"ทรัมป์" พลิกอีก สั่งกลาโหมเลื่อนการโจมตีโครงสร้างด้านพลังงานอิหร่านออกไปอีก 5 วัน อ้างการเจรจาสร้างสรรค์ ขณะที่อิสราเอลเปิดฉากโจมตีเตหะรานครั้งใหม่ ด้านอิหร่านเล็งเป้าหมายไปยังพื้นที่ในอ่าวเปอร์เซีย ขู่โจมตีโครงสร้างพื้นฐานทั่วตะวันออกกลาง ศบก.ย้ำสถานการณ์ยังคงมีความตึงเครียด คาดว่า 27 มี.ค.จะมีการส่งร่างผู้เสียชีวิตคนไทยกลับประเทศ
เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ประกาศผ่านแพลตฟอร์มทรูธโซเชียล ว่า "ข้าพเจ้ายินดีที่จะรายงานถึงการพูดคุยที่ดีและสร้างสรรค์ในช่วง 2 วันที่ผ่านมา ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ในเรื่องยุติการเป็นปรปักษ์ต่อกันของเราในตะวันออกกลางโดยสิ้นเชิง"
ผู้นำสหรัฐฯ ระบุว่า "จากท่าทีและบรรยากาศของการเจรจาที่มีความลึกซึ้ง ครบถ้วน และสร้างสรรค์ ซึ่งจะดำเนินต่อไปตลอดทั้งสัปดาห์ ได้สั่งการให้กระทรวงกลาโหมเลื่อนการโจมตีทางทหารทั้งหมดที่มีเป้าหมายเป็นโรงไฟฟ้า และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านออกไปเป็นระยะเวลา 5 วัน โดยขึ้นอยู่กับผลลัพธ์ของการประชุมและการหารือที่กำลังดำเนินอยู่"
ก่อนหน้านี้ โดนัลด์ ทรัมป์ เพิ่งประกาศขีดเส้นตายให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเต็มรูปแบบ โดยปราศจากการคุกคามใดๆ ต่อเรือเดินสมุทรภายใน 48 ชั่วโมง หรือช่วงเช้าของวันที่ 24 มี.ค. เวลา 06.44 น.ตามเวลาในไทย พร้อมขู่ที่จะเปิดฉากโจมตีทำลายล้างโรงไฟฟ้าของอิหร่าน กระทั่งมีการเขียนข้อความเลื่อนการโจมตีดังกล่าวในที่สุด
ขณะที่อิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีอิหร่านระลอกใหม่ ซึ่งอิหร่านได้ขู่ว่าจะตอบโต้ด้วยการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญทั่วตะวันออกกลาง ในสงครามที่ทำให้โลกเผชิญกับวิกฤตพลังงานที่เลวร้ายที่สุดในรอบหลายทศวรรษ
สื่ออิหร่านรายงานว่า เกิดระเบิดขึ้นในกรุงเตหะราน ขณะที่ซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์กล่าวว่า พวกเขากำลังสกัดกั้นขีปนาวุธและโดรน
ฟาติห์ บิโรล หัวหน้าสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ กล่าวว่า มีอย่างน้อย 40 สินทรัพย์ด้านพลังงานทั่วภูมิภาคส่งออกน้ำมันและก๊าซที่ได้รับความเสียหาย “อย่างรุนแรงหรือรุนแรงมาก” จากความขัดแย้ง ขณะที่สงครามซึ่งจุดชนวนโดยการโจมตีอิหร่านของอิสราเอลและสหรัฐอเมริกาเข้าสู่สัปดาห์ที่ 4 แล้ว
ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เตหะรานได้ตอบโต้การโจมตีด้วยการยิงขีปนาวุธและโดรนใส่ประเทศอิสราเอลและทั่วอ่าวเปอร์เซีย โดยโจมตีทั้งโรงงานพลังงานและสถานทูตสหรัฐฯ นอกจากนี้ยังได้จำกัดการจราจรในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางน้ำสำคัญที่ใช้ขนส่งน้ำมันดิบหนึ่งในห้าของโลก
เนื่องจากราคาน้ำมันพุ่งสูงกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลจากความกังวลเรื่องอุปทาน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ จึงขู่ว่าจะ “ทำลาย” โรงไฟฟ้าของอิหร่านหากเตหะรานไม่เปิดช่องแคบภายใน 48 ชั่วโมง
หากพิจารณาจากเวลาที่เขาโพสต์บนโซเชียลมีเดีย กำหนดเส้นตายจะเป็นเวลา 23.44 GMT ซึ่งตรงกับช่วงเช้าวันอังคารในอิหร่าน
แต่อิหร่านตอบโต้ด้วยท่าทีแข็งกร้าว โดยโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาผู้ทรงอิทธิพลของอิหร่าน ประกาศว่าโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญทั่วภูมิภาคจะ “ถือเป็นเป้าหมายที่ชอบด้วยกฎหมายและจะถูกทำลายอย่างถาวร” หากทรัมป์ดำเนินการตามคำขู่ของเขา
ฟาติห์ บิโรล กล่าวถึงขนาดของวิกฤตที่เกิดขึ้นกับเศรษฐกิจโลก โดยระบุว่าปัจจุบันสูญเสียปริมาณน้ำมันไป 11 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งมากกว่าปริมาณที่สูญเสียไปในช่วงวิกฤตน้ำมันสองครั้งติดต่อกันในทศวรรษ 1970
“จะไม่มีประเทศใดรอดพ้นจากผลกระทบของวิกฤตนี้ได้ หากทุกอย่างยังคงดำเนินไปในทิศทางนี้ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีความพยายามในระดับโลก” บิโรลกล่าวกับนักข่าวในกรุงแคนเบอร์รา ออสเตรเลีย
ทั้งนี้ ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวลง ขณะที่ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้งในช่วงเช้าวันจันทร์ โดยราคาน้ำมันดิบมาตรฐานของสหรัฐฯ แตะระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลชั่วขณะ
นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ได้กล่าวถึงแผนการระยะยาวที่จะต่อต้านรัฐบาลอิหร่าน ซึ่งเป็นรัฐที่ให้การสนับสนุนกลุ่มฮามาส และเป็นผู้ก่อเหตุโจมตีอิสราเอลอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2023 ซึ่งอิสราเอลได้ตอบโต้ด้วยการทำลายล้างฉนวนกาซา
อิสราเอลยังได้ขยายปฏิบัติการภาคพื้นดินต่อต้านกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งเป็นพันธมิตรกับอิหร่านในเลบานอน พร้อมทั้งเตือนว่าจะมีการปฏิบัติการระยะยาวในประเทศนั้น
พลตรี เอฟฟี เดฟริน โฆษกกองทัพอิสราเอล กล่าวว่า “ประชาชนชาวอิสราเอล เราจะต้องต่อสู้กับอิหร่านและฮิซบอลเลาะห์อีกหลายสัปดาห์”
กองกำลังอิสราเอลได้รับคำสั่งให้ทำลายสะพานที่พวกเขาอ้างว่ากลุ่มฮิซบอลเลาะห์ใช้ข้ามแม่น้ำลิทานี ซึ่งเป็นแม่น้ำสำคัญที่อยู่ห่างจากชายแดนไปทางเหนือ 30 กิโลเมตร (20 ไมล์)
กระทรวงสาธารณสุขของเลบานอนรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตในเลบานอนมากกว่า 1,000 คน นับตั้งแต่ที่อิสราเอลเริ่มโจมตี และมีผู้พลัดถิ่นมากกว่าหนึ่งล้านคน
ที่ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงสถานการณ์ประจำวัน โดยนายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลางยกระดับความตึงเครียดขึ้น โดยคู่ขัดแย้งหลักรวมถึงกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ยังคงโจมตีตอบโต้กันอย่างต่อเนื่อง และมีการโจมตีประเทศสมาชิกคณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ หรือ GCC ด้วย แต่ส่วนใหญ่สามารถสกัดกั้นไว้ได้ นอกจากนี้ยังมีการโจมตีโดยอิหร่านไปยังพื้นที่ใกล้ศูนย์วิจัยนิวเคลียร์ของอิสราเอลในเมืองดีโมนาและเมืองอารัด ทำให้มีผู้บาดเจ็บหลายราย ซึ่งในชั้นนี้ยังไม่ได้รับรายงานว่ามีคนไทยได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยภายหลังผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ออกมาเรียกร้องให้ทุกฝ่ายให้ความสำคัญกับการลดระดับความตึงเครียดและการปกป้องพลเรือน
นอกจากนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ กำลังประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสายการบินเอลอัลของอิสราเอล ซึ่งคาดว่าจะเปิดทำการบินในวันที่ 27 มีนาคมนี้ เพื่อดำเนินการส่งร่างผู้เสียชีวิตกลับประเทศไทยต่อไป.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กกพ.เคาะค่าไฟ เพิ่มขึ้น7สตางค์ หน่วยละ3.95บ.
กกพ.จ่อพิจารณาค่าไฟงวด พ.ค.-ส.ค.เพิ่มเติม เปิดแนวทางดูแลภาระหนี้
ห้ามปรับราคา! ล็อก71รายการ สต๊อกพอ2เดือน
พณ.ขยับง้างกฎเหล็กคุม 59 สินค้าจำเป็นต่อการดำรงชีพ
โผครม.35คนปกรณ์แทนปื๊ด
ว่าที่ รมต.ส่งเอกสารตรวจสอบคุณสมบัติอย่างคึกคัก เปิดโผ ครม.สะเด็ดน้ำ 35 คน ลุ้นอีก 1 ชื่อยังไม่เคาะ ไร้คนของ "พปชร."
ทุกปั๊มต้องมีนํ้ามัน นายกฯสั่งในสัปดาห์นี้ขายทุกสถานี/พิพัฒน์ไม่ฟันธงไอ้โม่ง
“อนุทิน” สั่งสัปดาห์นี้จะไม่มีสถานีบริการใดบอกว่าไม่มีน้ำมันขาย!
ต้นทุนดันค่าFtพุ่ง58สต. กกพ.ชงอุ้ม‘เปราะบาง’
กกพ.ชี้สงครามกระทบต้นทุน LNG พุ่ง ดันเอฟทีแตะ 58 สตางค์/หน่วย
ทรัมป์ขีดเส้นเปิดฮอร์มุซ ‘อิหร่าน’ขู่เจอโต้ตาต่อตา
กต.ย้ำขอคนไทยในพื้นที่เสี่ยงเร่งออกนอกพื้นที่ สงครามตะวันออกกลางเข้าสู่สัปดาห์ 4

