“อนุทิน” ยันต้องคุยทุกพรรคตามลำดับ “ไชยชนก” รีบปัดพ่อไม่เกี่ยว ลั่นไม่เคยเชิญใครมาร่วมรัฐบาล แต่เปิดช่องเจรจาทุกพรรค ย้ำยังไม่เคาะโควตากระทรวงจนกว่าผลเลือกตั้งชัดเจน ลูกพรรคสีน้ำเงินอึดอัดร่วมงานสีเขียว ผวา! นายกฯ หลุดเก้าอี้หากชงชื่อสังคมกังขาเป็นรัฐมนตรี “ธรรมนัส” เสียงอ่อยบอกไม่ยึดติดเก้าอี้ แต่โวไม่เคยสู่ขอใครมาก่อน พร้อมปัดรวบเสียงพรรคเล็กต่อรอง ให้รอลุ้นพฤหัสบดีดูทิศทางพรรค
เมื่อวันจันทร์ที่ 16 ก.พ. 2569 ยังคงมีความเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างคึกคัก โดยเฉพาะการจัดตั้งรัฐบาลซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ในระหว่างไปเป็นประธานในพิธีเปิดงานฉลองครบรอบ 141 ปี โรงเรียนอัสสัมชัญ ซึ่งนายอนุทินเป็นศิษย์เก่า ถึงกระแสข่าวว่าจะไม่ดึงพรรคกล้าธรรม (กธ.) ร่วมรัฐบาล ให้ไปเป็นฝ่ายค้าน ว่าไม่จริง
เมื่อถามว่า นายไผ่ ลิกค์ เลขาธิการพรรค กธ. คาดการณ์ว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯ และ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรค กธ.จะพูดคุยกับนายกฯ ในวันที่ 17 ก.พ.นี้ นายอนุทินกล่าวว่า ต้องคุยกับทุกพรรคอยู่แล้ว
ทั้งนี้ นายไผ่ระบุว่าได้โทรศัพท์ประสานกับนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลฯ ในฐานะเลขาธิการพรรค ภท.เรียบร้อยแล้ว โดยพรรค กธ.ไม่มีข้อต่อรองหรือเงื่อนไขใดๆ ทางการเมืองทั้งสิ้นตามที่เป็นข่าว เช่นเรื่องกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพราะพรรคยึดผลประโยชน์ประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ โดยคาดการณ์ว่าในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 17 ก.พ.นี้ ร.อ.ธรรมนัสจะได้พูดคุยกับนายอนุทินในเรื่องนี้
ขณะที่นายไชยชนกกล่าวเรื่องนี้ว่า เราได้แสดงเจตจำนงไปตั้งแต่ต้นว่าจะคุยกับทุกพรรคตามลำดับ แล้วแต่ว่าใครแสดงเจตจำนงว่าจะมาร่วมงานกับพรรค ภท. ซึ่งทุกอย่างยังเหมือนเดิม แต่ตอนนี้ยังไม่มีการประสานงานมาจากพรรค กธ.
ส่วนที่มีกระแสข่าวว่า นายเนวิน ชิดชอบ ครูใหญ่พรรค ภท.ไปพูดคุยนั้น นายไชยชนกกล่าวว่า นายเนวินเกี่ยวอะไร นายอนุทินได้ประกาศไปแล้วว่าจะพูดคุยกับทุกพรรค และต้องรอผลการเลือกตั้งจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งก็เป็นไปตามที่ได้แถลงว่าตอนนี้มีพรรคเพื่อไทยและพรรคเล็ก
เมื่อถามย้ำถึงกระแสข่าวดึงพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เข้ามาร่วมรัฐบาลแทนพรรค กธ. นายไชยชนกย้ำว่า สุดท้ายแล้วต้องรอผลการเลือกตั้ง และขึ้นอยู่กับแต่ละพรรคว่าจะแสดงเจตจำนง และตัดสินใจได้เร็วแค่ไหน ส่วนกระทรวงเกษตรฯ จำเป็นต้องอยู่กับพรรค ภท.หรือไม่นั้น ต้องดูข้อสรุปผลจาก กกต. ดูสมการและการพูดคุยกับทุกพรรค รวมถึงข้อเสนอแต่ละพรรคก่อน
“พรรคภูมิใจไทยต้องรอดูผู้บริหารที่เป็นมืออาชีพมากพอ สามารถร่วมงานกับใครก็ได้ และคิดว่าตราบใดพรรคที่มาร่วมรัฐบาล มีเจตนาทำเพื่อประเทศชาติก็ร่วมงานกันได้ เช่นเดียวกันกับกระทรวงด้านความมั่นคง เช่น กระทรวงการต่างประเทศ หรือกระทรวงกลาโหม ซึ่งไม่ว่าจับมือกับใครก็ไม่อยากให้ประชาชนวิตกกังวลเรื่องความมั่นคง เพราะในช่วงที่ผ่านมาพรรคภูมิใจไทยที่มี 70 เสียง เราสามารถต่อสู้ยืนหยัด และปกป้องด้านความมั่นคงอธิปไตย และปัญหาอื่นที่รุมเร้าประเทศได้ แต่วันนี้เราเป็นพรรคที่มีเกือบ 200 เสียง จุดยืนเรายังเหมือนเดิม ไม่ว่าจะจับมือกับใครก็ยืนหยัดที่จะทำเพื่อประเทศชาติเหมือนเดิม”
นายไชยชนกย้ำว่า พรรคไม่ได้เชิญใครมาร่วมรัฐบาล แต่ได้ประกาศไปว่าพร้อมพูดคุยกับทุกพรรคที่มีเจตนาจะเข้าร่วมรัฐบาล ซึ่งขณะนี้ก็มีพรรคตามที่ได้แถลงไปเป็นผู้ติดต่อมา ส่วนพรรคเพื่อไทยนั้นก็เป็นการประสานงานมา ส่วนกระแสข่าวแบ่งเก้าอี้รัฐมนตรีให้พรรค พท.แล้วนั้น ยังไม่มีการแบ่งกระทรวงจนกว่าจะยืนยันผลการเลือกตั้ง
เมื่อถามต่อว่า แสดงว่าพรรค ภท.จะยังคุยกับพรรค กธ.จนกว่าพรรค กธ.จะติดต่อมาเองใช่หรือไม่ นายไชยชนกย้ำว่า เป็นเช่นเดียวกันกับทุกพรรค
สำหรับความเคลื่อนไหวในการจัดตั้งรัฐบาลอนุทิน 2 ล่าสุด ภท.ได้รวบรวมและประกาศอย่างเป็นทางการแล้ว 276 เสียง ประกอบด้วย พรรค ภท. 193 เสียง, พท. 74 เสียง, พรรคเศรษฐกิจ 3 เสียง, พรรคเล็ก 6 พรรค พรรคละ 1 เสียง คือ พรรคใหม่, พรรครวมใจไทย, พรรคประชาธิปไตยใหม่, พรรคไทยทรัพย์ทวี, พรรครวมพลังประชาชน และพรรคมิติใหม่ ส่วนพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) 5 เสียง แม้ว่า น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รักษาการหัวหน้าพรรคให้สัมภาษณ์หนุนนายอนุทิน อยู่ระหว่างเจรจาตำแหน่งเก้าอี้รัฐมนตรี ซึ่ง พปชร.ขออยู่กระทรวงเดิมคือ กระทรวงแรงงาน ซึ่งยังไม่ได้ข้อยุติ
ยังไม่เคาะโควตากระทรวง
รายงานข่าวแจ้งว่า สัปดาห์นี้ ภท.จะทาบทามพรรคที่ได้เสียงลำดับ 3 คือ พรรค กธ. 58 เสียง โดยจะขอกระทรวงเกษตรฯ กลับมา เพื่อให้มาทำเรื่องสินค้าเกษตรควบคู่กับกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งต้องดูการเจรจาระหว่างนายเนวินและ ร.อ.ธรรมนัสว่าจะออกมาในรูปแบบใด เพราะหากไม่ยินยอมตามข้อเสนอก็จะเจรจากับพรรค ปชป.ที่มี สส. 22 เสียง ซึ่งเป็นพรรคลำดับ 4
ทั้งนี้ ที่พรรค ภท. นายไชยชนกได้ร่วมแถลงข่าว โดยพรรคเพื่อชาติไทย ซึ่งมีว่าที่ สส. จำนวน 2 คน คือ นายพงษ์ฐวัฒน์ เตชะเดชเรืองกุล หัวหน้าพรรคและว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ และนายอชินาธิรัตน์ ฉัตรทวีวรชัย ว่าที่ สส.บัญชีราย รวมถึงนายปรีชา ไข่แก้ว ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคมิติใหม่ มีความประสงค์สนับสนุนนายอนุทินจัดตั้งรัฐบาล
รายงานข่าวยังแจ้งถึงการหารือกับนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ พรรค พท.เมื่อวันที่ 13 ก.พ.ว่า เป็นเพียงการแสดงความยินดีต่อพรรค ภท. และแสดงท่าทีพร้อมสนับสนุนนายอนุทินเป็นนายกฯ เท่านั้น ยังไม่มีการพูดคุยเรื่องการแบ่งกระทรวงที่มีกระแสข่าวว่าได้ 5 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.), กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.), กระทรวงแรงงาน (รง.), กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เนื่องจากต้องรอหารือกับพรรคการเมืองตามลำดับ และเมื่อทราบความต้องการของแต่ละพรรคแล้ว จะต้องนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการบริหารพรรค ภท.ต่อไป แต่ในวันดังกล่าว แกนนำพรรค ภท.ได้แจ้งกับแกนนำ พท.ว่าพรรค ภท.จะกำกับกระทรวงด้านความมั่นคง รวมถึงกระทรวงด้านเศรษฐกิจทั้งระบบ เพื่อให้การทำงานเป็นเอกภาพตามนโยบายที่ประกาศต่อประชาชน
มีรายงานแจ้งว่า ในการประชุมว่าที่ สส.พรรค ภท. 193 คน เมื่อวันที่ 12 ก.พ. นายอนุทินได้แจ้งสถานการณ์ว่า จะทยอยเชิญพรรคการเมืองต่างๆ ที่ได้คะแนนตามลำดับจากมากไปน้อย โดยจะเชิญพรรค พท., กธ.และ ปชป.แต่จะไม่เชิญพรรคประชาชน (ปชน.) เนื่องจากแสดงเจตนาต้องการทำหน้าที่ฝ่ายค้าน ซึ่งในที่ประชุมมีว่าที่ สส.หลายคนแสดงความอึดอัดใจกับการร่วมรัฐบาลกับพรรค กธ. เพราะเกรงว่าจะมีผู้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ถอดถอนนายกฯ หากมีการทูลเกล้าฯ ถวายคำแนะนำแต่งตั้งบุคคล หรือแกนนำของพรรค กธ.ที่มีประวัติเป็นที่เคลือบแคลงทั้งข้อกฎหมาย รวมถึงพฤติกรรมต่างๆ ที่สังคมยังคงกังขา
