ขยับราคา‘เบนซิน’ ทยอยปรับตามกลไกตลาด งัดมาตรการประหยัดWFH

“อนุทิน” เรียกถกด่วนหลังน้ำมันโลกทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สุดอั้น! เบนซินจ่อขยับแบบค่อยเป็นค่อยไป พร้อมปรับสูตรดีเซล B7 เริ่ม 14 มี.ค.นี้ ยังกัดฟันขยายเวลาตรึง LPG ต่ออีก 2 เดือน พร้อมเสนอมาตรการประหยัดพลังงานของหน่วยงานรัฐเข้า ครม.ทั้ง “ปรับแอร์-WFH-ไม่สวมสูท”

เมื่อวันจันทร์ที่ 9 มีนาคม 2569 จากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง ที่ทำราคาน้ำมันตลาดโลกผันผวนทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในรอบ 3 ปีครึ่ง ทำให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทยต้องเรียกประชุมด่วน

โดยก่อนหน้านั้น นายสันติ ปิยะทัต รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ได้เข้าพบนายกฯ เพื่อหารือผลกระทบดังกล่าว ก่อนนายสันติจะเป็นประธานการประชุมมอบนโยบายผู้ว่าราชการจังหวัด ให้เฝ้าระวังการเอารัดเอาเปรียบประชาชนในฐานะผู้บริโภค

ต่อมาในเวลา 14.40 น. นายอนุทินได้เรียกรัฐมนตรี และผู้เกี่ยวข้องในด้านพลังงานเข้าหารือ โดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.การคลัง กล่าวก่อนประชุมว่า นายกฯ ได้เรียกประชุมทีมเศรษฐกิจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด่วน เพื่อหารือเรื่องการบริหารราคาพลังงานในช่วงวิกฤต จากผลกระทบสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งราคาน้ำมันในตลาดโลกได้ปรับตัวขึ้นสูง ทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยจะเป็นการหารือถึงกลไกว่าจะบริหารจัดการเรื่องนี้อย่างไร ทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และการปรับตัวในระยะยาว

 “ยืนยันว่ารัฐบาลจะเร่งหามาตรการดูแลประชาชนและภาคธุรกิจให้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้น้อยที่สุด ตอนนี้เราใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าไปดูแลในระยะสั้นก่อน คือ 15 วันที่เราประกาศ แต่ตอนนี้สถานการณ์น้ำมันในตลาดโลกมันสูงขึ้น วันนี้ต้องคุยกันถึงเรื่องกลไกว่าจะบริหารจัดการเรื่องนี้อย่างไรได้บ้าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกลไกภาษีหรือกลไกต่างๆ หลังจากได้ข้อสรุปก็อาจเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 10 มี.ค.” นายเอกนิติระบุ

ทั้งนี้ นายเอกนิติได้กล่าวปาฐกถาพิเศษ หัวข้อเดินหน้าเศรษฐกิจไทย ดันอุตสาหกรรมเติบโตในงานสัมมนาอุตสาหกรรมไทยก้าวกระโดด โตไปด้วยกัน...SMART INDUSTRY ตอนหนึ่งว่า ...วิกฤตพลังงานที่เกิดขึ้นตอนนี้ มาจากส่วนหนึ่งของความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์โลก และอีกหน่อยก็อาจมีความเสี่ยงมากขึ้น ดังนั้นเราจะทำอย่างไรเพื่อคว้าโอกาสในวิกฤตครั้งนี้ หากเราปรับตัวเร็ว อุตสาหกรรมไทยก็ก้าวกระโดดและโตไปด้วยกัน โดยวันนี้สิ่งที่รัฐบาลเตรียมพร้อมคือสำรองพลังงานไว้กว่า 90 วัน เพื่อความปลอดภัย แต่จริงๆ เรายังมีพลังงานที่มาจากสินค้าเกษตรของไทยจากอ้อยและมันสำปะหลัง นั่นคือเอทานอล เราจึงปรับให้ใช้เอทานอลมากขึ้น

