‘นับใหม่-เลือกตั้ง’ปกติ ‘กกต.’จี้แจง‘ค่าใช้จ่าย’

กทม.นับคะแนน สส.บัญชีรายชื่อดินแดงใหม่ได้คะแนนเท่าเดิม ส่วนเลือกตั้งใหม่พะเยาเรียบร้อยดี “กกต.” เตือน สส.และพรรคการเมืองอย่าลืมส่งค่าใช้จ่าย กำหนดยิบแจง 13  ประเด็น เดดไลน์ 11 พ.ค.นี้

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม 2569 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้กำหนดให้มีการนับคะแนนเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อใหม่  ของหน่วยเลือกตั้งที่ 74 เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร เขตเลือกตั้งที่ 6 และลงคะแนน สส.ใหม่ ในเขตเลือกตั้งที่ 1 หน่วยเลือกตั้งที่ 6 หมู่ที่ 4 ตำบลท่าวังทอง อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา

โดยในการนับคะแนนใหม่ค่อนข้างเงียบเหงา  ผู้มาสังเกตการณ์นับคะแนนส่วนใหญ่เป็นสื่อมวลชนและเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ซึ่งผลการนับจำนวนบัตรและจำนวนคะแนนที่พรรคอันดับ 1-4  ได้รับของหน่วยเลือกตั้ง ไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากการนับในวันเลือกตั้ง วันที่ 8 ก.พ. โดยพรรคประชาชนยังคงได้ 198 คะแนน, พรรคภูมิใจไทย 56 คะแนน, พรรคประชาธิปัตย์ 54 คะแนน และพรรคเพื่อไทย 34 คะแนน

ส่วนบรรยากาศการเลือกตั้งใหม่ในหน่วยเลือกตั้งที่ จ.พะเยานั้น มีประชาชนออกมาใช้สิทธิกันอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เริ่มเปิดหีบเลือกตั้ง โดยหน่วยเลือกตั้งมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด 439  คน ซึ่งสถานการณ์ในภาพรวมยังคงปกติ โดยนางปนัดดา จันทร์โชติญาณ ผู้อำนวยการ กกต.จ.พะเยา กล่าวว่า คาดว่าจะมาใช้สิทธิ 50%

ทั้งนี้ ก่อนการลงคะแนนสำนักงาน กกต.ได้ย้ำกับผู้มีสิทธิเลือกตั้งถึงข้อห้ามและบทลงโทษในการออกเสียงลงคะแนน สส. ทั้งเรื่องการต่อสู้ ขัดขวาง หรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง, การใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ใดถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งที่ตนได้ลงคะแนนเลือกตั้งแล้ว และการกระทำด้วยประการใดๆ ให้บัตรเลือกตั้งชำรุดหรือเสียหาย หรือให้เป็นบัตรเสีย เป็นต้น

ขณะเดียวกัน ในการรายงานตัวของ สส.ชุดที่ 27 ที่เปิดให้รายงานตัวเป็นวันที่สี่ที่รัฐสภา มี สส.มารายงานตัวเพิ่มอีก 4 คน ประกอบด้วย นายสยาม เพ็งทอง สส.บึงกาฬ เขต 1, นายสุริยา แป้นสุขา สส.บึงกาฬ เขต 2, นายวิโรจน์ สาระวงศ์ สส.บึงกาฬ เขต 3 และนายศักดิ์ดา จันทรสุวรรณ สส.หนองคาย เขต 3 พรรคภูมิใจไทย รวม 4 วันมี สส.มารายงานตัวแล้ว 101 คน​ เหลืออีก 295 คน แบ่งเป็น พรรคภูมิใจไทย รายงานตัวแล้ว 40 คน จาก 170 คน​, พรรคเพื่อไทย 49 คน จาก 58 คน, พรรคกล้าธรรม 2 คน จาก 55 คน,  พรรคประชาธิปัตย์ 1 คน จาก 10 คน ส่วนพรรคที่มารายงานตัว สส.เขตครบแล้วคือ พรรคประชาชาติ 4 คน, พรรคพลังประชารัฐ 4 คน และพรรคโอกาสใหม่ 1 คน

วันเดียวกัน สำนักงาน กกต.แจ้งเตือนพรรคการเมือง ผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ว่าขณะนี้การเลือกตั้ง สส.เมื่อวันที่ 8 ก.พ.2569 ได้เสร็จสิ้นลงแล้ว ผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ ต้องจัดทำบัญชีรายรับและรายจ่ายในการเลือกตั้ง สส. ซึ่ง กกต.ได้กำหนดจำนวนเงินค่าใช้จ่ายสำหรับการเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง แต่ละคนต้องใช้จ่ายไม่เกิน 1,900,000 บาท และพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ ต้องใช้จ่ายไม่เกิน 44,000,000 บาท โดยให้คำนวณค่าใช้จ่ายที่จ่ายไปตั้งแต่วันที่ยุบสภา คือ 12 ธ.ค.2568 จนถึงวันเลือกตั้ง คือ 8 ก.พ.2569 โดยแยกประเภทของค่าใช้จ่าย ประกอบด้วย

