรรค ปธ.ได้เป็นรัฐบาล ความรับผิดชอบต่อสงครามจะไม่ถูกกลบด้วยอำนาจทางการเมืองอีกต่อไป ผู้นำกัมพูชาที่เกี่ยวข้องโดยตรงได้แก่ ฮุน เซน และฮุน มาเนต ต้องเผชิญกับทางเลือกที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือ 1.ลงจากอำนาจผ่านกระบวนการเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรมอย่างแท้จริง หรือ 2.เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมระหว่างประเทศ โดยเฉพาะศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) เพื่อให้มีการตรวจสอบความรับผิดส่วนบุคคลต่อการตัดสินใจ และคำสั่งที่นำไปสู่ความสูญเสียของพลเรือน พรรค ปธ. ยืนยันว่าสันติภาพที่แท้จริงจะเกิดขึ้นไม่ได้ หากความจริงยังถูกซ่อน และความรับผิดยังไม่ถูกเรียกร้องจากผู้มีอำนาจ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เขมรซุกระเบิดสังหารใหม่
เจออีก! ไทยพบหลักฐานชัด “กัมพูชา” ลอบวางทุ่นระเบิดสังหารบุคคลในแผ่นดินไทย
ไอโอส้มเดือด!จี้กกต.คุ้ย แก้วตาซัดอีแก่-ประสาท
“ชัยวุฒิ” จี้ กกต.สอบค่าใช้จ่ายไอโอส้ม เด็กรักชาติดีดปาก “พริษฐ์” อย่าเป็นอีแอบ บอกไม่มีปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร
แสวงยํ้าบาร์โค้ดลับปลอดภัย
“แสวง” ย้ำ "บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง" อยู่บนหลักการโดยตรงและลับ ใช้กับหลักความปลอดภัย
ยึดเศรษฐกิจ-มั่นคง ภท.เคาะโควตากระทรวง ห้ามชงรมต.ชื่อเสียงฉาว!
“ภท.” หวังยึดกระทรวงเศรษฐกิจและความมั่นคงทั้งหมด เ
‘กล้าธรรม’หนาว! ‘โฆษกภท.’เผยในทางการเมืองไม่มีการการันตีอะไรทั้งนั้น
เพื่อไทยชักแม่น้ำทั้ง 5 รองรับการเข้าร่วมรัฐบาลอนุทิน "ยศชนัน" ยอมรับไม่ใช่เรื่องง่าย กราบขออภัยจากใจ หลังมีทั้งคนเห็นด้วย-ไม่เห็นด้วย แต่ส่วนใหญ่บอกให้ร่วม
ตามจิกบาร์โค้ด ‘ส้ม’ฟ้อง‘กกต.’
ยังไม่ยอมแพ้ พรรคประชาชนชี้การมีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ทำลายหลักลงคะแนนโดยลับ-เปิดช่องทุจริต จี้ กกต.เร่งเปิดรายงานผลการนับคะแนนทุกหน่วย

