ขยี้กกต.บัตรใหม่ผิดระเบียบ

“จุลพันธ์” จี้ กกต.ตอบสังคมปมเปลี่ยนแปลงบัตรเลือกตั้ง “สมชัย” ชี้ชัดบัตรใหม่ผิดระเบียบแน่ แนะช่องประชาชนฟ้องมาตรา 157 ได้ “พรรคส้ม” จับตาลุ้นผลคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญตัดสินว่าต้องเลือกตั้งใหม่หรือไม่ ส่วนความผิดอาญาขึ้นกับกระบวนยุติธรรม “ทวี” ซัด 3 วิกฤตศรัทธาเลือกตั้ง “บาร์โค้ด-บัตรเขย่ง-ส่วนต่าง” บี้เคลียร์ก่อนถูกประณามเป็นการเลือกตั้งที่โกงที่สุดในไทย

เมื่อวันจันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 ยังคงมีการแสดงความคิดเห็นถึงบัตรลงคะแนนในการเลือกตั้ง 3 หน่วยเลือกตั้งใน 3 จังหวัดเมื่อวันอาทิตย์ที่ 22 ก.พ. 2569 ที่แตกต่างจากบัตรลงคะแนนเมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ. 2569 โดยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ว่า เป็นสิ่งที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องให้คำตอบกับสังคม ซึ่งการเปลี่ยนลักษณะบัตรเลือกตั้งยิ่งทำให้เกิดข้อสงสัย ว่าการดำเนินการครั้งก่อนหน้ามีความถูกต้องชอบธรรมเป็นไปตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งจุดนี้ไม่ใช่หน้าที่ของพรรคเพื่อไทยที่จะไปชี้ชัด เพราะพรรคไม่มีอำนาจที่จะไปชี้ว่าการดำเนินการถูกต้องหรือไม่อย่างไร

 “พรรคได้ส่งข้อสงสัยไปยัง กกต.ผ่านช่องทางที่เป็นทางการ และการสื่อสารผ่านสื่อมวลชน ย้ำว่าเป็นหน้าที่ของ กกต.ที่จะไปทำให้เกิดความบริสุทธิ์ยุติธรรมและถูกต้องที่สุด รวมถึงเป็นไปตามกรอบของกฎหมาย เพราะประชาชนใช้เวลาออกไปเลือกตั้ง ถือเป็นการเสียสละเวลาของประชาชน เราอยากเห็นประเทศเดินหน้าได้ โดยไม่มีชะงักหรือข้อท้วงติงใดๆ ฉะนั้น กกต.ต้องให้คำตอบต่อสังคมที่ชัดเจน” นายจุลพันธ์กล่าว

เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้พรรค พท.เคยติดตามเรื่องบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 22 ก.พ.เห็นชัดเจนว่ามีการเปลี่ยนรูปแบบบัตรเลือกตั้ง จะยื่นเรื่องไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือไม่ นายจุลพันธ์กล่าวว่า ยังไม่ได้มีข้อสรุป ต้องหารือกับฝ่ายกฎหมายก่อน

ขณะที่นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สว.อิสระ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค ที่เข้าสังเกตการณ์การลงคะแนนเลือกตั้งใหม่ในหน่วยเลือกตั้งที่ 9 เขตเลือกตั้งที่ 15 แขวงคันนายาว กทม. เมื่อวันที่ 22 ก.พ. ซึ่งพบว่าต้นขั้วบัตรเลือกตั้งไม่มีการกำหนดหมายเลข ต่างจากบัตรเลือกตั้งที่ใช้เมื่อวันที่ 8 ก.พ. กล่าวว่า สะท้อนให้เห็นว่า กกต.รู้สึกถึงความผิดปกติจึงไม่ใช้บัตรที่รันหมายเลข ที่มีประเด็นถูกตรวจสอบได้ว่าการออกเสียงไม่เป็นความลับ โดยยังรอคำชี้แจงอย่างชัดเจนจาก กกต.ในเหตุผลที่ต้องเปลี่ยนแปลง จากนั้นจะรวบรวมข้อมูลจากภาคส่วนต่างๆ และนำเข้า กมธ.ฯ เพื่อพิจารณาศึกษาต่อไป

 “ปัญหาของคิวอาร์โค้ดหรือบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ที่ทำให้การออกเสียงเป็นความลับหรือไม่ เป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาอีกครั้ง ทั้งนี้ผมมองว่ามีความสุ่มเสี่ยงที่จะขัดรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจนหากตรวจสอบย้อนหลังได้ ส่วนจะนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่หรือไม่ต้องพิจารณาตามหลักการว่า หากการเลือกตั้งไม่เป็นไปในทางลับจะมีน้ำหนักเพียงพอหรือไม่ หากเจตนารมณ์ของประชาชนไม่เปลี่ยนแปลง แต่หากพบข้อสังเกตเรื่องบัตรเขย่งหรือความผิดพลาดที่ส่งผลให้เจตนารมณ์ประชาชนเปลี่ยนไป ก็อาจนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่ได้” นายนรเศรษฐ์ระบุ

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “บัตรเลือกตั้งที่ไม่มีหมายเลขบัตรที่ต้นขั้ว เป็นบัตรที่ผิดระเบียบของ กกต.” ระบุว่า ในระเบียบของ กกต.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. ได้แสดงตัวอย่างบัตรเลือกตั้ง สส.ต้องมีหมายเลขบัตรที่ต้นขั้ว เพื่อประโยชน์ในการตรวจนับจำนวนบัตรเลือกตั้งในแต่ละเล่ม ที่ต้องตรงกับจำนวนและหมายเลขที่ระบุในปกของแต่ละเล่ม การไม่มีหมายเลขบัตรแต่ละใบเป็นการเปิดช่องให้เกิดการทุจริต เช่นอาจพิมพ์เกินจำนวน 20 ใบต่อเล่ม หรืออาจแจกจ่ายบัตรให้ผู้มีสิทธิ์แนบไปพร้อมกันครั้งละมากกว่า 1 ใบ ซึ่งเป็นสาเหตุของบัตรเขย่ง ดังนั้นหาก กกต.พิมพ์บัตรที่ไม่มีหมายเลขบัตรที่ต้นขั้วเท่ากับ กกต.ทำผิดกฎหมาย ฝ่าฝืนระเบียบที่วางไว้ สามารถฟ้องเอาผิด กกต.ทั้งคณะได้ และหาก กกต. อ้างว่าพิมพ์หมายเลขบัตรที่ต้นขั้ว แต่ซุกซ่อนไว้ด้วยวิธีพิเศษ เช่นใช้หมึกที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า หรือพิมพ์ในตำแหน่งด้านหลังต้นขั้ว ตอนนี้หลักฐานทั้งหมดอยู่ในหีบบัตรที่ปิดผนึกแล้ว ประชาชนสามารถขอตรวจสอบได้โดยใช้คำสั่งศาลหลังจากการฟ้อง 157 กรณี กกต.ส่อทำผิดระเบียบของตนเอง

ชี้ กกต.แทงกั๊ก

นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “ทำไม กกต.พิมพ์บัตรเลือกตั้งใหม่” ระบุว่า การเลือกตั้งเมื่อวันอาทิตย์ที่ 22 ก.พ. 2569 กกต.ได้พิมพ์บัตรใหม่ ที่ต้นขั้วไม่มีรันนิงนัมเบอร์ หรือไม่มีเลขลำดับบัตร หรือเล่มของบัตร แต่ยังคงมีบาร์โค้ดอยู่ แสดงให้เห็นว่า กกต.ตัดสินแบบครึ่งทาง คือไม่มีตัวเลขในต้นขั้ว แต่ยังคงมีบาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้ง ถือว่าเป็นการพบกันครึ่งทาง ซึ่งการแก้ปัญหาลักษณะเช่นนี้เข้าใจได้ว่าสร้างความลำบากใจให้กับ กกต.เป็นอย่างยิ่ง เพราะไม่รู้ว่าจะเดินไปทางไหนดี ข้างซ้ายก็เหว ข้างขวาก็เหว การตัดสินใจใช้บัตรใหม่ทั้งหมดก็เป็นปัญหาทางข้อกฎหมาย จะใช้บัตรเดิมทั้งหมดก็เป็นประเด็นทางข้อกฎหมายเช่นเดียวกัน

