กองทัพไทยลั่นยอมตาย! เพื่ออิสรภาพ-ความสงบ

“กองทัพไทย” วางพวงมาลาในวันกองทัพไทย พร้อมพิธีสดุดี-จารึกชื่อ 42 วีรชนจากกรณีพิพาทไทย-กัมพูชา เพิ่มดินสมรภูมิแห่งที่ 11 ไว้ในอนุสรณ์สถาน “ประยุทธ์-อนุพงษ์-อภิรัชต์” ร่วมงานวันกองทัพบก ผบ.ทบ.นำเปล่งคําสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล ย้ำปกป้องชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 18 ม.ค.2569 พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) นำผู้แทนเหล่าทัพวางพวงมาลาเนื่องในวันกองทัพไทยประจำปี 2569 ที่อนุสรณ์สถานแห่งชาติดอนเมือง โดยมีผู้ช่วยทูตทหาร ผู้แทนกรมการปกครอง องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก สมาคมทหารผ่านศึกพิการแห่งประเทศไทย รวมถึงครอบครัววีรชนจากกรณีพิพาทไทย-กัมพูชา ร่วมพิธี

โดยปีนี้กองบัญชาการกองทัพไทยได้จัดพิธีสดุดีทหารกล้าที่สละชีพปกป้องอธิปไตยชายแดนไทย-กัมพูชาในช่วงเดือนกรกฎาคมและธันวาคม 2568 รวมทั้งสิ้น 42 นาย และได้จารึกรายชื่อทหารกล้าทั้ง 42 นาย ในนามวีรชนของกองทัพไทย ผู้พิทักษ์ราชอาณาจักรไทย ที่อนุสรณ์สถานแห่งชาติ สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ และเพิ่มดินสมรภูมิแห่งที่ 11 จากเหตุการณ์สู้รบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยใช้ชื่อว่าดินสมรภูมิพิทักษ์ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2568 เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความกล้าหาญและความเสียสละ โดย ผบ.ทสส.ยังได้มอบของที่ระลึกและพูดคุยให้กำลังใจครอบครัววีรชนทั้ง 42 ครอบครัวด้วย

ส่วนที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เป็นประธานในพิธีทางศาสนาและพิธีเชิดชูเกียรติวีรชนผู้เสียสละ โดยเฉพาะผู้เสียสละจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ทั้งนี้ มีอดีต ผบ.ทบ. เช่น พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ รวมถึงอดีตผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพบกเข้าร่วมพิธี

ภายหลังจากเสร็จสิ้นพิธีทางศาสนา ผบ.ทบ.ได้เดินทางไปยังโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เพื่อมอบสิ่งของบำรุงขวัญแก่ทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุสู้รบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ

ต่อมา ที่ลานอเนกประสงค์ ศูนย์การทหารม้า จ.สระบุรี พล.อ.พนาเป็นประธานในพิธีสวนสนาม กระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล เนื่องในวันกองทัพบก 2569 ซึ่ง พล.อ.พนาได้กล่าวนำคำปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพลว่า  ข้าพเจ้าจะยอมตายเพื่ออิสรภาพและความสงบแห่งประเทศชาติ ข้าพเจ้าจะอยู่ในศีลธรรมของศาสนา ข้าพเจ้าจะเทิดทูนและรักษาไว้ซึ่งพระบรมเดชานุภาพแห่งพระมหากษัตริย์เจ้า   ข้าพเจ้าจะรักษาไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ข้าพเจ้าจะเชื่อถือผู้บังคับบัญชาและปฏิบัติตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด พร้อมจะปกครองผู้ใต้บังคับบัญชา ด้วยความยุติธรรม  ข้าพเจ้าจะไม่แพร่งพรายความลับของทางราชการทหารเป็นอันขาด

จากนั้น พล.อ พนากล่าวให้โอวาทในตอนหนึ่งว่า วันกองทัพไทย และวันกองทัพบก ถือเป็นวันแห่งเกียรติยศอันน่าภาคภูมิใจ และมีความหมายยิ่งของเหล่าทหารทั้งหลาย เป็นวันที่กำลังพลบรรจุใหม่ทุกนายได้กระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพลอันศักดิ์สิทธิ์ อันแสดงถึงการเป็นทหารของชาติอย่างสมบูรณ์ จึงขอให้ทุกท่านยึดมั่นในสัจจะวาจาที่ได้ให้ไว้อย่างเคร่งครัด ร่วมแรงร่วมใจกันปฏิบัติงานอย่างเต็มกำลังความสามารถ ด้วยอุดมการณ์ของการเป็นทหารอาชีพ ที่มีเกียรติและศักดิ์ศรี มีความแข็งแกร่ง ทั้งร่างกายและจิตใจ มีจิตสาธารณะ โดยตระหนักเสมอว่า ความสำเร็จของทุกภารกิจขึ้นอยู่กับเพื่อนทหารทุกท่านที่ล้วนมีหน้าที่อันสำคัญในการขับเคลื่อนกองทัพบกให้พร้อมเผชิญกับทุกภารกิจทุกรูปแบบ รวมทั้งภัยคุกคามทั้งภายในและภายนอกประเทศ เพื่อพิทักษ์รักษาปกป้องสถาบันธำรงไว้ ซึ่งอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติ ตลอดจนความผาสุกของประชาชนสืบไป

พล.อ.พนายังได้อ่านสารของ ผบ.ทสส.ว่า 18 ม.ค. นับเป็นวันสำคัญยิ่งในประวัติศาสตร์ชาติไทย เป็นวันที่น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ของบรรพบุรุษทหารกล้า ผู้ได้เสียสละชีวิตเพื่อธำรงไว้ซึ่งเอกราชของชาติไทย ซึ่งคนไทยทั้งชาติร่วมระลึกถึงความเสียสละ ความกล้าหาญ และความรักชาติอันแน่วแน่ ของเหล่าบรรพชน ผู้ปกป้องผืนแผ่นดินไทยไว้ให้ลูกหลานได้อยู่อย่างร่มเย็นสืบมา ถือได้ว่าเป็นภารกิจหน้าที่อันสำคัญยิ่งที่ทหารทุกนายจะต้องตระหนักถึงหน้าที่ความรับผิดชอบ สืบทอดเจตนารมณ์ของบรรพบุรุษในทุกยุคทุกสมัย

“กองทัพไทย ได้ยืนยันปฏิบัติหน้าที่พิทักษ์รักษาชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ปกป้องประชาชน และรักษาไว้ซึ่งอธิปไตยของชาติ ตลอดจนบรรเทาความเดือดร้อน เพื่อให้ประชาชนอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข โดยเฉพาะอย่างยิ่งในห้วงเวลาปัจจุบันที่กองทัพไทยได้ผนึกกำลังปกป้องอธิปไตยรักษาผลประโยชน์ของชาติ และความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน โดยได้เสียสละชีวิตและเลือดเนื้อ ดังเช่นบรรพบุรุษของเราที่ได้ปฏิบัติมา”

วันเดียวกัน พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสารสนเทศของกัมพูชาให้สัมภาษณ์ โดยอ้างว่ากองทัพไทยยึดครองพื้นที่พลเรือน และยังคงควบคุมพื้นที่ที่ฝ่ายกัมพูชาอ้างว่าเป็นของตนเอง แม้มีข้อตกลงหยุดยิงแล้ว ส่งผลให้ประชาชนกัมพูชาไม่สามารถกลับเข้าพื้นที่ได้ว่า ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง พื้นที่ที่ถูกกล่าวอ้างเป็นพื้นที่ซึ่งอยู่ในเขตอธิปไตยของประเทศไทยมาโดยตลอด และเป็นพื้นที่ที่ประสบปัญหาการบุกรุกเข้ามาอยู่อาศัยโดยผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 40 ปี มิใช่สถานการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นจากเหตุปะทะในปัจจุบัน

 “การดำเนินการของฝ่ายไทยเป็นไปตามหลักสากล ไม่ได้มุ่งรุกล้ำหรือกระทบต่อประชาชนพลเรือน ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ฝ่ายไทยได้ดำเนินการผ่านกลไกความร่วมมือที่มีอยู่ในการแจ้งและประท้วงตามช่องทางที่เหมาะสม ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายภายในประเทศตามขั้นตอนที่กำหนด” พล.ต.วินธัยกล่าว และว่า ขอให้ฝ่ายกัมพูชานำเสนอข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา ไม่บิดเบือนข้อเท็จจริง เพื่อไม่ให้สังคมเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน และไม่กระทบต่อภาพลักษณ์ของฝ่ายไทย รวมถึงบรรยากาศของความร่วมมือ

ที่ศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ชี้แจงถึงกรณีพบทุ่นระเบิดจำนวนมากในพื้นที่ชายแดนไทยว่า การตรวจพบทุ่นระเบิดเป็นผลจากการปฏิบัติงานด้านมนุษยธรรมของหน่วยงานที่รับผิดชอบ ซึ่งดำเนินการอย่างโปร่งใสและเป็นไปตามมาตรฐานสากล ซึ่งการเก็บกู้ทุ่นระเบิดมีเป้าหมายเพื่อคุ้มครองชีวิตพลเรือน และลดความเสี่ยงในพื้นที่ ไม่ใช่การกระทำเชิงรุกหรือยั่วยุทางทหาร และพร้อมให้ตรวจสอบร่วมในกลไกที่เหมาะสม

ส่วนกรณีกัมพูชากล่าวหาว่าไทยรุกรานและยึดที่ดินชาวกัมพูชา เรื่องนี้ประเทศไทยขอปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวโดยสิ้นเชิง ไทยยึดหลักการปกป้องอธิปไตยของตนเองมาโดยตลอด โดยไม่รุกล้ำดินแดนของประเทศอื่น ส่วนการคงกำลังตามแนววางกำลังเป็นไปเพื่อรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ และลดระดับความตึงเครียดตามข้อ 2 ของถ้อยแถลงร่วมที่สองฝ่ายได้ตกลงร่วมกันเมื่อ 27 ธ.ค.2568 ทั้งนี้ ข้อกล่าวหาใดๆ  ควรได้รับการพิสูจน์ผ่านกลไกที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับ ไม่ใช่ผ่านการกล่าวหาในสื่อหรือโซเชียลมีเดียฝ่ายเดียว

 “กรณีสื่อกัมพูชาใช้คำว่าประเทศไทยรุกรานกัมพูชา ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ถ้อยคำที่สร้างสรรค์ ไม่ยั่วยุ และไม่ตัดสิน การใช้ถ้อยคำรุนแรง หรือกล่าวโทษฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง อาจทำให้สถานการณ์ซับซ้อนและบั่นทอนความพยายาม ในการลดความตึงเครียด ไทยสนับสนุนการใช้ภาษาที่สะท้อนข้อเท็จจริงและการแก้ไขปัญหาผ่านการเจรจา ไทยยึดมั่นในการปกป้องอธิปไตยตามกฎหมายระหว่างประเทศ การใช้กำลังอย่างจำกัด และรับผิดชอบ การคุ้มครองพลเรือนและหลักมนุษยธรรม และการแก้ไขปัญหาผ่านการเจรจาและกลไกที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับร่วมกัน ไทยขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมกันลดความตึงเครียด และมุ่งสู่สันติภาพที่ยั่งยืน”

ด้าน พล.อ.บุญสิน พาดกลาง ที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารในลักษณะการกล่าวอ้างว่าได้พูดเตือนอดีตผู้บังคับบัญชาว่า ไม่เป็นความจริง และเป็นข้อมูลเท็จที่มีลักษณะสร้างความแตกแยกในสังคม ไม่เคยไปบรรยายหรือให้สัมภาษณ์ในลักษณะตามที่มีการเผยแพร่ที่ใดมาก่อน พร้อมเน้นย้ำว่า ปัจจุบันประเทศชาติกำลังเผชิญกับปัญหาการขาดความรัก ความสามัคคี และความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างพลังให้ประเทศเดินหน้าได้อย่างมั่นคง

 “ความรักและความสามัคคีของคนในชาติ จะเป็นพลังสำคัญที่นำพาประเทศไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง” พล.อ.บุญสินกล่าว และว่า ขอความร่วมมือไปยังพี่น้องประชาชนให้ใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลข่าวสาร โดยเฉพาะข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน และขอให้หลีกเลี่ยงการส่งต่อหรือแชร์ข้อความดังกล่าว เพื่อไม่ให้เกิดการขยายผลของข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงและส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของสังคม

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าวความกังวลว่าชายแดนไทย-กัมพูชาจะเริ่มระอุอีกครั้ง โดยฝั่งกัมพูชาเติมกำลังมากขึ้นว่า เคยเสนอว่ารัฐบาลต้องพยายามดำเนินการทูตเชิงรุก ควรพยายามให้ต่างประเทศเข้าไปกดดันกัมพูชา โดยการกำหนดเงื่อนไขว่าเมื่อหยุดยิงแล้ว ไม่ควรจะเติมกำลังหรือเติมอาวุธหนัก หรือทำอะไรก็ตามที่จะทำให้การหยุดยิงซึ่งเปราะบางอยู่แล้วถูกละเมิด

เมื่อถามว่า เป็นห่วงว่าจะมีรอบการปะทะกันรอบที่ 3 หรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ไม่อยากให้มีอยู่แล้ว และทุกครั้งที่เกิดขึ้นก็จะเป็นความเดือดร้อนของประชาชน จึงอยากให้รัฐบาลเร่งเดินหน้าอย่างจริงจังในเรื่องการทูต เพื่อทำให้ทุกคนมั่นใจได้ว่าสถานการณ์สงบลงแล้ว และนำไปสู่การแก้ปัญหาระยะปานกลางและระยะยาวต่อไป.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปชป.จี้กลาโหม! กล้าหาญถูกทาง ทบทวน‘ฟริเกต’

“พงศกร” จี้รัฐบาล-กลาโหม ใช้ความกล้าในทางที่ถูกทบทวนประมูลเรือฟริเกต 17,000 ล้าน ที่ไร้การแข่งขัน งัดระเบียบกระทรวงการคลัง หากการคัดเลือกเหลือผู้ผ่านเกณฑ์เพียงรายเดียว เปิดช่องให้ยกเลิกการประมูลและเปิดประมูลใหม่ได้

ศาลสั่งจำ คุก6เดือน 2แก๊งกู้ชาติปัตตานี

ศาลนราธิวาสสั่งจำคุก 6 เดือน สองหนุ่มสมาชิก “ขบวนการกู้ชาติรัฐปัตตานี” รับสารภาพคดีอั้งยี่ เอี่ยวเหตุระเบิดปั๊มน้ำมัน ปตท.ตันหยงมัส เมื่อต้นปี ศาลอุทธรณ์ให้ประกันตัวติด EM

ทร.ชี้ไทย-เขมรส่อรอบ3

วุฒิสภาจัดเสวนา เกาะกูดสู่ความมั่นคงชายแดน ทหารดีใจ สว.ประสานอนุมัติงบสร้างถนนบนเกาะกูด ใช้ขนปืนใหญ่ข่มกัมพูชา "บิ๊ก ทร." ชี้ในฐานะมุมมองนักการทหารเชื่อว่ามีโอกาสปะทะแนวชายแดนรอบใหม่ เพราะเขมรค่อนข้างสูญเสียเยอะ มีการเสริมเขี้ยวเล็บวันใดวันหนึ่งอาจจะฮึดขึ้นมาอีกรอบ

วุฒิสัญจรสู้ฮั้วสว. เต็มสูบ!สภาสูงขนกมธ.ไปตราดตอบทุกเรื่องที่สงสัย

“กมธ.วุฒิสภา” เปิดเวทีโชว์ผลงาน ด้าน “พิสิษฐ์” ยันคดี "ฮั้ว สว." ไม่กระทบ เดินหน้าทำงาน ลุยหน้าที่เต็มสูบจนกว่าศาลสั่ง “ธณัชญ์พงศ์” มอง “กอ.รมน.” ยังจำเป็น ไปต่อ

โวบี้สแกมเมอร์ระหํ่า! กรณ์แฉชื่อพันทุนเทา

“อนุทิน” กร้าว ปราบสแกมเมอร์บ้าระห่ำ “สีหศักดิ์” ชี้ปม กมธ.สหรัฐฯ ตรวจสอบ  “วรภัค” เป็นเรื่องตัวบุคคล รบ.กวาดล้างทุนเทา อายัดทรัพย์ 2 หมื่นล้าน