รายงานแจ้งด้วยว่า ตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งจะเป็นด่านแรกหลังเปิดประชุมสภานัดแรก กรณีมีชื่อ นายโสภณ ซารัมย์ ว่าที่ สส.บุรีรัมย์หลายสมัย ยังไม่มีข้อยุติ แม้นายโสภณเป็นตัวเลือกหนึ่งที่เหมาะสม แต่ภายในพรรคยังมี สส.คนอื่นที่มีความสามารถ ทั้ง สส.หลายคนที่มีประสบการณ์ รวมถึง สส.ที่เป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่ทำหน้าที่ในสภามาหลายสมัย ยังเป็นตัวเลือกที่มีความเหมาะสม รวมทั้งตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 ก็จะเป็นโควตาพรรคด้วย โดยกรรมการบริหารพรรคจะเป็นผู้พิจารณาและชี้ขาดต่อไป
ลั่นไม่เคยไปสู่ขอใคร
ด้าน ร.อ.ธรรมนัสให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการจับมือร่วมรัฐบาลว่า ยังไม่ได้คุยกับใครเลย ยังไม่มีการต่อรอง เพราะโดยหลักแล้วการจัดตั้งรัฐบาลต้องดูความชัดเจนก่อนว่า กกต.รับรองคะแนนการเลือกตั้งหรือไม่ และรับรองถึง 95% ก่อนถึงคุยกัน การที่เห็นปรากฏการณ์เกิดขึ้นก็เป็นตามที่นายไชยชนกได้แถลงไป
ถามว่า พรรค พท.และพรรคเล็กได้ออกตัวร่วมรัฐบาลไปก่อนแล้ว ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ตามที่นายไชยชนกให้สัมภาษณ์ว่าไปแสดงความยินดี และสนับสนุนนายอนุทินเป็นนายกฯ เหลือเพียงพรรค กธ.ยังไม่ได้ไป
เมื่อถามถึงจุดยืนของพรรค กธ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.อ.ธรรมนัสได้ก้มหน้ามองเท้าที่ยืนอยู่หน้าบันไดกระทรวงเกษตรฯ ก่อนกล่าวว่า จุดยืนก็ยืนอยู่ที่นี่ ที่ตั้ง ทุกครั้งจะสังเกตเห็น ไม่เคยไปออกหน้าหรือสู่ขอใคร ส่วนใหญ่จะให้หัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคเป็นคนทําทุกครั้ง
เมื่อถามว่า พรรค กธ.จะติดต่อไปหรือรอให้พรรค ภท.ติดต่อมา ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ได้คุยกับหัวหน้าพรรค กธ.แล้ว ต้องรอดูความชัดเจนผลการเลือกตั้งเป็นอย่างไร การที่ออกหน้าออกตัวก่อนก็ดูกระไรอยู่ โดยมารยาทแล้วต้องอยู่นิ่งๆ ให้พรรค ภท.พรรคแกนนำดำเนินการก่อน อันนี้เป็นมารยาททางการเมือง แต่พรรคอื่นนั้นไม่ทราบ แต่พรรคส่วนใหญ่ที่ไปพรรค ภท.เป็นการมอบตัวเองหรือไปแสดงความยินดีมากกว่า
ถามถึงกระแสข่าวที่บอกว่าพรรค ภท.ไม่รับพรรค กธ.เข้าร่วมรัฐบาล ร.อ.ธรรมนัสย้อนว่า ได้ยินมาจากใคร เพราะได้ยินมาจากสื่อที่พูดกันเอง
เมื่อถามถึงกรณีบุคคลในพรรค ภท.อึดอัดหากร่วมรัฐบาลกับกล้าธรรม ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า “ผมจะเปรียบเทียบให้ดู เราอย่าไปโจมตีหรือพูดประเด็นพรรคโน้นพรรคนี้ อย่างบ้านเก่าของผมเองก็จะมีตัวเสี้ยมเยอะ ซึ่งจะมีตัวเสี้ยมเยอะ คนนั้นไปพูดอย่างนี้ แล้วคนกลุ่มนี้ไปอยู่ที่นั่นหมด อันนี้ผมไม่ทราบ”