 “ยักตื้นติดกึก ยักลึกติดกัก คือไม่รู้จะไปทางไหนดี เจอทางตันไปทุกด้าน และการที่ กกต.กำหนดให้มีการพิมพ์บัตรเลือกตั้งใหม่เช่นนี้ ก็น่าจะเป็นประเด็นที่นำมาถกเถียงและวิพากษ์วิจารณ์กัน และจะนำไปสู่การพิสูจน์ว่า บัตรเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2569 ที่มีทั้งคิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้ง ทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับขัดรัฐธรรมนูญ การเลือกตั้งที่ผ่านมาจะเป็นโมฆะหรือไม่” นายเทพไทระบุ

ขณะที่นายธีระ สุธีวรางกูร ทีมเฉพาะกิจตรวจสอบการนับคะแนนเลือกตั้ง และทีมกฎหมายพรรคประชาชน  (ปชน.) กล่าวถึงการตรวจสอบเรื่องบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งว่า มีการส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบ ซึ่งต้องรอดูเพราะอยู่ในขั้นตอนดำเนินการ ซึ่งพรรค ปชน.ยืนยันว่าบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดและตรวจสอบย้อนกลับไปได้ น่าจะเป็นประเด็นว่าการเลือกตั้งอาจไม่เป็นไปโดยลับ และหากเป็นเช่นนั้นจริงจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญและคำวินิจฉัยของศาลปกครองเมื่อปี 2549 ถือว่าเป็นการเลือกตั้งที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ และทำการเพิกถอนการเลือกตั้ง 

“ต้องดูว่าศาลจะวินิจฉัยว่าจะเพิกถอนการเลือกตั้งทั้งหมดหรือไม่ ถ้ามีการเพิกถอนการเลือกตั้งทั้งหมดและให้จัดเลือกตั้งใหม่ พรรคประชาชนก็มีความพร้อมที่จะส่งผู้สมัครเข้าสู่สนามการเลือกตั้งใหม่อีกครั้ง”

เมื่อถามว่า หากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญออกมาหลังจากที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรองผลการเลือกตั้งแล้วจะขัดข้อกฎหมายหรือไม่ นายธีระกล่าวว่า  หากศาลวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและเพิกถอนการเลือกตั้ง และให้จัดการเลือกตั้งใหม่ กกต.ก็ต้องอาศัยอำนาจตามกฎหมายที่มีจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ โดยไม่จำเป็นต้องไปตรากฤษฎีกาใหม่ ส่วน กกต.ต้องรับผิดชอบทางกฎหมายหรือไม่ เรื่องก็จะไปที่ศาลยุติธรรมตัดสินอย่างไร เราตอบไม่ได้ว่าการจัดการเลือกตั้งอาจเกิดปัญหาเพราะความตั้งใจ หรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง  ต้องว่ากันไปตามข้อเท็จจริง

ถ้าเรามีความเห็นว่า หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการจัดการเลือกตั้งไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญแล้ว กกต.จะต้องรับผิดทางอาญาเสมอไป มันไม่ได้เป็นแบบนั้นเสมอไป เพราะ 2 ศาลนี้พิสูจน์ข้อเท็จจริงไม่เหมือนกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคดีอาญาจะต้องแสดงเจตนาทำให้เกิดความเสียหายหรือทุจริตต่อการเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นยังตอบไม่ได้ว่า กกต.จะต้องรับผิดหรือไม่ แล้วแต่ศาลยุติธรรมที่จะวินิจฉัยข้อเท็จจริงเรื่องนี้อย่างไร

