
“อนุทิน” หัวใจสีชมพู ควง “จ๋า ธนนนท์” จดทะเบียนสมรสที่บ้านอย่างอบอุ่น ท่ามกลางครอบครัวเป็นสักขีพยานก่อนวันวาเลนไทน์ “รัฐบาล-ตำรวจ” พาเหรดเตือนภัยวันแห่งความรัก
เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ใช้เวลาช่วงเช้าก่อนปฏิบัติภารกิจ ได้เชิญเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตดุสิตมาที่บ้านพักส่วนตัว เพื่อจดทะเบียนสมรสกับ น.ส.ธนนนท์ นิรามิษ ภริยา โดยมี น.ส.นัยน์ภัค ชาญวีรกูล บุตรสาว, นายเศรณี ชาญวีรกูล บุตรชาย และนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ร่วมเป็นสักขีพยาน
ต่อมานายอนุทินเดินทางเข้าพรรคภูมิใจไทยด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม และเมื่อสื่อสอบถามว่า พรีวาเลนไทน์ เช้านี้แฮปปี้ใช่หรือไม่ เพราะได้จดทะเบียนกับภรรยาแล้ว นายอนุทินหันมาตอบว่า “หัวใจสีชมพู”
ในเวลา 15.30 น. หลังเสร็จสิ้นการแถลงข่าวกับพรรคเพื่อไทยเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล นายอนุทินพูดติดตลกกับสื่อว่า “ไม่แสดงความยินดีกับผมหรือ วันนี้วันแต่งงานของฉันนะ”
ผู้สื่อข่าวจึงสอบถามว่า จดทะเบียนสมรสเรียบร้อยเป็นอย่างไรบ้าง และทำไมถึงเลือกวันนี้ นายอนุทินกล่าวเพียงว่า ลูกจะเข้าโรงเรียนแล้วเลยแต่ง ไม่มีฉลองอะไร ทำเงียบๆ
วันเดียวกัน น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ในวันวาเลนไทน์ปีนี้ กรมควบคุมโรค โดยกองโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ร่วมกับภาคีเครือข่าย เดินหน้ารณรงค์ตลอดเดือน ก.พ. ภายใต้แนวคิด Love status, Love 4ever : ทุกสถานะ มีรักนิรันดร์ ส่งเสริมให้ทุกคนมีความรักอย่างเข้าใจ ดูแลสุขภาพทางเพศ และใช้ชีวิตอย่างมั่นใจและปลอดภัยไปพร้อมกัน
รองโฆษกฯ กล่าวว่า สถานการณ์โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ของไทยยังน่ากังวล โดยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ผู้ป่วยซิฟิลิสเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่า จากราว 8,700 คนในปี 2562 เป็นกว่า 25,000 คนในปี 2568 ขณะเดียวกันโรคหนองในยังพบในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง สะท้อนพฤติกรรมทางเพศที่ไม่ปลอดภัย และเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวี อีกทั้งข้อมูลปี 2567 พบว่าคนไทยใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งเมื่อมีเพศสัมพันธ์ไม่ถึงครึ่งหนึ่ง ท่ามกลางรูปแบบความสัมพันธ์ที่หลากหลายมากขึ้น การไม่รู้สถานะสุขภาพทางเพศของตนเองและคู่ จึงอาจทำให้ความรักกลายเป็นความเสี่ยงได้โดยไม่รู้ตัว
“ภายใต้แคมเปญ Safe Love, Check 2gether ขอเชิญชวนทุกความสัมพันธ์ ไม่ว่าจะคบกันมานาน เพิ่งเริ่มต้น หรือยังไม่ชัดเจน หันมาใส่ใจดูแลกัน ด้วยการรู้สถานะของตนเองและชวนคนรักหรือคู่ตรวจเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ยิ่งรู้เร็วยิ่งวางแผนดูแลได้เร็ว โดยประชาชนสามารถตรวจเอชไอวีและซิฟิลิสฟรี ปีละ 2 ครั้ง ที่โรงพยาบาลภายใต้หลักประกันสุขภาพแห่งชาติทั่วประเทศ รวมถึงขอรับชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเอง (HIV self-test) ฟรี ผ่านแอปเป๋าตังเมนูกระเป๋าสุขภาพ” น.ส.ลลิดากล่าว และว่า สถานะการติดเชื้อไม่ใช่ตัวกำหนดคุณค่าของความรัก ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะไหนก็สามารถรัก ดูแลกัน และใช้ชีวิตไปด้วยกันได้ แค่รู้ทัน ป้องกันเป็น รักษาเร็ว และดูแลต่อเนื่อง ความรักก็ไปต่อได้อย่างมั่นใจและยาวนาน
ส่วน น.ส.อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุว่า ช่วงเทศกาลวันวาเลนไทน์จะมีประชาชนจำนวนมากถือเป็นโอกาสในการแสดงออกถึงความรัก รัฐบาลห่วงใยประชาชน เตือนภัยวันวาเลนไทน์ ระวังรักปลอมหลอกโอนเงิน! เช็กให้ชัวร์ก่อนจะเทใจ-เทเงิน อย่าหลงเชื่อโลกออนไลน์ มิจฉาชีพใช้เอไอสร้างตัวตนปลอมขึ้นมา เพื่อหลอกให้เราหลงรัก โดยเฉพาะคนที่ขี้เหงามักเจอ Romance Scam หลอกให้สูญเสียเงิน โดยเฉพาะบุคคลโปรไฟล์ดีเกินจริง แต่ไม่ยอมมาเจอหน้า หรือเริ่มมีการเอ่ยปากขอให้โอนเงิน ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม ขอให้หยุดคุยทันที และอย่าหลงเชื่อเพราะคำบอกรักผ่านหน้าจอ
“รัฐบาลสั่งการให้ตำรวจหน่วยต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง จัดกำลังสายตรวจออกตรวจตราบุคคลกลุ่มเสี่ยง โดยเน้นพื้นที่ล่อแหลมหรือเสี่ยงต่อการเกิดอาชญากรรม การคุกคามทางเพศ แหล่งมั่วสุมของเด็กและเยาวชน เน้นย้ำให้สถานบันเทิงและสถานบริการจะต้องไม่ปล่อยให้เด็กและเยาวชนเข้าไปใช้บริการ รวมถึงตรวจสอบการลักลอบจำหน่ายสุราหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แก่เด็กและเยาวชน” น.ส.อัยรินทร์กล่าว
ส่วน พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า เทศกาลวาเลนไทน์ประชาชนมักแสดงออกถึงความรักผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น จึงอาจตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมไซเบอร์ในรูปแบบ Sextortion หรือการข่มขู่กรรโชกทางเพศ โดยมิจฉาชีพจะแอบบันทึกภาพหรือวิดีโอในลักษณะลามกอนาจารของเหยื่อ แล้วนำมาข่มขู่เรียกรับเงินหรือผลประโยชน์ หากไม่ยินยอมจะขู่ว่าจะนำคลิปไปเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์หรือส่งให้คนใกล้ชิด สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงขอเตือนภัยพี่น้องประชาชน ถึง 3 ขั้นตอนในการป้องกันตนเอง ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของการนำคลิปวิดีโอลามกมาใช้ในการข่มขู่หรือรีดเอาทรัพย์ (แบล็กเมล) ในช่วงเทศกาลวาเลนไทน์ ดังนี้ ไม่ถ่าย คือการไม่ถ่ายภาพหรือคลิปวิดีโอในลักษณะลามกของตนเอง ไม่ว่าจะในกรณีใดๆ ก็ตาม ไม่ส่ง คือการไม่ส่งภาพถ่ายหรือคลิปวิดีโอในลักษณะลามกของตนเองให้กับบุคคลอื่น แม้ว่าจะเชื่อใจบุคคลดังกล่าวมากเพียงใด และไม่คอล คือการไม่สนทนาผ่านวิดีโอคอลกับบุคคลอื่นในลักษณะที่ปรากฏภาพลามกของตนเองโดยเด็ดขาด
“หากพี่น้องประชาชนได้รับความเสียหายจากการถูกข่มขู่แบล็กเมลด้วยคลิปลามก สามารถแจ้งความได้ที่สถานีตำรวจในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง และหากคลิปของท่านถูกนำไปเผยแพร่ ท่านสามารถยื่นคำร้องผ่านระบบบริการออนไลน์ศาลยุติธรรม เพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งระงับหรือลบข้อมูลดังกล่าว” พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ระบุ.


ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ม็อบต้านน้ำมันแพง แรงงาน-ตุลย์บุกทำเนียบฯ/นายกฯเบรกพิพัฒน์ทิ้งผอ.ศบก.
"อนุทิน" เผยแตะเบรกไม่ให้ “พิพัฒน์” ลาออกจาก ผอ.ศบก. ยันเป็นผู้เชี่ยวชาญ
เร่งหาแหล่งนำเข้าปุ๋ย ต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง10%
จี้ทูตพาณิชย์เร่งหาแหล่งนำเข้าปุ๋ยทดแทน-หาตลาดส่งออกใหม่ "พาณิชย์"
ผงะ!PM2.5ทุบสถิติโลก จี้ประกาศ‘เขตภัยพิบัติ’
"เหนือ-อีสาน" อ่วมหนักเผชิญวิกฤต PM2.5 รัฐบาลอ้อแอ้คุยแก้ฝุ่นพิษข้ามแดน “อนุทิน” โยน ผวจ.จัดการ “เมืองปาย-แม่ฮ่องสอน”
ป.ป.ช.จ่อเคาะ 44สส.แก้ม.112 ส่งศาลฎีกาฟัน
ป.ป.ช.ได้ฤกษ์ชงที่ประชุมใหญ่มีมติรับรองคำร้องคดี 44 อดีต สส.ก้าวไกลแก้ ม.112
ทูลเกล้าฯโผครม./สส.ซื้อข้าวกิน
นายกฯ เผยนำรายชื่อ ครม.ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายแล้ว ยันความพร้อมแถลงนโยบายต่อรัฐสภา "ประธานศาล รธน."
'อนุทิน' รับไม่ให้ 'พิพัฒน์' ลาออก ศบก. มั่นใจไร้ผลประโยชน์ทับซ้อนวิกฤตน้ำมัน
"อนุทิน" เบรก "พิพัฒน์" ยื่นลาออก ผอ.ศบก. มั่นใจไม่มีเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนใดๆทั้งสิ้น การันตีไม่มีทางยอมให้เกิดขึ้นแน่นอน หากทำผิดยังไงก็รู้ เมิน "พีระพันธุ์" วิจารณ์พลังงาน ชี้พูดในฐานะอดีตรมต.พร้อมรับฟัง แต่รัฐบาลจะตัดสินใจเอง ย้ำไทยยังไม่ถึงขั้นประกาศภาวะฉุกเฉินพลังงาน มีพอบริการปชช.ขอช่วยกันประหยัด

