
กระทรวงการต่างประเทศเตือนคนไทย ในพื้นที่เสี่ยงจากสถานการณ์ตึงเครียดตะวันออกกลาง โดยเฉพาะในอิหร่านและอิสราเอล เร่งหลบภัยเดินทางออกจากพื้นที่ ป้องกันการโจมตีด้วยขีปนาวุธ เนื่องจากสถานการณ์ยังไม่แน่นอน
เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 กระทรวงการต่างประเทศได้ออกเอกสารข่าวเนื้อหาว่า ตามที่เกิดสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางในปัจจุบัน และมีแนวโน้มว่าความขัดแย้งอาจทวีความรุนแรงและขยายวงกว้าง จนอาจส่งผลกระทบต่อสวัสดิภาพของคนไทยที่พำนักอยู่ในภูมิภาคดังกล่าวนั้น
กระทรวงการต่างประเทศขอแนะนำให้คนไทยที่พำนักอยู่ในพื้นที่เสี่ยงจากผลกระทบจากการสถานการณ์ความตึงเครียดดังกล่าว โดยเฉพาะในอิหร่านและอิสราเอล ให้เร่งเดินทางออกจากพื้นที่ ในขณะที่สายการบินพาณิชย์ยังให้บริการอยู่ (หากยังเปิดให้บริการ) หรืออาจพิจารณาเดินทางไปพักอาศัยยังสถานที่หลบภัย (shelter) โดยเร็ว ป้องกันการโจมตีโดยขีปนาวุธ
นอกจากนี้ ขอให้คนไทยที่ไม่มีความจำเป็นยิ่งยวดพิจารณาการตัดสินใจเดินทางไปยังพื้นที่ดังกล่าวอย่างรอบคอบ เนื่องจากสถานการณ์ในปัจจุบันมีความไม่แน่นอนและอาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว จึงขอให้ติดตามข่าวสารจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถืออย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ กรณีที่ต้องการขอรับความช่วยเหลือเร่งด่วน สามารถติดต่อสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ในพื้นที่ หรือสายด่วน Call Center กรมการกงสุล ที่หมายเลข 0-2572-8442 ตลอด 24 ชั่วโมง
ด้านสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงเทลอาวีฟได้แจ้งเตือนคนไทยในอิสราเอล ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของคนไทยในอิสราเอล กองบัญชาการส่วนหน้าของอิสราเอล (Home Front Command) สั่งการให้ยุติกิจกรรมต่างๆ คงไว้เฉพาะที่จำเป็น (transition from full activity to essential activity nationwide) รวมทั้งปิดสถานศึกษาและสถานที่ทำงานทั้งหมด โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. - 2 มี.ค. 2569
โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ยังได้ออกคำเตือนแก่คนไทยในอิสราเอล ดังนี้
1.ติดตามอย่างใกล้ชิดและปฏิบัติตามข้อแนะนำของ สอท. ซึ่งจะเผยแพร่ข้อความคำสั่งของ Home Front Command (HFC) เป็นภาษาไทยใน Facebook ทุกเรื่องเมืองยิว TikTok สถานทูตไทยในอิสราเอล และ Website สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ
2.หลีกเลี่ยงการเดินทางออกนอกที่พักอาศัยหากไม่จำเป็น
3.ซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับจุดที่ตั้งของที่หลบภัยภายในอาคารและสาธารณะ
4.ติดตามข่าวสารท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง โดย สอท.จะสรุปข่าวสำคัญเป็นภาษาไทยให้คนไทยใน อส.รับทราบตลอดช่วงเวลาวิกฤต
5.คนไทยสามารถติดต่อ สอท.ได้ตลอดตามหมายเลข hotline และช่องทาง social media ข้างต้นทั้งหมด
6.คนไทยใน อส.สามารถรับทราบคำสั่งของ HFC ด้วยตนเองได้ที่ http://www.oref.org.il/eng เบอร์ติดต่อกรณีฉุกเฉิน 05-4636-8150 (สถานเอกอัครราชทูตฯ) 05-4469-3476-7 (ฝ่ายแรงงาน) 1-700-707-889 (PIBA มีล่ามไทย).
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รุมจวก‘โรม’เพ้อเจ้อโกงสอบ
“อนุทิน” ฟาด “โรม” พูดไม่มีข้อมูลจริง จับโยงให้เอี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น ยันไม่มีหน้าที่ดูทีโออาร์ “วรศิษฎ์” ตอก พูดข้อเท็จจริงไม่ครบ
ส.ค.เดินเครื่อง! ‘ไทย-เมียนมา’ แก้มลพิษแม่นํ้า
นายกฯ เผย “มิน อ่อง หล่าย” พร้อมร่วมมือทุกมิติ ขอไทยวัดค่าสารพิษแบบไม่ยึดสากล “ปลัด ทส.” ลุยตามทีโออาร์ภายใน ส.ค.นี้ “เด็กส้ม” ซัดปูพรมแดงรับเป็นจุดต่ำที่สุดของยุทธศาสตร์การทูตไทยบนเวทีโลก
ตั้งกก.ฟันวินัย3หมอตร. แบ่งหน้าที่ช่วย‘ทักษิณ’
“รักชนก” ย้ำจุดยืนส้มมีเราไม่มีเทา หลังมีกระแสตั้งรัฐบาลเขียว-แดง-ส้ม “มาร์ค” โนคอมเมนต์ ฝันกลับมาเป็นพรรคหลัก “ผบ.ตร.” ตั้งกรรมการสอบ
รมช.มท.ลุยปราบนอมินี ขึงขังไล่‘กุ๊ย’พ้นประเทศ
"วรศิษฎ์" เผยทลายเครือข่ายนอมินีในภูเก็ต พบผู้กระทำผิด 16 ราย คนไทย 10 ต่างชาติ 6 หลังเปิด 6 ธุรกิจแข่งคนไทย ทั้งโรงเรียนนานาชาติ-รถเช่า-ร้านอาหาร
ช็อก!กราดยิงในรร. เด็ก14คร่า9ชีวิตวิกฤตอีก9คน/อนุทินบี้คุมเข้มอาวุธปืน
สลด! เด็กอายุ 14 นักเรียน ม.3 ใช้อาวุธปืนกราดยิงภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี "ครู-นักเรียน" เสียชีวิต 6 ราย และบาดเจ็บอื้อ ก่อนยิงตัวเองดับ พบยังก่อเหตุยิงปู่-ย่าที่บ้านพัก
กต.ซัด 'ทอม แอนดรูส์' ไม่เป็นมืออาชีพ จ่อร้อง HRC ปมพาดพิงไทย
กระทรวงการต่างประเทศแจง 5 ข้อโต้ “ทอม แอนดรูส์” ระบุร่างที่อ้างว่าส่งให้ไทยล่วงหน้าเป็นเพียงข้อความบางส่วนทางอีเมล ฝ่ายไทยขอความชัดเจนเพิ่มเติมแต่

