เขมรซุกระเบิดสังหารใหม่

เจออีก! ไทยพบหลักฐานชัด  “กัมพูชา” ลอบวางทุ่นระเบิดสังหารบุคคลในแผ่นดินไทย ละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ “ซาบีดา” ยันเขมรชงยูเนสโกเรื่องสงกรานต์ไม่กระทบไทย

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 15 ก.พ.2569 พล.ร.ต.ปารัช  รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ (ทร.) เปิดเผยว่า  หน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรม กองทัพเรือ (นปท.ทร.) ตรวจพบทุ่นระเบิดสังหารบุคคลชนิด PMN-2 สภาพใหม่จำนวน 6 ทุ่น ในพื้นที่บ้านชำราก อำเภอเมืองฯ จังหวัดตราด ระหว่างปฏิบัติการยึดคืนและเคลียร์พื้นที่ตามแผนตราดพิฆาตไพรี เมื่อวันที่ 14 ก.พ.2569

พล.ร.ต.ปารัชกล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบยืนยันว่า เป็นทุ่นระเบิดที่ถูกนำมาวางใหม่โดยฝ่ายตรงข้าม ไม่ใช่ทุ่นตกค้างเดิม อีกทั้งในพื้นที่ใกล้เคียงยังพบทุ่น PMN-1 จำนวน 3 ทุ่น และ POMZ จำนวน 1 ทุ่น ระหว่างการพัฒนาเส้นทางทางยุทธวิธีตามแนวชายแดน ซึ่ง ทร.ยืนยันว่า ฝ่ายไทยปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วมไทย-กัมพูชา เมื่อวันที่ 27  ธ.ค.2568 อย่างเคร่งครัด โดยยึดหลักมนุษยธรรม  ไม่ใช้และไม่สนับสนุนการใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลในทุกกรณี การใช้ทุ่นระเบิดดังกล่าว โดยเฉพาะ PMN-2 สภาพใหม่ ถือเป็นการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศและพันธกรณีด้านการห้ามใช้ทุ่นระเบิดอย่างร้ายแรง ฝ่ายไทยขอประณามการกระทำดังกล่าว และจะบันทึกหลักฐานอย่างเป็นระบบ พร้อมดำเนินการตามกรอบกฎหมายและกลไกระหว่างประเทศต่อไป

ขณะเดียวกัน น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์   รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ชี้แจงกรณีกระแสข่าวที่ประเทศกัมพูชาเสนอรายการ Mohasangkran chnam thmey, the traditional Khmer New Year in Cambodia ต่อองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ว่า เป็นข้อมูลจริง แต่การดำเนินการดังกล่าวไม่กระทบต่อสถานะสงกรานต์ในประเทศไทย ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติเป็นที่เรียบร้อยแล้วตั้งแต่ปี 2566 ฉะนั้นการขึ้นทะเบียนดังกล่าวของประเทศไทยมีผลสมบูรณ์ และไม่ถูกกระทบจากการเสนอของประเทศอื่น โดยการขึ้นทะเบียนของยูเนสโกไม่ได้เป็นการรับรองความเป็นเจ้าของแต่เพียงประเทศเดียว เนื่องจากประเพณีที่มีลักษณะใกล้เคียงกันสามารถมีความคล้ายคลึงกันได้ในหลายประเทศ

น.ส.ซาบีดาเสริมว่า ไทยยังมีรายการที่เตรียมเสนอเพิ่มเติมอีกหลายชนิด เช่น ชุดไทย มวยไทย ผ้าขาวม้า และลอยกระทง เป็นต้น โดยชุดไทยมีกำหนดเข้าสู่การพิจารณาของยูเนสโกในปีปลาย 2569 นี้ จึงขอให้พี่น้องประชาชนชาวไทยสบายใจได้ว่า กระทรวงวัฒนธรรมโดยรัฐบาลไทย ทำงานเชิงรุกในทุกมิติเพื่อปกป้องทุนวัฒนธรรมไทยและมรดกของชาติทุกประเภทให้เป็นชองชาติไทยอย่างแข็งขัน

“ได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ในฐานะหน่วยงานเจ้าของเรื่อง ดำเนินการประชาสัมพันธ์ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ประชาชนทราบ และติดตามความคืบหน้าการดำเนินการดังกล่าวของประเทศกัมพูชาอย่างใกล้ชิดต่อไป” น.ส.ซาบีดายืนยัน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง