บิ๊กตู่ฉุนพวกผีเจาะปาก! ‘ภท.’ เนื้อหอมบริจาคพุ่ง

"บิ๊กตู่" ลั่นรัฐบาลจริงจังแก้หนี้ แขวะบางคนพูดแต่ปาก ถ้าทำง่ายคงไม่ต้องหนีคดี อารมณ์เสียพาลสื่อชอบพาดหัว "โว" บอกไม่ให้เกียรติกัน กกต.เปิดยอดบริจาค 33 พรรคการเมืองปี 64 "ภท." นำโด่งรับ 49.5 ล. "โรม" เชิญ 3 ป. บิ๊กเหล่าทัพแจงค้ามนุษย์

เมื่อวันที่ 25 ก.พ. ที่ห้องภิรัชฮอลล์ 1-3  ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค เขตบางนา กทม. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวในพิธีเปิดงาน มหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้สินครัวเรือน ครั้งที่ 1 กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ตอนหนึ่งว่า ยืนยันรัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาหนี้สิน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง แต่วันนี้เจอสถานการณ์โควิด-19 เราต้องสร้างความเข้มแข็ง รวมถึงความเข้มแข็งทางจิตใจ แม้ว่าไม่มีสถานการณ์โควิด-19 รัฐบาลก็ให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ประเทศไทยไม่ใช่ประเทศเดียวในโลกที่พบปัญหานี้ ขอให้มองทั้งภายในและภายนอกว่าโลกเกิดอะไรขึ้นบ้าง หากมองมาทางประเทศไทยประเทศเดียวก็เยอะไปหมด ต้องช่วยกันแก้ไขปัญหาไปด้วยกัน ปีนี้รัฐบาลประกาศให้มีการแก้ไขปัญหาความยากจน โลกเปลี่ยนเราต้องปรับตัว ตนไม่สามารถจะไปช่วยเหลืออะไรหลายอย่างได้

พล.อ.ประยุทธ์ระบุว่า การแก้ไขปัญหาความยากจนหลายรัฐบาลไม่ใช่ไม่คิด แต่ตนให้นโยบายไปว่าต้องแก้ไขปัญหาจากต้นทาง กลางทาง และปลายทาง ต้องดูว่าจะแก้ได้อย่างไรขั้นตอน เพื่อให้สามารถอยู่รอด ให้เหลือเงินเพียงพอที่จะนำไปใช้จ่าย จะอยู่รอดอย่างพอเพียง นำไปสู่ความยั่งยืนได้หรือไม่

นายกฯ กล่าวว่า ต้องการให้ประเทศไทยเกิดความยั่งยืน ไม่ใช่ประเทศที่แตกแยก ไม่ใช่ประเทศแห่งความทะเลาะเบาะแว้ง ถ้าเป็นแบบนั้นจะแก้ไขอะไรไม่ได้สักอย่าง ตรงไหนเขารบกันก็ไปรบกับเขาด้วย ตรงไหนทะเลาะกันก็ไปทะเลาะกับเขาด้วย ถามว่าจะอยู่แบบนี้หรือ ขอให้ทุกคนคิดกันเสียบ้าง

นายกฯ กล่าวอีกว่า ส่วนการกู้เงิน กยศ.ที่ไม่คืนเงิน ต้องไปดูว่ายืมมากี่ปี แล้วเพราะอะไรถึงไม่ชำระ มีปัญหาต้องช่วยเหลือแก้ปัญหาให้ แล้วคนที่ไม่มีปัญหาแต่ไม่ชำระ ไปหาตัวมาให้ดีแล้วกัน เงินทั้งหมดในวันนี้ไม่ใช่เงินของรัฐบาล เป็นเงินของประชาชนส่วนหนึ่งด้วย ต้องปรับกติกาให้ประชาชนใช้ได้ ไม่ว่าจะบริษัท รัฐวิสาหกิจอะไรต่างๆ ทุกคนต้องดูศึกษาด้วย

“คนบางคนพูดแต่ปาก และประชาชนก็เชื่อเขาไป อย่าไปเชื่อเขานัก ถ้าง่ายอย่างนั้นคงทำไปนานแล้ว ทำได้ไปนานแล้ว คงไม่มีต้องหนีคดีติดคุก” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

ทั้งนี้ ช่วงหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอย่างมีอารมณ์ว่า ตนไม่ชอบคำพูดว่า โว อะไรที่ดีและชี้แจงออกมาแต่ก็หาว่าโว โวคืออะไร คือขี้โม้ขี้คุยหรืออย่างไร เขาพูดเขาชี้แจงก็ฟังเสียบ้าง ไม่เคยมีประเทศไหนที่สื่อไม่ให้เกียรติผู้นำอย่างประเทศนี้ ก่อนที่จะหันไปพูดกับพระสงฆ์ที่นั่งด้านหน้าว่า ตนขออนุโมทนาสาธุ และกำลังใช้ธรรมะข่มใจอยู่

