ยึดเศรษฐกิจ-มั่นคง ภท.เคาะโควตากระทรวง ห้ามชงรมต.ชื่อเสียงฉาว!

“ภท.” หวังยึดกระทรวงเศรษฐกิจและความมั่นคงทั้งหมด เพื่อแก้ปัญหาให้ชาวบ้านแบบเบ็ดเสร็จ การจัดสรรโควตา ครม.ใช้ผลงานวัด  สกัดตั้งมุ้งต่อรอง ยังไม่ชัดเชิญกล้าธรรมคุยวันไหน  “อนุทิน” เยือนบ้านเกิดภริยา "เพื่อไทย" ประสานเสียงเคลียร์ใจสาวกแดงหลังผสมน้ำเงิน อ้างร่วมรัฐบาลแก้ปัญหาทำประโยชน์ให้ประชาชนได้มากกว่าเป็นฝ่ายค้าน ยันปม "ฮั้ว สว.-เขากระโดง" ยังเดินหน้าต่อ

เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 ยังคงมีความเคลื่อนไหวในการจัดตั้งรัฐบาล โดยพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ยังไม่มีความชัดเจนในการเชิญพรรคกล้าธรรรม (กธ.) ในฐานะพรรคอันดับ 4 มาที่ทำการพรรคเมื่อใด หลังจากพรรค ภท.ได้เชิญพรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะอันดับ 3 มาพูดคุยเรื่องร่วมรัฐบาลเมื่อวันศุกร์ที่ 13 ก.พ.  

มีรายงานแจ้งว่า ภท.ต้องการดูแลกระทรวงทางเศรษฐกิจทั้งหมด โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) ที่ปัจจุบัน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรค กธ.ดูแลอยู่ โดยต้องการให้รัฐมนตรีเศรษฐกิจเป็นทีมเดียวกันทั้งหมด  เพื่อผลักดันการแก้ไขปัญหาทางการเกษตรและราคาสินค้าได้ง่าย และต้องการดูแลเรื่องเศรษฐกิจทั้งระบบแบบเบ็ดเสร็จ เพราะมีผลต่อสร้างผลงานให้แก่ประชาชนที่ต้องการเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน และจะไม่ปล่อยให้แก่พรรค พท. เพราะเมื่อครั้งเคยเป็นรัฐบาลก็ไม่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้

 รายงานแจ้งอีกว่า ภท.ยังต้องการดูแลกระทรวงทางด้านความมั่นคง อาทิ กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการต่างประเทศ เนื่องจากพรรค พท.ถูกครหาเรื่องชายแดนไทย-กัมพูชาในช่วงที่ผ่านมา หากให้พรรค พท.ดูแลอาจถูกกระแสต่อต้านได้ นอกจากนี้ ภท.ยังต้องการดูกระทรวงยุติธรรมด้วย เพราะไม่ต้องการให้พรรคการเมืองใดใช้กลไกการเมืองเข้าแทรกแซงคดีฮั้ว สว.หรือเขากระโดง รวมถึงคดีความอื่นๆ อีกด้วย

ขณะเดียวกัน การจัด ครม.ครั้งนี้จะชูภาพมืออาชีพ หลังมีนางศุภจี สุธรรมพันธุ์, นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ และนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เป็นแกน ปรับภาพลักษณ์ให้กับพรรค ภท. และจะขอความร่วมมือพรรคร่วมรัฐบาลไม่ให้ส่งบุคคลซึ่งเป็นที่กังขาของสังคมหรือมีภาพลักษณ์การเมืองเดิมๆ  เข้ามา

   ส่วนความเคลื่อนไหวภายในพรรค ภท.เอง จะจัดสรรตำแหน่งให้บุคคลที่ทำผลงานได้ดีในการเลือกตั้งที่ผ่านมาตามความเหมาะสม แต่ไม่ปล่อยให้รวมตัวกันตั้งกลุ่มหรือระดม สส.มาต่อรอง เนื่องจากพรรคมีข้อมูลทั้งหมดว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมาใครทำอะไรมากน้อยแค่ไหน และพรรคยังมีจุดยืนในความเป็นเอกภาพ ที่ถือเป็นจุดแข็งที่ต้องรักษาเอาไว้

