ปฏิรูปใหญ่ท้องถิ่นรื้อเงินเดือน

รัฐบาลลุยรีดไขมันส่วนเกินท้องถิ่น  เฉือนหน่วยงานส่วนกลางในภูมิภาค ทำงานซ้ำซ้อนผู้ว่าฯ “ปกรณ์” ลุยปรับโครงสร้างเงินเดือนบิ๊กท้องถิ่น พบบางแห่งสูงกว่าปลัดกระทรวง "ศศิกานต์”  หนุนจัดตั้งศาลที่ดิน แก้ข้อพิพาทรัฐ-ปชช. ด้าน สส.ส้มกะเทาะภาพสยบรอยร้าว 2 น. 1 พ. ต่างตอบแทนหรือหักเหลี่ยมโหด ชี้ส่งสัญญาณใกล้ปรับ ครม.

เมื่อวันพุธ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเตรียมยกเครื่องการปฏิรูประบบราชการท้องถิ่นครั้งใหญ่ ล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.)  เตรียมเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณายุบเลิกการจัดตั้งหน่วยงานส่วนกลางที่ตั้งอยู่ในส่วนภูมิภาค เนื่องจากปัจจุบันมีหน่วยงานรัฐหลายแห่งตั้งหน่วยงานสาขาในจังหวัดต่างๆ ถือเป็นการทำงานที่ทับซ้อนอำนาจหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัด และที่สำคัญ การตั้งหน่วยงานลงไปลักษณะนี้ยังไม่มีกฎหมายรองรับตามระเบียบบริหารราชการแผ่นดินด้วย

นายปกรณ์กล่าวว่า ที่ผ่านมาบอร์ด ก.พ.ร.มีมติชัดเจนให้เปลี่ยนสภาพหน่วยงานเหล่านี้จากการเป็นสำนักงานสาขา ไปสู่การใช้ระบบออนไลน์และเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เข้ามาให้บริการประชาชนแทนการตั้งสำนักงานในภูมิภาค สำหรับการดำเนินการครั้งนี้ ถือเป็นการปรับโครงสร้างระบบราชการให้กระชับ ลดความซ้ำซ้อน และเน้นการแก้ไขสิ่งที่ผิดกฎหมายให้ถูกต้อง โดยรัฐบาลมีแพ็กเกจรองรับบุคลากรที่ก่อนหน้านี้ถูกตั้งให้ไปดำรงตำแหน่งต่างๆ ในภูมิภาค ทั้งการโอนย้ายกลับส่วนกลาง หรือเข้าร่วมโครงการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด ตามความสมัครใจ

"การตั้งหน่วยงานส่วนกลางไปอยู่ในพื้นที่ภูมิภาคนั้น แท้จริงแล้วผิดกฎหมาย เพราะไม่มีกฎหมายรองรับ ซึ่งเราจะเสนอให้ ครม.ยุติบทบาทเหล่านี้ เพื่อกลับมาใช้ระบบออนไลน์แทนการเปิดสาขาจำนวนมากที่สิ้นเปลืองงบประมาณ เพราะตอนนี้โลกเปลี่ยนไป ความจำเป็นในการมีสำนักงานสาขาลดลงมาก เพราะเราสามารถใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์จัดการงานเอกสารแทนคนได้ทันที และยังช่วยป้องกันการทุจริตได้ง่ายกว่าเดิมด้วยระบบตรวจสอบที่มีมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ" นายปกรณ์ระบุ

รองนายกฯ กล่าวด้วยว่า ขณะเดียวกันรัฐบาลยังอยู่ระหว่างการพิจารณาการปฏิรูปโครงสร้างค่าตอบแทนของผู้บริหารระดับท้องถิ่น หลังพบปัญหาความเหลื่อมล้ำของฐานเงินเดือนและสวัสดิการที่ส่งผลกระทบต่อระบบราชการส่วนกลางอย่างมาก  เนื่องจากฐานรายได้ไม่ได้อิงกับมาตรฐานเดียวกัน  โดยล่าสุดพบข้อมูลว่าปลัดเทศบาลและปลัด อบต.ในหลายพื้นที่ได้รับเงินเดือนและค่าตอบแทนสูงกว่าปลัดกระทรวงซึ่งมีภาระหน้าที่ดูแลนโยบายและกิจกรรมสำคัญครอบคลุมพื้นที่ทั้งประเทศ

สำหรับความไม่เป็นธรรมนี้เกิดขึ้นจากการที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีอิสระในการกำหนดเกณฑ์รายได้ของตนเอง โดยไม่ได้ล้อไปกับเกณฑ์ของสำนักงาน ก.พ.เหมือนข้าราชการส่วนกลาง  รัฐบาลจึงเตรียมมอบหมายให้กรมบัญชีกลางจัดทำระบบบัญชีกลางเพื่อควบคุมมาตรฐานการทำงานและการใช้จ่ายงบประมาณท้องถิ่นให้มีความคุ้มค่าและโปร่งใส ตามนโยบายบริหารราชการแผ่นดินยุคใหม่