 “ความรับผิดในชั้นของ กกต.เองและเลขาธิการ กกต.  และในชั้นของเจ้าหน้าที่ที่ดูแลการเลือกตั้ง แต่ละหน่วยก็ต้องว่าไปตามข้อเท็จจริงในแต่ละกรณีไป ซึ่งศาลจะตัดสินใจอย่างไรก็เป็นดุลพินิจของศาล เราทำหน้าที่ของเราตรวจสอบการทำหน้าที่ของ กกต.ในการจัดการเลือกตั้ง” นายธีระกล่าว

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ (ปช.) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ. เว็บไซต์สำนักงาน กกต.ได้เปิดข้อมูลการเลือกตั้ง ซึ่งต่อมามีนักวิชาการชื่อดังวิเคราะห์เชิงสถิติ พบว่ามีบัตรเขย่งและบัตรขย่มรวมกันสูงถึง 324,000 ใบ และถัดมาอีก 2 วัน กกต.กลับปิดเว็บดังกล่าว ซึ่งตัวเลขบัตรเขย่ง-บัตรขย่มระดับหลักหลายแสนใบนี้ กกต.ไม่สามารถอธิบายปัดตกไปได้ง่ายๆ เพียงแค่ใช้คำว่า Human Error แต่นี่คือ เหตุอันควรสงสัยหรือความปรากฏตามกฎหมาย ที่เรียกร้องให้ กกต.ต้องทำงานเชิงรุก ไม่ใช่ตั้งรับรอคนมาร้องเรียน กกต.มีอำนาจเต็มพิกัดในการสืบสวน ไต่สวน สั่งระงับ หรือแม้แต่สั่งเลือกตั้งใหม่ได้ทันที เพื่อคุ้มครองความบริสุทธิ์ของคะแนนเสียง

'ทวี' จี้ตอบ 3 วิกฤต

พ.ต.อ.ทวีระบุว่า วันนี้สังคมไม่ได้ต้องการคำแก้ตัว  แต่ต้องการคำตอบใน 3 วิกฤตศรัทธา คือ 1.วิกฤตความลับของคูหาเลือกตั้ง ในการพิมพ์คิวอาร์โค้ดในบัตรสีเขียว (แบ่งเขต) และบาร์โค้ดในบัตรสีชมพู (บัญชีรายชื่อ) ทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ 2.วิกฤตบัตรเขย่ง บัตรผีที่มากกว่าคน และ 3.วิกฤตส่วนต่างผิดธรรมชาติของบัตรสองสี ผู้มีสิทธิ 1 คน รับบัตร 2 ใบ กากบาท 2 ครั้ง และหย่อนลงหีบพร้อมกัน แต่เมื่อนับคะแนนเสร็จสิ้น กลับพบส่วนต่างของจำนวนบัตรทั้งสองประเภทอย่างมหาศาล

 “หนทางเดียวที่จะกู้วิกฤตศรัทธาคืนมาได้ คือการเปิดกล่องดำของกระบวนการจัดการเลือกตั้ง โดย กกต. ต้องกล้าดำเนินการตั้งคณะทำงานร่วมตรวจสอบ โดยมีตัวแทนภาคประชาชน ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบคอมพิวเตอร์ และนิติวิทยาศาสตร์เข้าร่วม ตรวจสอบต้นขั้วบัตร เทียบลายเซ็นหรือรอยนิ้วมือกับบัตรที่ใช้จริง และตรวจสอบบัญชีรายชื่อผู้มาใช้สิทธิ เพื่อป้องกันการสวมสิทธิ เปิดเผยขั้นตอนทั้งหมดเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงได้ เพราะนี่คือข้อมูลสาธารณะ นี่ไม่ใช่การกล่าวหา แต่คือการใช้สิทธิตามกฎหมายเพื่อปกป้องอำนาจอธิปไตยของประชาชน”