ด้านความเคลื่อนไหวของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรค ภท. พร้อมคณะ  ลงพื้นที่ขอบคุณประชาชนที่จังหวัดระนอง ซึ่งเป็นจังหวัดบ้านเกิดของ น.ส.ธนนนท์ นิรามิษ ภริยา ที่เพิ่งจดทะเบียนสมรสกันไปหมาดๆ ก่อนวันวาเลนไทน์

นายอนุทินยังได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวเป็นภาพขับรถกับคณะ พร้อมข้อความระบุว่า “มากราบขอบพระคุณพี่น้องจังหวัดระนอง ในช่วงรอผลอย่างเป็นทางการ พวกเราจะเดินทางไปขอบพระคุณพี่น้องทุกจังหวัดที่ให้ความเมตตากับพรรคภูมิใจไทยครับ”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทินได้ขับรถสองแถวไม้ พาคณะตระเวนทักทายชาวบ้านตลอดเส้นทาง ประชาชนออกมาต้อนรับอย่างคึกคัก ต่างแสดงความยินดีพร้อมให้กำลังใจ เชื่อมั่นว่ารัฐบาลชุดใหม่จะสามารถขับเคลื่อนประเทศและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม

ต่อมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า พี่น้องประชาชนที่เคารพครับ ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ผมขอกราบขอบพระคุณทุกท่านต่อความไว้วางใจและความเชื่อมั่น ที่พรรคภูมิใจไทยได้รับอย่างท่วมท้นเพื่อเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลและเข้ามาทำหน้าที่บริหารประเทศ ซึ่งผมจะเร่งดำเนินการทันทีเมื่อ กกต.ประกาศผลของการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ

ผมขอยืนยันว่า ผมจะไม่ทำให้ทุกท่านที่ลงคะแนนให้พรรคภูมิใจไทย ผิดหวัง เสียใจ และจะทำงานตอบแทนทุกคะแนนด้วยความสำนึกในความไว้วางใจที่ท่านได้มอบให้ ทุกนโยบายที่ได้นำเสนอต่อพี่น้องประชาชนในช่วงรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง ผมและพรรคภูมิใจไทยขอยืนยันว่าจะปฏิบัติให้เป็นไปตามนั้นทุกประการ

พรรคภูมิใจไทย จะเป็นผู้รับผิดชอบด้าน การบริหารงานความมั่นคง ด้วยมาตรการทางการทูต และการทหาร และยืนยันที่จะปฏิบัติในทุกรูปแบบและทุกวิธีการ เพื่อรักษาดินแดนและอธิปไตยของชาติ ตลอดจนเกียรติภูมิและศักดิ์ศรีของประเทศไทย และสำหรับตัวผม ความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนคนไทยต้องอยู่เหนือสิ่งอื่นใด

การปิดด่านชายแดน จะดำเนินต่อไป และจะเพิ่มความเข้มข้นยิ่งขึ้น ด้วยการสร้างกำแพงความมั่นคงตามแนวชายแดน รวมถึงการยกเลิก MOU 44 เพื่อการรักษาผลประโยชน์สูงสุดของประเทศไทย และเพื่อให้เป็นไปตามความต้องการของพี่น้องประชาชนที่มั่นใจในพรรคภูมิใจไทย

ผมและคุณสีหศักดิ์สัญญาที่จะนำประเทศไทยกลับคืนสู่เวทีโลกอย่างมีศักดิ์ศรี ไม่ให้มีใครกล้ามาข่มเหง รังแก ข่มขู่ คุกคาม ทำให้คนไทยต้องรำคาญใจอีกต่อไป