เป็นที่น่าสังเกตว่าในการกล่าวปาฐกถาครั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ค่อนข้างมีอารมณ์และใช้เสียงดังเป็นระยะ และภายหลังเยี่ยมชมนิทรรศการได้พูดกับสื่อมวลชนว่า “ไม่มีสัมภาษณ์” ด้วยเสียงเข้ม โดยผู้สื่อข่าวพยายามขอสัมภาษณ์ แต่ พล.อ.ประยุทธ์ปฏิเสธ และเอามือจับที่คอก่อนพูดว่าเจ็บคอๆ จากนั้นเดินทางกลับทันทีด้วยสีหน้าหงุดหงิด

วันเดียวกัน เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการ​การ​เลือกตั้ง​ (กกต.) ได้เผยแพร่ข้อมูลการบริจาคแก่พรรคการเมืองล่าสุดประจำเดือน ธ.ค.64 พบว่า พรรคที่ได้รับบริจาคสูงสุดในเดือนนี้คือพ รรคพลังประชารัฐ โดยได้รับบริจาคเป็นประโยชน์อื่นใดจาก บจก.ไทยฮอสพิทาลิตี้แมเนจเม้นท์ จำนวน 9,344 ,913 บาท ตามมาด้วยพรรคประชาธิปัตย์ 7,568,000 บาท ส่วนใหญ่เป็นจากสมาชิก โดยในจำนวนนี้มีนายธนพล เจิมประไพ น.ส.ชนนิตย์ วัฒนาดิลกกุล บริจาครายละ 3 ล้านบาท และบริษัท สระหลวงก่อสร้าง 1 ล้านบาท

อันดับสาม เป็นพรรคก้าวไกล 5,639,058 บาท โดยแยกเป็นเงิน 3,771,058 บาท ผู้บริจาคมากสุดคือ นายอนันต์ ชัยสุริยเทพกุล และเป็นประโยชน์อื่นใดจากบริษัท ชนันธร ดีเวลลอปเม้นท์ กรุ๊ป จำกัด 1,868,000 บาท, พรรคภูมิใจไทย 2,010,000 บาท, พรรคชาติพัฒนา 2,000,000 จากนายสุรทิน วิลาศชัยยันต์,  พรรคไทยภักดี 1,500,000 บาท, พรรคชาติไทยพัฒนา 1,035,000 บาท, พรรคเป็นธรรม 827,200 บาท, พรรคเส้นทางใหม่ 500,000 บาท

ขณะที่พรรคเศรษฐกิจไทย 424,000 บาท, พรรคกล้า 250,000 บาท, พรรคเสรีรวมไทย และพรรคประชาชาติ พรรคละ 180,000 บาท, พรรคสร้างอนาคตไทยซึ่งรับบริจาคเป็นประโยชน์อื่นใดจากนายบุญปลูก เอนสาร 180,000 บาท

ทั้งนี้ หากรวมยอดการได้รับบริจาคของพรรคการเมืองตลอดปี 64 พบว่า มีพรรคการเมืองได้รับบริจาครวม 33 พรรคโดยพรรคภูมิใจไทยมียอดได้รับบริจาคมากที่สุดรวม 45,952,000 บาท​ รองลงมาคือ พรรคประชาธิปัตย์ 35,592,026 บาท,  พรรคก้าวไกล 31,852,674 บาท, พรรคประชาชาติ 17,598,914 บาท, พรรคพลังประชารัฐ 15,844,913 บาท, พรรคกล้า 12,755,344 บาท, พรรคเศรษฐกิจใหม่ 10 ล้านบาท, พรรคชาติไทยพัฒนา 7,035,000 บาท, พรรคเสรีรวมไทย 2,780,000บาท

พรรคเส้นทางใหม่ 2,580,000 บาท,  พรรคชาติพัฒนา 2,495,000 บาท, พรรคไทยภักดี 2 ล้านบาท, พรรคสยาม 2 ล้านบาท, พรรคเป็นธรรม 999,800 บาท, พรรคพลังปวงชนไทย 791,340 บาท​,  พรรคไทยศรีวิไลย์ 8 แสนบาท, พรรคประชาภิวัฒน์ 520,000 บาท, พรรครวมไทยสร้างชาติ 5 แสนบาท, ​พรรคเศรษฐกิจไทย 424,000 บาท, พรรคเพื่อแผ่นดิน 4 แสนบาท, พรรคภราดรภาพ 330,000 บาท, พรรครวมพลังประชาชาติไทย 294,775 บาท, พรรครักษ์ธรรม 252,000 บาท