"เป็นไปได้ยังไงที่ปลัดเทศบาลมีเงินเดือนและค่าตอบแทนเยอะกว่าปลัดกระทรวงซึ่งดูแลคนทั้งประเทศและรับผิดชอบภารกิจมหาศาล จึงต้องปรับครั้งใหญ่ ทั้งการนำเทคโนโลยีมาใช้ และปรับลดจำนวนคนให้เหลือเท่าที่จำเป็น เพื่อให้โครงสร้างทั้งหมดล้อไปกับมาตรฐานการบริหารจัดการที่ตรวจสอบได้ เรามุ่งหวังให้เกิดการปรับวิธีทำงานใหม่ที่สอดคล้องกับโลกที่เปลี่ยนไป โดยต้องมีมาตรฐานบัญชีที่เป็นกลาง เพื่อให้รัฐบาลสามารถตรวจสอบได้ว่าการใช้จ่ายงบประมาณนั้นมีความคุ้มค่าและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนได้รับจริงๆ"  รองนายกฯ ระบุ

นายปกรณ์ยังกล่าวถึงการผลักดันภาษีบ้านเกิดเมืองนอนตามนโยบายรัฐบาลว่า แนวทางดังกล่าวจะช่วยสร้างแรงจูงใจให้บริษัทขนาดใหญ่เข้าไปสนับสนุนท้องถิ่นขนาดเล็กที่มีรายได้ไม่ถึง 25 ล้านบาท ซึ่งยังขาดโอกาสการพัฒนาอีกมาก สำหรับมาตรการนี้ยังเปิดช่องให้ภาคเอกชนสามารถนำเงินบริจาคไปหักลดหย่อนภาษีและส่งเสริมการพัฒนาเมือง เช่น สามารถนำไปคำนวณเป็นคาร์บอนฟุตพรินต์ขององค์กรได้ ตามข้อตกลง การเปลี่ยนโฉมหน้าการพัฒนาท้องถิ่นจะมุ่งเน้นการสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนและคุณภาพชีวิตที่ดี  มากกว่าการมุ่งเน้นเพียงการก่อสร้างถนนเหมือนในอดีต เพื่อสร้างความยั่งยืนในระยะยาว

 “รัฐบาลเชื่อว่าแนวทางดังกล่าวจะช่วยลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำระหว่างท้องถิ่นขนาดใหญ่ที่มีรายได้สูงกับท้องถิ่นขนาดเล็กให้สามารถเข้าถึงบริการสาธารณะที่เท่าเทียมกัน และตอบโจทย์ความต้องการของคนในพื้นที่ได้อย่างแท้จริง” นายปกรณ์ระบุ

ด้าน น.ส.ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ และอดีตรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวชื่นชมและสนับสนุนแนวทางของนายปกรณ์ในการผลักดันการปฏิรูประบบราชการ ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพภาครัฐ ลดความซ้ำซ้อนต่างๆ  พร้อมกันนี้ได้เสนอให้รัฐบาลพิจารณานำ “ศาลชำนัญพิเศษคดีที่ดิน” หรือ “ศาลที่ดิน” เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญ เพื่อแก้ไขข้อพิพาทระหว่างรัฐกับประชาชนให้มีความชัดเจน รวดเร็ว และเป็นธรรมยิ่งขึ้น

ขณะที่ นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีภาพสยบรอยร้าวของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กับนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทยว่า รูปนี้ยิ่งส่งสัญญาณใกล้ที่จะปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว ต้องจับตาว่าจะเป็นการปรับ ครม.ต่างตอบแทนเพื่อเอาใจใคร หรือจะเป็น ครม.หักเหลี่ยมโหด ดื้อกับกู กูก็ต้องเอาคืนหนักกว่าเดิมหรือไม่ รูปนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้น ส่วนผลลัพธ์ออกมาอย่างไร จะคืนดี แฮปปี้เอนดิ้งหรือไม่ ให้รอการปรับ ครม.หนู 2

 “อยากฝากเตือนผู้มีอำนาจว่า ในเกมนี้โดยเฉพาะทาง 2 น. 1 พ. พวกคุณกำลังต่อรองผลประโยชน์ภายใต้งบประมาณแผ่นดิน ภายใต้อำนาจของประชาชน จะทำอะไรก็แล้วแต่ จะถ่ายรูปหวานหยาดเยิ้มก็แล้วแต่ แต่เบื้องหลังคือสิ่งที่ประชาชนต้องรับสภาพปัญหาในประเทศที่ต้องเผชิญต่อไป นอกจากนี้ คนที่เข้าสู่อำนาจและคุมอำนาจได้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด คิดว่าตัวเองนั้นชนะแล้วซึ่งเกมนี้ และต้องการอยากได้ทุกอย่างที่ตัวเองต้องการ ผลลัพธ์ทางการเมืองของประเทศไทยที่ผ่านมา คนที่รุกคืบทางอำนาจมักจะเพลี่ยงพล้ำ และมีจุดจบไม่สวย” สส.พรรค ปชน.ระบุ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โจรใต้ป่วนถี่ เลื่อนคุยก.ย. ไม่มีกำหนด

“หัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขฯ” ลั่นเลื่อนเจรจากลุ่มผู้เห็นต่างจาก ก.ย.ไม่มีกำหนด  จนกว่าจะได้รับคำตอบว่าก่อเหตุรุนแรงในนราธิวาสทำไม เผยได้ข่าวมาเลเซียเปลี่ยนตัวผู้อำนวยความสะดวก กอ.รมน.ภาค 4 สน.ชี้ผลตรวจนิติวิทยาศาสตร์ เชื่อมโยงปืน 14 กระบอก พัวพัน 37 คดี พบหลักฐานโยงเหตุคาร์บอมบ์หน้า สภ.ตันหยง กับบึ้มรถชาวมาเลย์