พรรคภูมิใจไทย จะเป็นผู้รับผิดชอบงานด้านเศรษฐกิจ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย นำเศรษฐกิจไทยที่ตกอยู่ในหล่มมายาวนาน ขึ้นมาจากหล่มให้ได้  การทำงานด้านเศรษฐกิจ จะต้องทำงานแบบมืออาชีพ เป็นทีมเดียวกัน คือ ทีมประเทศไทยที่มีส่วนผสมหลักคือ อนุทิน เอกนิติ ศุภจี สีหศักดิ์

ทุกพรรคการเมืองที่ร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล จะเป็นทีมเดียวกัน มีเป้าหมายเดียวกัน คือทำให้พี่น้องประชาชน มีรายได้ดีขึ้น ทั้งผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม อุตสาหกรรม พาณิชยกรรม ท่องเที่ยว บริการ และอาชีพอิสระ

ทั้งหมดนี้จะอยู่ในนโยบายรัฐบาลที่จะแถลงต่อรัฐสภา ผมขอสัญญาว่าจะทำให้ทุกคะแนนที่ท่านมอบให้พรรคภูมิใจไทย มีคุณค่าสูงสุด และเป็นพลังที่จะพัฒนาประเทศไทยไปสู่ความเจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคง ยั่งยืน สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น กินดี อยู่ดี สุขภาพดี มีรายได้ มีความสุข ให้แก่พี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน

ผมถือว่า ทุกคะแนนที่พรรคภูมิใจไทยได้รับคือข้อสั่งการของผู้บังคับบัญชาที่ผมจะต้องปฏิบัติให้เกิดผลสำเร็จโดยเร็วครับ   ขอกราบขอบพระคุณและจะไม่ทำให้ทุกท่านผิดหวังอย่างแน่นอน

ด้านนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ผลการเลือกตั้งออกมา เราได้เสียงไม่มากพอ ซึ่งสิ่งนี้ไม่ใช่ความผิดของประชาชน การที่ประชาชนยังไม่เลือกเรามากพอคือสิ่งที่เราเคารพและต้องนำกลับมาเป็นการบ้าน เพื่อทบทวนว่านโยบายของเราตรงไหนที่ยังไม่ตอบโจทย์ และเราจะทำอย่างไรให้ดีขึ้นในอนาคต ในขณะเดียวกันการที่ประชาชนเลือกพรรคภูมิใจไทยมาเป็นอันดับ 1 และมีเสียงทิ้งห่างอันดับ 2 อย่างมีนัยสำคัญ คือการตัดสินใจที่เราต้องเคารพด้วย ในฐานะพรรคอันดับ 3 เราต้องพิจารณาอย่างรอบคอบว่าเราจะร่วมรัฐบาลหรือเป็นฝ่ายค้าน โดยตั้งคำถามกับตนเองว่าทางใดจะทำให้เราสามารถทำหน้าที่เพื่อประชาชนได้อย่างแท้จริง ซึ่งเมื่อพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว การร่วมรัฐบาลทำให้เรามีโอกาสทำงานเพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชนได้มากกว่าการเป็นฝ่ายค้าน

 “เสียงประชาชนไม่เทา การทำงานร่วมกับพรรคภูมิใจไทยก็คือการทำงานร่วมกับพรรคการเมืองที่เป็นตัวแทนของประชาชนอีกส่วนหนึ่ง และการร่วมรัฐบาลไม่ได้หมายความว่าเรากลายเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ไม่ได้หมายความว่าเรากลายเป็นส่วนหนึ่งของพรรคภูมิใจไทย  เรายังคงมีความเป็นอิสระ ในจุดยืน อุดมการณ์ และมีขอบเขตของการร่วมอย่างชัดเจน” นายจุลพันธ์ระบุ

ส่วนประเด็นเรื่อง ฮั้ว สว.และเขากระโดง เรายังคงเดินหน้าทำต่อ ภายใต้ความตระหนักว่าเราไม่ได้เป็นเสียงข้างมากของสภา และไม่ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล หากประชาชนต้องการให้เรามีอำนาจเต็มในการดำเนินการเรื่องนี้ พวกเขาคงมอบเสียงให้เราอย่างถล่มทลาย แต่เมื่อผลออกมาเช่นนี้ก็สะท้อนว่า เรื่องนี้อาจไม่ใช่สิ่งที่ประชาชนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก หลักการของประชาธิปไตยในระบบรัฐสภาเป็นเช่นนี้ และต้องเคารพความจริงนั้น

