แดงร่วมรบ.นํ้าเงิน! ยศชนันนำ ถกไร้เงื่อนไข คิวต่อไปทาบ‘กล้าธรรม’

"ภูมิใจไทย-เพื่อไทย" ชื่นมื่น ร่วมจัดตั้งรัฐบาล หนุน "อนุทิน" เป็นนายกฯ "หนู" ขอให้ลบเรื่องบาดหมางในอดีต กลับมาทำงานร่วมกันเพื่อประโยชน์บ้านเมือง แย้มเตรียมคุย "กล้าธรรม" ตามสเต็ปต่อไป "แกนนำ พท." แจงเหตุร่วม รบ. อยากผลักดันนโยบายหาเสียง ยันยังไม่คุยโควตา-ตำแหน่ง "3 พรรคเล็ก" เติมเสียงหนุน  ภท.เพิ่มอีก

เมื่อวันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 มีความเคลื่อนไหวในการจัดตั้งรัฐบาลภายใต้การนำของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ที่น่าสนใจ หลังจากเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา 3 พรรคเล็กได้เข้าหารือกับแกนนำพรรค ภท. โดยวันนี้ (13ก.พ.) พรรค ภท.ได้ประสานเชิญแกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) เข้าหารือที่พรรค ภท. เรื่องร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลในช่วงบ่าย

ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) เวลา 08.50 น. มีการนัดประชุมแกนนำพรรคและผู้สมัคร สส.ครั้งแรกภายหลังการเลือกตั้ง โดยมีแกนนําพรรคทยอยเดินทางเข้าพรรค อาทิ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค รวมทั้งนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค พท. พร้อมด้วยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผอ.การเลือกตั้งพรรค และนายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรค  และว่าที่ สส. รวมทั้งผู้สมัคร สส.พรรค พท. เพื่อสรุปบทเรียนจากการเลือกตั้งและรับฟังความคิดเห็นร่วมกัน ส่วนนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค ไม่ได้เข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ เนื่องจากมีอาการป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่และแอดมิตอยู่ที่โรงพยาบาล

โดยในการประชุมวันนี้พรรค พท.ได้ปล่อยมอตโตใหม่เช่นเดียวกับเพลงใหม่ “สู้ต่อไป เพื่อไทยทุกคน” ที่มีเนื้อหาให้กำลังใจ และมีช่วงหนึ่งที่ระบุว่า “ถึงล้มก็ลุกขึ้นได้ ถึงแพ้ก็ยังไม่ตาย บทเรียนจะคอยสอนไว้ ให้ยิ่งแกร่งกว่าเดิม เติมใจให้กันอีกครั้ง" โดยย้ำว่า เพื่อไทยไม่มีวันตาย

นายประเสริฐกล่าวในที่ประชุมตอนหนึ่งว่า  อยากขอให้ทุกคนได้รายงานสรุปผลการเลือกตั้งถึงสาเหตุในการเลือกตั้งในครั้งนี้ว่า เหตุใดบางคนประสบความสำเร็จ แต่บางคนไม่ได้รับการเลือกตั้ง อยากให้หาข้อสรุปว่ามีปัจจัยอะไรบ้าง  และพรรคได้ทำแบบสอบถามไปยังผู้สมัคร สส.ทุกคนผ่านกูเกิลฟอร์ม ซึ่งจะมีให้ใส่ข้อมูลส่วนบุคคล และให้ใส่สาเหตุว่าทำไมถึงไม่ได้รับการเลือกตั้งเป็น สส. รวมถึงพรรคอยากรับฟังข้อเสนอสำหรับการเลือกตั้งครั้งต่อไปว่าเหตุใดที่ทำให้ประชาชนเลือกตั้ง สส.ทั้งในส่วนผู้สมัครและพรรค สุดท้ายให้สอบถามความคิดเห็นของประชาชนในเขตเลือกตั้งว่าจะต้องทำอย่างไร  และมีปัจจัยอะไรบ้างในการที่จะนำไปสู่ความสำเร็จครั้งนี้

เวลา 12.35 น. นายประเสริฐพร้อมแกนนำร่วมกันแถลงข่าว โดยนายประเสริฐกล่าวว่า  พรรค พท.ได้รับการติดต่อจากแกนนำพรรค ภท.อย่างเป็นทางการ เพื่อเชิญเข้าร่วมพูดคุยจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งจุดยืนของพรรคตลอดเวลาการหาเสียงเลือกตั้งที่ผ่านมา เรารับฟังการตัดสินของพี่น้องประชาชน การเลือกตั้งไม่ได้มีข้อจำกัดหรือเงื่อนไขในการทำงานร่วมกับพรรคการเมืองใดๆ

"เพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุดต่อพี่น้องประชาชน ผมพร้อมด้วยนายสุริยะและนายภูมิธรรมจึงจะเดินทางไปที่ทำการพรรค ภท.ตามคำเชิญ เพื่อหารือกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ภท. โดยการไปพูดคุยครั้งนี้เราไม่ได้มีเงื่อนไขอะไรไป แต่จะไปรับฟังข้อเสนอจากทางพรรค ภท.ก่อน" นายประเสริฐกล่าว

พท.ตอบรับร่วมรัฐบาลภท.

จากนั้นเวลา 15.00 น. ที่พรรค ภท.  นายอนุทินพร้อมด้วยนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว แคนดิเดตนายกฯ ของพรรค, นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรค, นายวราวุธ ศิลปอาชา และนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อของพรรค ให้การต้อนรับแกนนำพรรค พท. นำโดยนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ พรรค พท. ที่สวมแจ็กเกตสีแดงของพรรค พร้อมด้วยนายประเสริฐ, นายสุริยะและนายภูมิธรรม ที่เดินทางมายังที่ทําการพรรค ภท.ตามคําเชิญ  เพื่อหารือถึงการร่วมจัดตั้งรัฐบาลและพูดคุยถึงแนวทางการทํางานร่วมกัน

ทั้งนี้ พรรค พท. เป็นพรรคอันดับ 3 ที่มีจำนวน สส. 74 ที่นั่ง และเป็นพรรคแรกที่นายอนุทินส่งเทียบเชิญมาหารือถึงการร่วมรัฐบาล นอกจากนี้มีรายงานว่า พรรค ภท.คาดว่าจะมีเทียบเชิญพรรคกล้าธรรม (กธ.) และพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในลำดับถัดไป

กระทั่งเวลา 15.30 น. นายอนุทินและแกนนำพรรค ภท. พร้อมนายยศชนันและแกนนำพรรค พท. แถลงข่าวร่วมกันภายหลังเสร็จสิ้นการหารือถึงแนวทางร่วมจัดตั้งรัฐบาล

นายอนุทินกล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติที่ผู้บริหารพรรค พท.กรุณาแวะมาหารือจัดตั้งรัฐบาล ถ้าดูจากคะแนนแม้ยังจะไม่มีประกาศอย่างเป็นทางการ แต่เพื่อไม่ให้เกิดสุญญากาศ ได้มีการหารือมาระดับหนึ่ง ได้ข้อสรุปว่าทางพรรค พท.ยินดีที่จะสนับสนุนพรรค ภท.เป็นแกนนําในการจัดตั้งรัฐบาล

"เรามีการวางไทม์ไลน์ไว้ว่า เมื่อเราเป็นแกนนําจัดตั้งรัฐบาล จะมีการเชิญแต่ละพรรคตามลําดับ และขอความร่วมมือ เพื่อให้ประเทศของเราเดินหน้าไปอย่างราบรื่น และจากนี้ไปจะพูดคุยกันมากขึ้น เพื่อลงรายละเอียดในการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งพรรค ภท.กับพรรค พท.เรามองไปข้างหน้า และเห็นว่าบุคลากรคุณภาพของทั้งสองพรรคน่าจะมีความสามารถมากเพียงพอที่จะผลักดันและนําพาประเทศไทยไปสู่อนาคตที่มั่นคงแข็งแกร่งยั่งยืน เป็นที่คาดหวังของพี่น้องประชาชนได้" นายอนุทินกล่าว

ถามว่า ได้มีการพูดคุยหารือเรื่องการแบ่งกระทรวงต่างๆ หรือไม่ หัวหน้าพรรค ภท.กล่าวว่า  จะมีการพูดคุยหารือกันต่อจากนี้อีกหลายครั้ง  เมื่อถามว่าจะมีการเชิญพรรค กธ.มาหารือเรื่องแนวทางจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ หัวหน้าพรรค ภท.กล่าวว่า จะต้องให้เกียรติพรรคที่มีจํานวนที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรตามลําดับ อย่างไรก็ตาม ในส่วนของพรรคประชาชน (ปชน.) แสดงเจตนารมณ์ว่าจะไม่ร่วมกับพรรค ภท. จึงได้มีการประสานกับพรรค พท.เป็นลำดับ

ซักถึงเป้าหมายร่วมกันของทั้งสองพรรค นายอนุทินกล่าวว่า เราได้มีการหารือกันมั่นใจว่าบุคลากรแต่ละพรรค มีความรู้มีประสบการณ์ มุ่งมั่นที่จะทําประโยชน์ให้กับบ้านเมือง ขอให้เรากลับมาทำงานร่วมกัน นึกถึงประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก อะไรที่ไม่เข้าใจในอดีตเป็นเรื่องธรรมดาต้องลบออกไปให้หมด เดินไปข้างหน้า และขอความร่วมมือทํางานแบบร่วมกันจริงๆ ไม่มีการแบ่งเส้นแบ่งเขต เป็นการร่วมกันในฐานะรัฐบาลด้วยกัน บริหารราชการแผ่นดินไปด้วยกันด้วยประสิทธิภาพ ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจให้เกิดสิ่งที่ดีที่สุด

ด้านนายยศชนันกล่าวว่า ขอบคุณนายกฯ ที่ให้เกียรติพรรค พท. ซึ่งจากอดีตมาสู่การเจรจาในฐานะผู้นําพรรค เคยรับปากกับทุกท่านว่าทุกการเจรจาจะอยู่ด้วยตลอด และวันนี้ก็มาด้วยตัวเอง ซึ่งขอให้นายประเสริฐแถลงรายละเอียด

นายประเสริฐกล่าวว่า พรรค พท.พร้อมสนับสนุนพรรค ภท.ในการจัดตั้งรัฐบาล วันนี้เป็นการมาแสดงความยินดีที่พรรค ภท.ประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งที่ผ่านมา

3 พรรคเล็กหนุนอนุทินอีก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเสร็จสิ้นการแถลงข่าว นายอนุทินได้เดินลงมาส่งนายยศชนันและแกนนำพรรค พท.ขึ้นรถ พร้อมโอบกอดนายคณาพจน์ โจมฤทธิ์ คณะทำงานของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

เมื่อถามถึงบรรยากาศการพูดคุยกันวันนี้  นายอนุทินกล่าวว่า ค่อยๆ พูดคุยกันเป็นสเต็ป พร้อมปฏิเสธตอบคำถามว่าระหว่างการเจรจาได้มีการเคลียร์ใจถึงคดีเก่าๆ หรือไม่ เมื่อถามย้ำว่า จะมีการเชิญพรรค กธ. ซึ่งเป็นพรรคอันดับ 4 มาเจรจาร่วมรัฐบาลเมื่อใด นายอนุทินระบุว่า เดี๋ยวค่อยทยอยเทียบเชิญ เพราะเราต้องการความแข็งแรง

น.ส.วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ อดีต สส.เชียงราย ภรรยานายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค พท. ได้โพสต์ภาพนายจุลพันธ์นอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล หลังป่วยเป็นโรคไข้หวัดใหญ่   พร้อมข้อความว่า “วันนี้หัวหน้าพรรคไม่สบาย ปีนี้ดอกไม้ไม่ต้อง ขอแค่คนข้างเตียงหายป่วยเร็วๆ  ก็พอ ปกติดูแลหลายคน วันนี้ขอให้ได้พักให้เต็มที่บ้างนะคะ  หายไวๆ ค่ะ”

 ต่อมาเวลา 15.30 น. นายไชยชนกพร้อมด้วย น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย โฆษกพรรค ภท. ได้หารือกับว่าที่ สส.ของ 3 พรรคเล็ก ได้แก่ นายบุญรวี ยมจินดา จากพรรครวมใจไทย, นายทวีทรัพย์ ตัดสมัย จากพรรคไทยทรัพย์ทวี,  นายสุรสิทธิ์ มัจฉาเดช หัวหน้าพรรคใหม่ (มาแทนว่าที่ สส.ของพรรค) นายอภิวิชญญ์ ทิพย์รัตน์ จากพรรครวมพลังประชาชน เพื่อเข้าร่วมรัฐบาล โดยทั้งหมดต่างยืนยันสนับสนุนนายอนุทินเป็นนายกฯ

น.ส.แนนกล่าวถึงกรณีมีกระแสข่าวจะมีว่าที่ สส. 30 คนจากพรรคเล็กสนับสนุนนายอนุทินว่า  หากมีการพูดคุยกับพรรคการเมืองใดจะมีการแถลงข่าวให้ทราบอย่างเป็นทางการ

ถามว่า นัดหมายพรรค กธ.แล้วหรือไม่ โฆษกพรรค ภท.กล่าวว่า เป็นไปตามที่นายอนุทินได้ระบุไว้ว่าจะมีการเจรจาตามลำดับหลังจากพรรค พท.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้มี 6 พรรคเล็ก 9 ว่าที่ สส. ที่มาร่วมแถลงข่าวกับพรรค ภท. เพื่อสนับสนุนนายอนุทินเป็นนายกฯ แล้ว ได้แก่ พรรคเศรษฐกิจ 3 คน, พรรครวมใจไทย 2 คน, พรรคไทยทรัพย์ทวี พรรคใหม่ พรรครวมพลังประชาชน พรรคประชาธิปไตยใหม่ พรรคละ 1 คน

เวลา 16.20 น. นายประเสริฐให้สัมภาษณ์อีกครั้งเมื่อเดินทางกลับมาถึงพรรค พท. ถึงทิศทางการร่วมรัฐบาลว่า พรรค พท.ได้รับเกียรติจากพรรค ภท.ที่เชิญเข้าร่วมการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งการพบปะกันในเบื้องต้นทุกอย่างเป็นไปด้วยดี และได้ตอบรับเข้าร่วมรัฐบาล  รวมถึงถือโอกาสแสดงความยินดีที่พรรค ภท.ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้

ถามถึงเหตุผลหลักที่เข้าร่วมรัฐบาล  เลขาธิการพรรค พท.กล่าวว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราเห็น ภาวะของประเทศต้องเดินไปข้างหน้า มีความจำเป็นต้องมีรัฐบาลที่แข็งแกร่ง ทำงานร่วมกัน นำพาประเทศไปสู่เป้าหมายที่ตั้งใจ โดยที่ผ่านมาพรรค พท.ไม่ได้พูดเรื่องอะไรที่เป็นข้อจำกัดหรืออุปสรรคในการร่วมรัฐบาลแต่อย่างใด

ซักว่า มวลชนที่สนับสนุนพรรคจะเข้าใจและเห็นด้วยหรือไม่ เลขาธิการพรรค พท.กล่าวว่า เชื่อว่ามวลชนจะเข้าใจ เพราะการร่วมรัฐบาลจะช่วยประเทศชาติได้มากกว่า และมีนโนบายของพรรค พท.ในบางเรื่องที่จะก็ต้องคุยกับพรรคหลักตั้งรัฐบาลในการทำงานร่วมกัน

อ้วนยันทำเพื่อชาติลืมอดีต

เมื่อถามถึงความขัดแย้งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ จะทำงานด้วยกันได้หรือไม่ นายประเสริฐกล่าวว่า เป็นเรื่องธรรมดาในการทำงานก่อนหน้านี้ที่กระทบกระทั่งกัน ซึ่งมีทุกรัฐบาลและเป็นธรรมชาติของการเลือกตั้ง แต่หลังเลือกตั้งก็ไม่ได้เอาเรื่องเหล่านั้นมาเป็นข้อจำกัด

ส่วนนายภูมิธรรมกล่าวเสริมว่า ความจริงแล้วหัวหน้าพรรค ภท.ได้พูดไปแล้วว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นตามกระบวนการหาเสียงทั่วไป เมื่อปัญหาประเทศมีมาก จึงอยากให้เอาเรื่องนี้เก็บไว้ และช่วยกันทำสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งทั้ง 2 พรรคมีบุคลากรที่มีคุณภาพที่จะทำงานได้ ช่วยกันทำนโยบายที่แต่ละส่วนเกี่ยวข้องสามารถนำมาใช้งานได้

"เรายืนยันมาตลอดว่าพรรคที่ได้อันดับหนึ่งจะต้องเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล คือพรรค ภท. คิดว่าเรามีส่วนจะนำนโยบายไปผลักดันได้มากขึ้น ประชาชนจะได้ประโยชน์มากขึ้นหากเราไปทำงาน" นายภูมิธรรมกล่าว

ถามถึงประเด็นเรื่องที่เขากระโดงและฮั้ว สว. พรรค พท.จะเดินหน้าอย่างไรต่อ นายภูมิธรรมกล่าวว่า เรื่องนี้อยู่ที่กระบวนการ ซึ่งทุกเรื่องเข้าสู่กระบวนการกฎหมายแล้ว ต้องอยู่ที่รัฐมนตรีดูแลกำกับกระทรวงนั้นๆ ถามย้ำว่าจะมีความเกรงใจและกล้าลุยเหมือนครั้งที่เป็นแกนนำรัฐบาลหรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า ไม่มีอะไรที่ไม่กล้าลุย อะไรที่ถูกต้องเราก็สนับสนุน

เมื่อถามว่า ในการร่วมรัฐบาลครั้งนี้ มีการยื่นโควตาหรือเงื่อนไขอะไรหรือไม่ นายประเสริฐกล่าวว่า ยังไม่คุยเรื่องนี้ เพียงแต่ยืนยันเจตนารมณ์ในการทำงานร่วมกันในอนาคต

ด้านนายสุริยะกล่าวว่า มีโอกาสคุยกับ สส.ทั้งที่สอบได้และไม่ได้ เขาอยากให้เราร่วมรัฐบาล เพราะสามารถผลักดันนโยบายต่างๆ ของพรรค ที่ทำให้สร้างประโยชน์ให้ประชาชนในแต่ละพื้นที่ และจะสามารถทำให้เป็นรูปธรรม เป็นประโยชน์ในระยะยาวได้

"จากนี้คนที่ได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีกระทรวงใดก็ต้องทำงานให้หนัก เพื่อให้พรรคมีผลงาน สามารถเรียกความเชื่อมั่นของประชาชนกลับมาให้ได้ นั่นคือสาเหตุที่ทำให้พรรค พท.ร่วมรัฐบาลในครั้งนี้ ส่วนนโยบายใดของพรรคที่จะผลักดันนั้นก็ขึ้นอยู่กับกระทรวงที่จะได้รับ แต่ขณะนี้ยังไม่ได้พูดคุยกัน รวมถึงยังไม่ได้มีการพูดคุยถึงเรื่องจำนวนเก้าอี้รัฐมนตรี" นายสุริยะกล่าว

นายภูมิธรรมกล่าวเสริมว่า วันนี้โดยหลักการถือว่าเราประชุมร่วมกัน และคิดว่าจะพยายามทำในสิ่งที่ดีที่สุดให้มีโอกาสทำงานตามนโยบาย ถือว่าทำทั้งหมดให้เกิดประโยชน์กับประชาชนและประเทศให้มากที่สุด

เมื่อถามว่า มั่นใจว่ากระแสของพรรค พท.จะดีขึ้นหรือไม่เมื่อไปร่วมรัฐบาล นายภูมิธรรมกล่าวว่า ยังไม่ได้คิดเรื่องนั้น คิดเพียงแต่ว่าทำอย่างไรให้เราได้ทำงานที่เป็นประโยชน์ที่สุด.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อนุทินปลุกไทยหวนคืนเสือเอเชีย

นายกฯ ประชุมหารือกับรัฐมนตรีเศรษฐกิจ “อนุทิน” ลั่นต่อยอดนโยบายควิกบิ๊กวิน พาไทยกลับสู่จอเรดาร์โลก และเป็นเสือแห่งเอเชีย เล็งเดินหน้านโยบายหาเสียง “โพลพระปกเกล้า”

‘เสี่ยหนู’จดทะเบียนสมรส

“อนุทิน” หัวใจสีชมพู ควง “จ๋า ธนนนท์” จดทะเบียนสมรสที่บ้านอย่างอบอุ่น ท่ามกลางครอบครัวเป็นสักขีพยานก่อนวันวาเลนไทน์ “รัฐบาล-ตำรวจ” พาเหรดเตือนภัยวันแห่งความรัก

บาร์โค้ดระอุ!กกต.แจงยิบสู้ทีมล้มเลือกตั้ง

“กกต.” รับคิวอาร์โค้ด-บาร์โค้ด ตรวจสอบถึงบัตรเลือกตั้งได้ แต่ต้องมีต้นขั้ว ยันไม่รู้ถึงคนลงคะแนน "วิโรจน์" ซัดผิดเจตนารมณ์กฎหมาย ขู่ติดคุกยกยวง  

ภูมิใจไทย จ้องยึด 'เกษตร' สมการต่อรองกล้าธรรมร่วมรัฐบาล

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคภูมิใจไทย(ภท.) ถึงความคืบหน้าจัดตั้งรัฐบาลว่า พรรคได้มีการประเมินคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เชื่อว่าจะมีการประกาศรับรองผลเลือกตั้งโดยเร็ว จึงจำเป็นต้องรีบจัดตั้งรัฐบาล โดยล่าสุดพรรคภูมิใจไทยได้รวมเสียง โดยพรรคภูมิใจไทย 193 เสียง พรรคเพื่อไทย 74 เสียง พรรคกล้าธรรม 58 เสียง และพรรคเล็กทั้งหมดที่มีทั้งสิ้น 35 เสียง

3 แกนนำเพื่อไทย เผยเหตุผลร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย ประเทศต้องเดินไปข้างหน้า

3 แกนนำพรรคเพื่อไทย เผยเหตุร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย บอกอยากผลักดันนโยบาย ยันยังไม่คุยโควตา-ตำแหน่ง ขอลืมความขัดแย้งเดินหน้าประเทศ ‘ภูมิธรรม’ ลั่นไม่มีอะไรไม่กล้า เขากระโดง - ฮั้ว สว. เดินหน้าตามกระบวนการ