พรรคไทยสร้างไทย 241,000 บาท,  พรรคสร้างอนาคตไทย 180,000 บาท, ​ พรรคอนาคตไทย 168,000 บาท, พรรคไทยรักราษฎร์ 120,000 บาท, พรรคพลังศรัทธา 70,000 บาท, พรรคพลังไทยนำไทย 60,000 บาท, พรรคมิติใหม่ 60,000 บาท, พรรคทางเลือกใหม่ 50,000 บาท,  พรรคพลังสหกรณ์ 30,000 บาท, พรรคสังคมประชาธิปไตยไทย 10,000 บาท

ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า ตั้งแต่หลังกลางปี 64 ที่เริ่มมีการเปิดตัวพรรคการเมืองใหม่ เริ่มมีการเคลื่อนไหวของยอดการรับบริจาค ทั้งพรรคไทยสร้างไทย ที่มีคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เป็นแกนนำ, พรรครวมไทยสร้างชาติ ที่มีนายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นแกนนำ,​ พรรคเศรษฐกิจไทย ที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา และพวกรวม 18 คน เพิ่งย้ายไปสังกัด และพรรคสร้างอนาคตไทย ที่มีนายอุตตม สาวนายน เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง ก็เพิ่งจะมียอดการบริจาคเข้ามา

ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 25 ก.พ. ได้นำเรื่องของการค้ามนุษย์และกรณีการลี้ภัยของอดีตรอง ผบช.ภ.8 และหัวหน้าชุดสอบสวนคดีค้ามนุษย์โรฮีนจาของ พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินนท์ เข้าสู่ที่ประชุม

โฆษก กมธ.กล่าวว่า คาดว่าสัปดาห์หน้าจะมีการพิจารณาเชิญบุคคลที่เกี่ยวข้อง อาทิ พล.อ.ประยุทธ์, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ​ รองนายกรัฐมนตรี,​ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา​ ​รมว.มหาดไทย รวมถึงพล.ร.อ.สมประสงค์ นิลสมัย ผู้บัญชาการทหารเรือ​ และ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เข้าร่วมชี้แจงต่อ กมธ. นอกจากนี้ จะทำหนังสือเพิ่มเติมไปถึงรัฐบาลเพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงในสิ่งที่ตนอภิปรายไว้ด้วย เพราะมีบุคคลที่เกี่ยวข้องหลายคน ซึ่งมองจะส่งผลต่อภาพลักษณ์ของรัฐบาล

นายรังสิมันต์ยังได้ยื่นหนังสือถึงคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ​ สภาผู้แทนราษฎร ขอให้ตรวจสอบกรณีเจ้าหน้าที่ สน.บางขุนนนท์ ออกหมายเรียกตนเอง​ หลังจากมูลนิธิป่ารอยต่อฯ แจ้งความในคดีหมิ่นประมาท.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'พีระพันธุ์' ยังไม่ได้คุยกับ 'บิ๊กตู่' ร่วมงาน รทสช. หรือไม่

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ

'บิ๊กตู่' ขอจงภูมิใจที่ได้อยู่บนแผ่นดินไทย หยุดแบ่งสีแบ่งฝ่าย ยืนยันไม่มีศัตรู

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธี KICK OFF มาตรการช่วยเหลือและยกระดับรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2565/66 โดยทันทีที่มาถึงนายกฯได้เดินทักทายประชาชนส่งสัญลักษณ์ไอเลิฟยู

กางแผนสู้ที่ ‘ป่ารอยต่อฯ’ ‘บิ๊กตู่’ ชัด ‘บิ๊กป้อม’ ชัด ถนนเลือกตั้ง วิ่งคนละทาง

หลังมีกระแสข่าว “พี่ป้อม พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ”สิ้นสุดทางเดินร่วมกันที่พลังประชารัฐ กับ”น้องตู่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา”โดยทั้งสองคนได้มีการคุยเปิดใจกันแบบลึกๆ ที่บ้านป่ารอยต่อฯ เมื่อ 20 พฤศจิกายน ว่า 3 ป. ควรแยกกันเดิน

อินไซด์ครม. 'บิ๊กตู่' ย้ำหลายรอบ ช่วยกันรักษาบรรยากาศความสุข

รายงานข่าวจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) แจ้งว่า สำหรับการประชุม ครม. ครั้งนี้ มีรัฐมนตรีลา 4 คน ได้แก่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ และพล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา