"อนุทิน” มั่นใจเป็นโอกาสทองของประเทศไทย ต่างชาติเชื่อมั่นเสถียรภาพหลังเห็นผลเลือกตั้ง ยันไม่ใช่คนป่วยแห่งเอเชีย แต่เป็น ปท.แห่งการลงทุน เปิดทางมืออาชีพร่วม ครม.เพิ่ม เผยมีรายชื่ออยู่ในใจแล้ว ลั่นไม่เอานักการเมืองสีเทา บอกใบ้ "คนละครึ่งเฟส 6"
เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์กรณีสื่อต่างประเทศประเมินว่าประเทศไทยเป็นผู้ป่วยแห่งเอเชีย จะให้ความมั่นใจเกี่ยวกับการเดินหน้าเศรษฐกิจประเทศอย่างไรว่า นั่นคือการวิเคราะห์มาตั้งแต่รัฐบาลที่แล้วๆ มา แต่หลังมีการเลือกตั้งก็มีบทความของสื่อต่างประเทศหลายฉบับพูดถึงความมั่นใจของประเทศไทยจากนี้เป็นต้นไป
"ผมว่าหลายอย่างประกอบกัน เราได้นำเสนอนโยบายที่คนทั่วไปเห็นแล้วเชื่อว่าทำได้และเกิดเป็นประโยชน์กับส่วนรวม ไม่ได้เกิดประโยชน์กับคนใดคนหนึ่ง เราไม่ทำนโยบายที่ไร้ซึ่งวินัยทางการเงินการคลัง สิ่งที่เราจะทำต้องรักษาวินัยการเงินการคลัง เพื่อให้มั่นใจว่าเศรษฐกิจพื้นฐานของเราจะเข้มแข็ง แต่สิ่งที่เราพิสูจน์ให้ต่างชาติได้เห็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทจัดลำดับเครดิตความน่าเชื่อถือที่คุณเอกนิติ (นิติทัณฑ์ภาศ รองนายกฯ และ รมว.การคลัง) ดำเนินการได้ทันท่วงทีตอนมีงบเหลือจ่าย แทนที่จะนำงบเหล่านั้นไปทำเรื่องประชานิยมเหมือนรัฐบาลที่แล้วๆ มา ก็นำมาไปคืนหนี้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ทำให้ต่างชาติเห็นว่าประเทศไทยยังมีวินัยเรื่องการใช้เงิน ทำให้อันดับประเทศไทยไม่ลดลงไป และยังคงอยู่ในสภาพ 3 บีพลัส และทริปเปิลบีพลัส ทำให้เห็นว่าประเทศไทยยังมีความน่าเชื่อถือและมีความน่าสนใจในการลงทุนของต่างประเทศ"
ผู้สื่อข่าวถามว่า ปัจจัยการเมืองที่ไม่นิ่งมีการเปลี่ยนรัฐบาลโดยตลอด นายกฯ ตอบว่า นั่นมันอดีต จากนี้ไปคิดว่าผลการเลือกตั้งที่ได้เห็นกันคร่าวๆ แนวโน้มน่าจะเป็นการแสดงถึงเสถียรภาพทางการเมืองในระดับหนึ่ง และเรื่องของขั้วเรื่องความขัดแย้งต่างๆ มันไม่ได้ขัดแย้งรุนแรง ทุกคนอาจมีวาทกรรมโต้เถียงกันไปมาแต่ยังอยู่ในเกมช่วงหาเสียงเลือกตั้ง แต่เมื่อการเลือกตั้งผ่านไปแล้วทุกอย่างอยู่ในร่องในรอย ไม่มีการขยายความ ต่อความยาวสาวความยืดต่อกัน ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีที่จะทำให้สภาชุดนี้เข้มแข็ง
นายอนุทินกล่าวถึงกรณีที่ภาคเอกชนออกมาระบุว่าประเทศไทยมีปัญหาด้านเศรษฐกิจ และมองว่าเราเป็นคนป่วยว่า จากนี้ไปก็น่าจะดีขึ้น เพราะคนเชื่อมั่นว่าหลังการเลือกตั้งแล้ว รัฐบาลจะไม่มีใครมากดดัน ชี้นำ ถ้าเราตั้งรัฐบาลได้ก็จะเป็นรัฐบาลที่มีความเข้มแข็ง เป็นตัวของตัวเอง และมีความมุ่งมั่นในการที่จะใช้บุคลากรมืออาชีพเข้ามาแก้ไขปัญหาที่มีอยู่
เมื่อถามว่า คณะรัฐมนตรีที่จะมีขึ้นในรัฐบาลใหม่ ภาคเอกชนอยากได้มืออาชีพนอกเหนือจากนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ และนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว มีโอกาสเป็นไปได้หรือไม่ เขาตอบว่า อันนั้นก็เป็นหน้าที่ที่ตนจะต้องพิจารณา
ถามว่า ตอนนี้มีมือเศรษฐกิจที่นอกเหนือจาก 3 คนนี้อยู่ในใจหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า คนที่จะมาทำงานกับตนจะต้องทำงานได้ทันทีเลย
เมื่อถามย้ำว่า มีอยู่ในใจแล้วใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้มว่า ก็อยู่ในใจไง พร้อมชี้นิ้วไปที่หัวใจของตัวเองและกล่าวต่อว่า ไม่ใช่ "คนป่วยแห่งเอเชีย" (Sick Man of Asia) หรอก คนที่พูดเรื่องนี้เขาอาจจะมีอคติบางอย่างกับประเทศไทย เพราะประเทศไทยเป็นประเทศแห่งโอกาส ท่ามกลางความวุ่นวายต่างๆ ของโลก อาเซียนยังเป็นภูมิภาคที่มีความมั่นคงแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจอยู่ และยังมีภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) ที่ค่อนข้างได้เปรียบคนอื่น และประเทศไทยมาอยู่ตรงกลางของภูมิรัฐศาสตร์นี้ ในโลกที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน คู่แข่งทุกคนก็ต้องพยายามที่จะหาวิธีด้อยค่าคู่แข่งอื่นๆ เพียงแต่ประเทศไทยเราไม่ใช้วิธีนี้ ด้วยประเพณีและวัฒนธรรม ด้วยอุปนิสัยพื้นฐานของเราที่อยู่ในเพลงชาติไทยว่า “ไทยนี้รักสงบ” เราไม่ใช่ประเทศที่ไปรุกรานหรือไปหาเรื่องใคร แต่ถ้ามีใครเข้ามาวุ่นวายกับเรา เราก็สั่งสอนให้เขาหลาบจำไปทุกครั้ง ซึ่งก็หลายครั้งแล้ว
“จากนี้ก็จะเป็นโอกาสทองของประเทศไทย เพราะจากการเลือกตั้งที่ผ่านมาประชาชนได้ตัดสินใจแล้วว่า จะให้โอกาสพรรคภูมิใจไทย ที่มีผมเป็นหัวหน้าพรรคลองทำงานสักตั้งหนึ่ง ด้วยการเลือก สส.เข้ามา ซึ่งเห็นชัดเจนเลยว่ามีความแตกต่างจากระดับที่ 2 เยอะ เพราะฉะนั้นเราก็ต้องทำงานให้ได้ ตรงนี้ถือว่าเป็นความต้องการของประชาชน เราก็จะต้องทำทุกอย่างให้เกิดความมีเสถียรภาพ มีความมั่นคง มีความยั่งยืน และมีคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชนทุกคน ไม่ใช่เป็นรัฐบาลรักษาการ แล้วรออยู่เฉยๆ รอไปเปิดงาน ไปตัดริบบิ้นอย่างเดียวไม่ต้องทำอะไร แต่จากการเลือกตั้งที่ประชาชนให้เรามา เราก็มีความมั่นใจว่าเราสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้โดยที่นายกฯ ไม่ต้องเปลี่ยน เพราะฉะนั้นกลไกการทำงานหรือกลไกการบริหารราชการแผ่นดินด้วยผลของการเลือกตั้งที่ออกมาแบบนี้ ขอให้เชื่อเถอะว่าเราจะกลับมาอย่างเต็มสูบ” นายกฯ กล่าว
เมื่อถามว่า สูตรรัฐบาลใหม่ยืนยันว่าจะไม่มีพรรคการเมืองที่มี สส.เกี่ยวข้องกับคดีทุจริตหรือเป็นนักการเมืองสีเทา นายอนุทินกล่าวว่า “ก็ต้องยืนยัน”
นายอนุทินยังให้สัมภาษณ์ถึงโครงการคนละครึ่งพลัส เฟส 2 ว่า เป็นนโยบายที่จะต้องดำเนินการทันที เพราะเป็นนโยบายที่ไม่มีทางออก นอกจากจะต้องรีบทำทันที และได้เน้นย้ำกับนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ถ้านโยบายใดที่มีส่วนในการกระตุ้นเศรษฐกิจ และประชาชนมีความพึงพอใจและมีความสุข เหมือนโครงการคนละครึ่งเฟสแรกที่ผ่านมา ก็ดำเนินการเฟส 3 4 5 6.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เบื้องหลังโผครม.'อนุทิน2' จัดสมดุลอำนาจ-ฝ่าวิกฤตศก.
หลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะรัฐมนตรี 35 คน รายชื่อส่วนใหญ่ไม่พลิกจากโผที่สื่อคาดการณ์ไว้ แต่ ของจริง อยู่ที่เบื้องหลังการจัดวางตัวบุคคล ซึ่งสะท้อนการคุมเกมอำนาจภายในพรรคสีน้ำเงินอย่างรอบคอบ ทั้งการให้รางวัล “คนทำงาน” การกันแรงกระเพื่อม และการล็อกเสถียรภาพรัฐบาลตั้งแต่วันแรก
สั่งบังคับใช้กม.เข้มข้น ปิดป่าแก้วิกฤตฝุ่นเหนือ
นายกฯ ส่ง "สุชาติ-ปลัด มท." ขึ้นเหนือแก้ไฟป่า ลั่นต้องเฉียบขาด อย่าจับปูใส่กระด้ง
เร่งชง‘ไทยช่วยไทยพลัส’อุ้มปชช.
ศบก.ยกระดับวิกฤตน้ำมันเข้าสู่ระยะที่ 2.2 การจัดหามีความยากขึ้น
ส่งศาลฟัน44ส้ม เคาะพักโทษแม้ว
ป.ป.ช.ชุดใหญ่เห็นชอบยื่นศาลฎีกาฟันอดีต 44 สส.ก้าวไกลชงแก้มาตรา 112
ถวายสัตย์6เม.ย. โปรดเกล้าฯ‘ครม.หนู2’35คน40เก้าอี้แถลงนโยบาย9-10เมษา
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ “ครม.อนุทิน 2” 35 คน 40 ตำแหน่งตามโผ “นายกฯ” เตรียมนำเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ฯ 6 เม.ย.
9-10 เม.ย.นี้ 'อนุทิน' นำ ครม.ชุดใหม่ แถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา
การแถลงนโยบายต่อที่ประชุมรัฐสภา ได้มีการปรับเปลี่ยน จากเดิมวางไว้วันที่ 7-9 เม.ย. แต่เมื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย มีกำหนดการนำคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่เข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณวันที่