ขณะที่นายสันติเป็นประธานการประชุมมอบนโยบายผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศและผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร ผ่านระบบออนไลน์ ให้เฝ้าระวังการเอารัดเอาเปรียบประชาชนจากสถานการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยระบุว่า สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) จะตั้งศูนย์ปฏิบัติการเป็นการเร่งด่วนรับเรื่องร้องเรียน โดยเปิดสายด่วนเพิ่มขึ้น 10 คู่สายในการรับแจ้งเหตุที่สืบเนื่องจากสถานการณ์สู้รบ เพื่อเฝ้าระวังไม่ให้ผู้ประกอบการและผู้ประกอบธุรกิจฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าและบริการ เอาเปรียบผู้บริโภค โดยเฉพาะสินค้าพื้นฐานที่จำเป็น เช่น น้ำมัน ข้าวสาร อาหาร ยา และเวชภัณฑ์ รวมถึงราคาทองคำ จึงกำชับให้นำมาตรการไปดูแลประชาชน โดยให้จังหวัดเปิดคู่สายรับเรื่องร้องเรียนเพิ่มขึ้นจากปกติ โดยดูจากปัญหาที่มีการร้องเรียนเข้ามา

 “ผวจ.ทุกจังหวัด ในฐานะประธานอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ต้องร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่นกรมการค้าภายใน เพิ่มความถี่ลงพื้นที่ตรวจสอบว่าขาดแคลนจริง หรือมีการกักตุนสินค้ากับธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการบริโภค เพราะราคาน้ำมันจะกระทบกับสินค้าตัวอื่น ซึ่งจะทำให้ประชาชนเดือดร้อน จึงปล่อยปละละเลยไม่ได้” นายสันติกล่าวและว่า นอกจากนั้นให้เข้มงวดการตรวจสอบการติดฉลากสินค้าให้ถูกต้อง ป้องกันการฉวยขึ้นราคาที่สูงเกินจริง

ต่อมาในเวลา 17.35 น. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม แถลงภายหลังการประชุมมาตรการพลังงานที่มีนายกฯ เป็นประธานถึงการตรึงราคาน้ำมันว่า นายกฯ ได้ประกาศเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ตรึงราคาน้ำมันดีเซล 15 วัน ซึ่งขณะนี้ผ่านไปแล้ว 9-10 วัน ก็จะตรึงราคาไปอีก 5-6 วัน ส่วนของน้ำมันเบนซินที่มีการนำเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมาซัปพอร์ต เราจึงยังไม่มีการขึ้นราคา แต่จากสถานการณ์ความรุนแรงที่ยังไม่มีข้อยุติ ราคาน้ำมันเบนซินอาจประกาศขึ้นราคา โดยจะขึ้นทีละสเตป ไม่ใช่ขึ้นทีเดียวครั้งละ 2 บาท 3 บาท 4 บาท แต่เราจะขึ้นตามกลไกของ ปตท.

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน แถลงว่า ที่ผ่านมานั้นรัฐบาลได้ใช้เงินกองทุนเข้าไปช่วยเหลือราคาน้ำมันทั้งดีเซลและเบนซิน แต่จากสถานการณ์ในตลาดโลกที่ราคาปรับสูงขึ้น การดูแลราคาน้ำมันเบนซินจะเป็นการดูแลราคาแค่เพียงบางส่วนเท่านั้น ทำให้ราคาขายปลีกอาจขยับราคาขึ้นบ้างตามกลไกตลาด แต่จะเน้นการทยอยปรับ ไม่ให้ราคากระชาก เพื่อไม่ให้ประชาชนเกิดความตื่นตระหนก นอกจากนี้ที่ประชุมยังมีข้อสรุปในการใช้ส่วนผสมของน้ำมันไบโอดีเซล ที่มีส่วนผสมของไบโอดีเซล 7% (B7) แทนน้ำมันไบโอดีเซล B5 โดยเริ่ม 14 มี.ค.นี้

นายอรรถพลกล่าวว่า ส่วนน้ำมันเบนซิน รัฐบาลจะสนับสนุนการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 โดยทำให้ราคาถูกลง  เพื่อลดการใช้น้ำมันฟอสซิลและยืดระยะเวลาสำรองน้ำมัน กระทรวงพลังงานจะปรับให้ E20 มีราคาถูกกว่า E10 เพิ่มขึ้นเป็น 3 บาทต่อลิตร จากเดิมที่ต่างกัน 2 บาท เพื่อจูงใจให้ประชาชนหันมาใช้ E20 มากขึ้น ส่วนน้ำมัน E85 จะยังสนับสนุนการใช้ต่อไป นอกจากนี้ยังจะขยายเวลาตรึงราคาก๊าซหุงต้ม (LPG) อีก 2 เดือน จากเดิมที่จะสิ้นสุดในเดือน มี.ค.นี้ เพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชนจนถึงเดือน พ.ค.ปีนี้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่าราคาจะไม่ปรับสูงขึ้นในช่วงนี้

“กระทรวงพลังงานจะเสนอมาตรการประหยัดพลังงานเข้าที่ประชุม ครม.พรุ่งนี้ โดยมุ่งเน้นขอความร่วมมือจากหน่วยงานราชการเป็นลำดับแรก เช่น ตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่ 26-27 องศา การแต่งกายแบบไม่สวมสูทหรือผูกไท การปิดไฟเมื่อไม่จำเป็น รวมถึงการส่งเสริมมาตรการ Work From Home และการประชุมออนไลน์เพื่อลดการเดินทาง สำหรับภาคประชาชนจะยังเป็นขั้นของการรณรงค์และขอความร่วมมือ ก่อนจะพิจารณามาตรการบังคับตามความเหมาะสมของสถานการณ์ราคาในอนาคต”

นายอรรถพลยังตอบคำถามเกี่ยวกับสถานะของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงว่า ปัจจุบันเริ่มติดลบเล็กน้อย หลังเคยบวกกว่า 2,000 ล้านบาทก่อนเกิดเหตุการณ์ โดยรัฐบาลได้เตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ โดยมีการหารือเรื่องการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เพื่อให้กระทรวงการคลังค้ำประกันเงินกู้ สำหรับนำมาใช้เป็นวงเงินเสริมในการดูแลเสถียรภาพราคาพลังงาน โดยได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมทั้งเลขากฤษฎีกาแล้ว

นายอรรถพลยังกล่าวถึงการจัดหาก๊าซธรรมชาติและน้ำมันเพื่อรองรับสถานการณ์วิกฤตว่า นอกเหนือจากการนำเข้าน้ำมันดิบที่เป็นแหล่งหลักแล้ว ปตท.กำลังจัดหาจากแหล่งอื่นๆ เช่น สหรัฐอเมริกา, เซาท์แอฟริกา, มาเลเซีย และออสเตรเลีย ส่วนการซื้อจากรัสเซียยังต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เนื่องจากมีความเสี่ยงเรื่องมาตรการคว่ำบาตรที่อาจทำให้การโอนเงินถูกกักเก็บได้ ส่วนการจัดการจัดหาก๊าซธรรมชาติ (LNG) และเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้า เดิมมีก๊าซจากกาตาร์ 5 ลำ แต่ส่งออกมาได้เพียง 2 ลำ ทาง ปตท.ได้เร่งหาแหล่งอื่นทดแทน ซึ่งปัจจุบันคอนเฟิร์มแหล่งใหม่ได้แล้ว 2 ลำ และกำลังอยู่ระหว่างยืนยันลำที่ 3 รวมทั้งเพิ่มกำลังการผลิตในประเทศและภูมิภาค