พ.ต.อ.ทวีกล่าวย้ำว่า หากทุกอย่างทำด้วยความสุจริต  การเปิดเผยความจริงคือหนทางเดียวที่จะกู้ศรัทธาของสังคม แต่หากเลือกที่จะนิ่งเฉย ปล่อยให้ความคลุมเครือกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ ความเสียหายจะไม่หยุดอยู่แค่การเลือกตั้งครั้งนี้ แต่จะบั่นทอนความเชื่อมั่นต่อระบอบประชาธิปไตยทั้งระบบ หนึ่งสิทธิหนึ่งเสียงของประชาชนคืออำนาจสูงสุดของประเทศ และไม่มีองค์กรใดอยู่เหนือการตรวจสอบ ขอเรียกร้องให้ กกต.ใช้กลไกทางกฎหมายอย่างเต็มที่ เปิดเผยความจริงให้ปรากฏต่อสาธารณะเพื่อให้การเลือกตั้งปี 2569 ถูกจดจำในฐานะจุดเปลี่ยนของความโปร่งใส ไม่ใช่สัญลักษณ์ของความเงียบงันและการเลือกตั้งที่โกงมากที่สุดนับตั้งแต่มีขึ้นในประเทศไทย

กกต.บี้สอบบัตรในบ่อขยะ

วันเดียวกัน ที่สำนักงาน กกต.มีรายงานว่า สำนักงาน กกต.กำลังเร่งสอบสวนข้อเท็จจริง กรณีพบเอกสารเกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้ง สส.สมุทรปราการ เขตเลือกตั้งที่ 6 และเอกสารเกี่ยวกับการออกเสียงประชามติ อยู่ในบ่อขยะที่ อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ หลังจากก่อนหน้านี้  กกต.มอบหมายให้นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต.และทีมสอบสวนลงพื้นที่สอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าว เมื่อวันที่ 14 ก.พ. พบว่าเอกสารดังกล่าวนั้นเป็นเอกสาร ที่ใช้ ณ หน่วยเลือกตั้ง ซึ่งข้อมูลเอกสารตามข่าว เจ้าหน้าที่ได้ใช้ในการเลือกตั้งจนเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว และรายงานผลการนับคะแนนไปเรียบร้อยแล้ว จึงไม่มีผลกระทบต่อคะแนนการเลือกตั้งหรือความสุจริตเที่ยงธรรม อีกทั้ง  กรณีเอกสารที่ปรากฏตามข่าวนั้นอยู่ในระหว่างขั้นตอนการจัดเก็บ โดยคณะกรรมการเขตการเลือกตั้งที่ 6 ในสถานที่ที่กำหนดไว้  

รายงานข่าวระบุอีกว่า ขณะนี้สำนักงาน กกต.กำลังดำเนินการสอบสวนว่า เอกสารไปปรากฏ ณ ที่เกิดเหตุได้อย่างไรนั้น และมีบุคคลใดทำให้เกิดการกระทำการดังกล่าว เนื่องจากการสอบสวนบุคคลที่เกี่ยวข้องเบื้องต้น ผู้ที่เกี่ยวข้องต่างให้การปฏิเสธว่าไม่มีส่วนรู้เห็น ทำให้ต้องมีการขยายผลการสอบสวนเป็นรายบุคคลเพิ่มเติม ว่ามีใครนำเอกสารออกจากสถานที่จัดเก็บไปทิ้งที่กองขยะ เพื่อที่ สำนักงาน กกต.จะดำเนินการตามกฎหมายกับบุคคลดังกล่าวต่อไป.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กกต. เร่งหาตัวผู้ก่อเหตุนำเอกสารเลือกตั้ง สมุทรปราการ เขต 6 ทิ้งกองขยะ

สำนักงาน กกต. กำลังเร่งสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีพบเอกสารเกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้งสส.สมุทรปราการ เขตเลือกตั้งที่ 6 และเอกสารเกี่ยวกับการออกเสียงประชามติ ถูกพบอยู่ในบ่อขยะที่อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ

'จุลพันธ์' จี้ กกต. ให้คำตอบสังคม ปมเปลี่ยนรูปแบบบัตรเลือกตั้งใหม่เขตคันนายาว

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการเปลี่ยนแปลงบัตรเลือกตั้งในการเลือกตั้งใหม่ที่เขตคันนายาว กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 22 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งต่างจากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ. ที่ผ่านมา ว่า