นายจุลพันธ์ระบุด้วยว่า หลักการสำคัญของพรรคเพื่อไทยคือ การเคารพการตัดสินใจของประชาชน และภายใต้ข้อจำกัดของเสียงที่เราได้รับ เราจะใช้ทุกเสียงนั้นให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนที่เลือกเราให้ได้มากที่สุด ท้ายที่สุดหากเราตัดสินใจผิดหรือทำหน้าที่ได้ไม่ดีพอ ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินเราอีกครั้งในการเลือกตั้งครั้งต่อไป และเราตระหนักดีว่าทุกการตัดสินใจของเรามีความรับผิดชอบต่อประชาชนเสมอ เพราะทุกการตัดสินใจของพรรคเพื่อไทยทำบนความรับผิดชอบที่เรามีต่อทุกเสียงของประชาชนที่เลือกเรามา

นายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ชี้แจงถึงการตัดสินใจของพรรคเพื่อไทยในการตอบรับเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยว่า การตัดสินใจดังกล่าว อาจมีทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ถือเป็นธรรมชาติของการเมืองในระบอบประชาธิปไตย แต่คำถามสำคัญไม่ใช่ว่าใครจับมือกับใคร คำถามคือ ประชาชนจะได้อะไรจากการตัดสินใจครั้งนี้ การเป็นฝ่ายค้านอาจพูดได้เต็มที่ แต่การเป็นรัฐบาล คือการลงมือทำจริง เราเลือกเส้นทางที่ทำให้นโยบายเกิดผลเป็นรูปธรรม เศรษฐกิจต้องเดินหน้า ปากท้องต้องดีขึ้น ปัญหายาเสพติด ความมั่นคง ความเหลื่อมล้ำ ต้องได้รับการแก้ไข การเมืองไม่ใช่เรื่องศักดิ์ศรีของพรรค แต่คือความรับผิดชอบต่อประเทศ เมื่อมีโอกาสเข้าไปทำงาน เราจะไม่ยืนดูอยู่ข้างสนาม

 “เราเคารพและรับฟังเหตุผลของทุกความเห็นต่าง โดยเฉพาะเสียงของผู้สนับสนุนที่แสดงความกังวลต่อการเข้าร่วมรัฐบาลครั้งนี้ ทุกความคิดเห็นมีคุณค่า และจะถูกนำไปเป็นข้อมูลสำคัญในการปรับยุทธศาสตร์และทิศทางการทำงานของพรรคต่อไป เพราะสำหรับพรรคเพื่อไทย อำนาจมีไว้ใช้เพื่อเปลี่ยนชีวิตประชาชนให้ดีขึ้น และเสียงของประชาชนคือเข็มทิศในการตัดสินใจของเรา” นายภูมิธรรมโพสต์.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘จุลพันธ์’ ย้ำแม้ร่วมรัฐบาลแต่มีอิสระ ลั่นเดินหน้าคดี 'ฮั้วสว. -เขากระโดง' ต่อ

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความ ระบุว่า  พรรคเพื่อไทยได้ทำงานอย่างเต็มกำลัง เพื่อนำเสนอนโยบายให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่ประชาชนมีโอกาส

‘กล้าธรรม’หนาว! ‘โฆษกภท.’เผยในทางการเมืองไม่มีการการันตีอะไรทั้งนั้น

เพื่อไทยชักแม่น้ำทั้ง 5 รองรับการเข้าร่วมรัฐบาลอนุทิน "ยศชนัน" ยอมรับไม่ใช่เรื่องง่าย กราบขออภัยจากใจ หลังมีทั้งคนเห็นด้วย-ไม่เห็นด้วย แต่ส่วนใหญ่บอกให้ร่วม