ผู้สื่อข่าวถามว่า จุดยืนของพรรค กธ.ยังคงยึดกับกระทรวงเกษตรฯ อยู่อีกหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ขอพูดตรงนี้และฟังให้ชัด การเป็นนักการเมือง คุณจะไปยึดกระทรวงนั้นกระทรวงนี้มันไม่ใช่ การจัดสรรหรือเจรจาอยู่ที่แกนนำพรรค ไม่ใช่ว่าจะอยู่ที่นี่ตลอดเวลา เป็นการผิดมารยาทมากนะ ย้ำว่าการพูดจาเป็นสิ่งสําคัญจึงเลือกที่จะไม่พูด ฟังแต่สื่อนําเสนอข่าวมา 2-3 วัน การวิตกกับเหตุการณ์ที่ยังไม่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่น่ากลัวที่สุด
เมื่อถามถึงกรณีที่ ภท.ต้องการกระทรวงเกษตรฯ เพื่อให้นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ เป็นผู้บริหารร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ ร.อ.ธรรมนัสย้อนว่า มีแต่สื่อนำเสนอเองทั้งนั้น และพูดถึงสื่อบางสํานักที่ขึ้นอยู่กับพรรคนั้นพรรคนี้ เสนอข่าวให้คนทะเลาะกัน ขอร้องอย่าทำ อะไรถ้าไม่ได้ออกจาก 3 ปาก ตนเอง หัวหน้าพรรค กธ.และเลขาธิการพรรค ไม่ใช่แน่นอน
ไม่มีรวมเสียงพรรคเล็ก
“กล้าธรรมไม่ไปเดินเกมรวบเสียงพรรคเล็กเพื่อไปต่อรองกับพรรคภูมิใจไทย เพราะการตั้งรัฐบาลชุดที่แล้วเราก็อยู่ด้วยกัน ผมจะทำไปเพื่ออะไร แม้จะมีพรรคการเมืองหลายพรรคโทร.มาหา ว่าหาก ร.อ.ธรรมนัสจะไปทางไหนก็จะไปด้วยก็แค่นั้นเอง มารยาททางการเมืองต้องฟังพรรคแกนนําก่อน อย่าไปแสดงตัวว่าอยากจะเป็นหรือไม่อยากเป็น หรือต่อต้าน ไม่ใช่สไตล์ผม ซึ่งสไตล์ผมคือไม่เคยคิดจะทำใครก่อน เราก็ยังไม่มีข้อบาดหมางใจกัน ส่วนการเลือกตั้งที่ผ่านมามองเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่เช่นนั้นก็เป็นการฮั้วเลือกตั้ง สส.เป็นมนุษย์พันธุ์พิเศษ เมื่อลงสนามไม่ฟังใครทั้งนั้น แม้แต่แกนนำพรรค”
เมื่อถามถึงกรณีที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ว่าไม่ขัดหากพรรคกล้าธรรมจะมาเป็นฝ่ายค้าน มาทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล ซึ่งการทํางานไม่จําเป็นต้องไปทิศทางเดียวกัน ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า รอให้ กกต.รับรอง อย่าพูดไปไกลกว่านั้น รอให้ กกต.รับรองก่อน วันนี้การเลือกตั้งยังไม่รู้เลยว่าจะเป็นอย่างไร วันนี้มีคนไปร้องจํานวนมาก พรรคกล้าธรรมเป็นอะไรก็ได้ ขอให้ได้ทําหน้าที่ให้ดีที่สุด แต่หากได้นั่งที่เดิมก็จะทำตามนโยบายที่หาเสียงกับประชาชนต่อได้ แต่ถ้าพรรคหลักอยากจะเอาไปทำ เราไม่มีปัญหาอะไร ขอให้ทำนโยบายที่เป็นประโยชน์กับประชาชน เชื่อว่าไม่ว่าจะพรรคไหน ใครนั่งตรงนี้ หากนโยบายที่ตนทำมา ถ้าไม่เอามาทำก็อยู่ลำบาก ย้ำว่าไม่มีข้อเสนออะไรให้พรรคภูมิใจไทย
ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า ได้พูดคุยกับนายเนวินแล้วหรือยัง ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับนายเนวิน อย่าพยายามดึงท่านลงมา พรรค กธ.จะตัดสินใจทําอะไรก็เป็นอํานาจของหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรค ส่วนตนจะไปคุยหลังไมค์ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ส่วนทิศทางของพรรคจะเป็นอย่างไรให้รอผลประชุม สส.ในวันพฤหัสบดีนี้
เมื่อถามว่า เลือกตั้งที่ผ่านมามีการกินแหนงแคลงใจกับ ภท.หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคเพื่อไทยน่าจะแรงกว่า โดยพรุ่งนี้ถ้ามีโอกาสจะทานข้าวเที่ยงกับนายอนุทิน ไม่มีต้องหนี ไม่มีโกรธกัน ขอสื่ออย่ามโนไปเอง
ต่อมาเวลา 16.19 น. นายเอกราช ช่างเหลา รองหัวหน้าพรรค กธ.ให้สัมภาษณ์สื่อ โดยเมื่อถามว่าอยากให้พรรคเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล นายเอกราชตอบว่า ต้องเป็นรัฐบาล เพราะความเห็นของสมาชิกในพรรคก็อยากให้เป็นพรรคร่วมรัฐบาล
ขณะที่นายณัฐพงษ์กล่าวถึงการร่วมมือกับพรรค กธ.หากเป็นฝ่ายค้านว่า ไม่น่าจะติดขัดอะไร ที่ผ่านมาในอดีตพรรคฝ่ายค้านก็ไม่จำเป็นที่ต้องทำงานร่วมกันอย่างมีเอกภาพ เพราะมีกลไกสภาอย่างวิปฝ่ายค้านอยู่แล้ว การที่พรรคใดๆ ไม่ว่าจะเป็นพรรค กธ.หรือพรรคอื่นๆ ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องแสดงจุดยืนที่เหมือนหรือต่างกับพรรคประชาชนอย่างไร แต่ขอให้ทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลอย่างเข้มแข็งเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ชงคงสิทธิญาติ วีรบุรุษชายแดน รักษาพยาบาล
"กองทัพเรือ" แจงข่าว "กัมพูชา" จับเรือประมงไทย "ก.โชคบูรพา"
เตือน‘พรรคส้ม’ส่อโดนยุบอีก หมกเม็ดSpectreC-LaserID
"เท้ง" แจงเก็บข้อมูลเลเซอร์โค้ดหลังบัตรปชช.เพื่อใช้ยืนยันกับกรมการปกครอง
‘เอกนิติ’ปลื้มจีดีพีขยายตัว เข็นลงทุนดันปี69ทะลุ3%
ข่าวดี! "สภาพัฒน์" เผย GDP ปี 2568 ขยายตัว 2.4% คาดการณ์ปี 2569 โต 1.5-2.5%
ผู้ตรวจสั่งกกต.แจง‘บาร์โค้ด’
กระสุนตก "กกต." ภาคประชาชนบุกทวงความรับผิดชอบเลือกตั้ง ฟาดผลาญงบฯ 8 พันล้าน
นายกฯอนุทิน เปิดงานฉลองครบ 141 ปี โรงเรียนอัสสัมชัญ ย้ำไม่ลืมรากฐานชีวิต
นายกฯ เปิดงานฉลองครบรอบ 141 ปี โรงเรียนอัสสัมชัญ ย้ำไม่ลืมรากฐานชีวิต ชื่นชมสถาบันบ่มเพาะ “สุภาพบุรุษอัสสัมชัญ” สร้างคุณูปการแก่ประเทศ
เขมรซุกระเบิดสังหารใหม่
เจออีก! ไทยพบหลักฐานชัด “กัมพูชา” ลอบวางทุ่นระเบิดสังหารบุคคลในแผ่นดินไทย