“ปริมาณก๊าซที่นำมาเสริมทั้งหมดนี้มีปริมาณเทียบเท่ากับเรือก๊าซ LNG 2 ลำ ทำให้มั่นใจว่าในช่วง 2 เดือนนี้ (มีนาคม-เมษายน) จะมีเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าเพียงพอต่อความต้องการแน่นอน” นายอรรถพลกล่าว

ด้านนายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า เรามีหน้าที่สำคัญในการดูแลราคาสินค้าให้เป็นธรรม ให้สินค้ามีปริมาณที่เพียงพอ และเรามี พ.ร.บ.ว่าด้วยสินค้าและบริการที่เป็นธรรม ฉะนั้นสินค้าที่จะขายต้องมีราคาที่เหมาะสมและห้ามกักตุน เรามีบทลงโทษจำคุก 7 ปี ปรับ 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีผู้ประกอบการที่ยื่นมาเพื่อขอปรับขึ้นราคาสินค้าจนถึงวันนี้

พล.อ.อ.มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) กล่าวว่า ราคาน้ำมันผันผวนส่งผลต่ออุตสาหกรรมการบิน โดย กพท.ได้เรียกผู้ประกอบการสายการบินและผู้ค้าน้ำมันเครื่องบินเข้าหารือ เพื่อขอความร่วมมือบริหารน้ำมันในสต๊อก หากยังคงเป็นน้ำมันที่สต๊อกไว้ก่อนหน้านี้ ก็ไม่ควรปรับขึ้นราคาค่าโดยสารจากต้นทุนน้ำมัน และขอให้เร่งจัดหาแหล่งน้ำมันใหม่ทดแทนแหล่งน้ำมันจากตะวันออกกลาง เพื่อไม่ให้อุตสาหกรรมการบินของไทยประสบปัญหาขาดแคลนน้ำมัน หรือเผชิญปัญหาต้นทุนน้ำมันที่สูงมากจนนำมาซึ่งการกระทบต่อราคาค่าโดยสาร

พล.อ.อ.มนัทกล่าวอีกว่า หากความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังยืดเยื้อและส่งผลกระทบต่อน้ำมันในตลาดโลกอย่างต่อเนื่อง กพท.ได้วางแผนเตรียมหารือร่วมกับกระทรวงการคลัง และบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เพื่อพิจารณาลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน และลดค่าธรรมเนียมสนามบินเพื่อนำส่วนลดนี้ไปชดเชยต้นทุนให้สายการบินแทนการขึ้นราคาตั๋ว โดยแนวทางเหล่านี้จะทำให้ไม่มีการผลักภาระต้นทุนไปให้ผู้โดยสาร และไม่ทำให้ราคาค่าโดยสารของสายการบินในไทยสูงเกินเพดานกำหนด.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

มีอะไรในก่อไผ่! 'เทพไท' ข้องใจ 'อนุทิน' ยกคำวินิจฉัยศาลรธน. ลอยแพ 'กธ.' ทั้งที่ยอมไม่มีชื่อ 'ธรรมนัส'

ถ้าถามว่า เหตุผลใดที่พรรคภูมิใจไทยตัดพรรคกล้าธรร ออกจากพรรคร่วมรัฐบาล ก็ต้องพิจารณาจากความเห็นของนายอนุทิน ในฐานะนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย

'อดีตผบ.ทอ.' ชี้เปรี้ยง! 'อนุทิน' ควรนั่งนายกฯควบกลาโหม เพื่อความเป็นเอกภาพทางทหาร

อดีตผบ.ทอ. ระบุ อนุทิน ควรนั่งนายกฯควบกลาโหม เพื่อความเป็นเอกภาพทางทหาร เชื่อฝ่ายเสนาธิการฯข้างกาย จะช่วยกลั่นกรองเรื่องให้ตัดสินใจได้ แนะกองทัพ-ฝ่ายมั่นคง นำเหตุการณ์สงครามตะวันออกกลางมาศึกษา ลดการพึ่งพาซื้ออาวุธจากต่างประเทศ ให้หนุนยุทธภัณฑ์ เมดอินไทยแลนด์มากขึ้น