1.ค่าใช้จ่ายในการสมัครรับเลือกตั้ง  2.ค่าจ้างแรงงาน เช่น ค่าจ้างผู้ช่วยหาเสียง ค่าจ้างในการปิดป้ายโฆษณาหาเสียง รวมทั้งค่าจ้างแรงงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง เป็นต้น 3.ค่าจ้างทำของ เช่น ค่าจ้างทำเสื้อแจ็กเกต หมวก  และเสื้อยืด หรืออื่นๆ สำหรับผู้ช่วยหาเสียง 4.ค่าโฆษณาในสื่อต่างๆ เช่น ค่าสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ ค่าผลิตสื่อเพื่อการออกอากาศ 5.ค่าจัดทำป้าย เอกสาร สิ่งพิมพ์ต่างๆ ที่ใช้ในการโฆษณาหาเสียง 6.ค่าใช้จ่ายในการหาเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือค่าบริการทางอิเล็กทรอนิกส์ เช่น เฟซบุ๊ก ไลน์ ทวิตเตอร์ ยูทูบ อินสตาแกรม กูเกิล แอปพลิเคชัน เป็นต้น 7.ค่าจัดซื้อหรือเช่าวัสดุ และอุปกรณ์สำหรับใช้ในการหาเสียงเลือกตั้ง 8.ค่าเช่าสถานที่และค่าตกแต่งสถานที่ 9.ค่าเช่ายานพาหนะ ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง และค่าใช้จ่ายในการเดินทาง 10.ค่าสาธารณูปโภค เช่น ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำประปา ค่าโทรศัพท์ ค่าบริการทางไปรษณีย์ ค่าถ่ายเอกสาร 11.ค่าอาหารและเครื่องดื่มสำหรับผู้ช่วยหาเสียง 12.ค่าอบรมผู้สมัครหรือผู้ช่วยหาเสียง และ 13.ค่าใช้จ่ายอื่นๆ  ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ซึ่งไม่ขัดต่อกฎหมายหรือเป็นเหตุ ให้การเลือกตั้งไม่สุจริตและเที่ยงธรรม

ทั้งนี้ ผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งแต่ละคนต้องยื่นบัญชีรายรับและรายจ่ายในการเลือกตั้ง รวมทั้งหลักฐานที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องครบถ้วนตามความเป็นจริงต่อผู้อำนวยการ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด และกรุงเทพมหานคร ด้วยตนเอง หรือมอบอำนาจเป็นหนังสือให้ผู้อื่นยื่นแทน ส่วนพรรคการเมือง ให้หัวหน้าพรรคการเมืองยื่นบัญชีรายรับและรายจ่ายในการเลือกตั้ง รวมทั้งหลักฐานที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องครบถ้วนตามความเป็นจริงต่อเลขาธิการ กกต.ด้วยตนเอง หรือมอบอำนาจเป็นหนังสือให้ผู้อื่นยื่นแทน โดยยื่นบัญชีรายรับและรายจ่ายในการเลือกตั้งต้องยื่นภายใน 90 วัน นับจากวันเลือกตั้ง ซึ่งวันสุดท้ายที่ครบ 90 วัน ตรงกับวันเสาร์ที่ 9 พ.ค.2569 แต่เนื่องจากเป็นวันหยุดราชการ จึงให้นับวันจันทร์ที่ 11 พ.ค.2569 ซึ่งเป็นวันทำการแรกต่อจากวันหยุดทำการ เป็นวันสุดท้ายของระยะเวลาการยื่นบัญชีรายรับและรายจ่ายในการเลือกตั้ง สส.

“สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดและกรุงเทพมหานคร จะเปิดเผยรายงานสรุปรายรับและรายจ่ายของผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.แต่ละคน ให้ประชาชนทราบเป็นการทั่วไปภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ครบกำหนดยื่นบัญชีรายรับและรายจ่ายในการเลือกตั้ง สส. หรือภายในวันที่ 10 มิ.ย.2569”.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดร.ณัฏฐ์ โต้ ‘วาโย’ ปมคำว่าลับ ชี้ กกต.ไม่จบ ที่จบคือ 44 อดีต สส.

“ดร.ณัฏฐ์” ชี้ ปม “วาโย” ตึความคำว่าลับ เป็นเบสิคพื้นฐาน “ไม่ใช่เรื่องใหม่”  ฟันธง “กกต. ไม่จบ” แต่ที่จบและถูกตัดสิทธิตลอดชีพ กรณี ปปช.ชี้มูล 44 อดีต สส.ก้าวไกล

‘อาหรับ’เดือด! กต.เตือนคนไทย หนีพ้นพท.เสี่ยง

กระทรวงการต่างประเทศเตือนคนไทย ในพื้นที่เสี่ยงจากสถานการณ์ตึงเครียดตะวันออกกลาง โดยเฉพาะในอิหร่านและอิสราเอล เร่งหลบภัยเดินทางออกจากพื้นที่