กกพ.เคาะค่าไฟ เพิ่มขึ้น7สตางค์ หน่วยละ3.95บ.

กกพ.จ่อพิจารณาค่าไฟงวด พ.ค.-ส.ค.เพิ่มเติม เปิดแนวทางดูแลภาระหนี้ กฟผ.หรือตรึงหนี้ไว้ก่อน พร้อมเผยหากงวด ก.ย.-ธ.ค.ไม่มีเครื่องมือช่วยเหลือค่าไฟแพงขึ้นแน่นอน เคาะแนวทางปรับขึ้นจริงประมาณ 7 สตางค์ต่อหน่วย แตะหน่วยละ 3.95 บาท

เมื่อวันที่ 23 มีนาคม นายวรวิทย์ ศรีอนันต์รักษา กรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่า ในความเห็นส่วนตัวมองว่าแนวโน้มค่าไฟฟ้างวดใหม่เดือน พ.ค.-ส.ค. 69 มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นจากงวดปัจจุบัน เนื่องจากผลกระทบสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ผันผวน โดยราคา LNG ตลาดจร (Spot) ขยับมาอยู่ที่ 25 เหรียญสหรัฐฯ ต่อล้านบีทียู เบื้องต้น กกพ.คำนวณค่าไฟงวดใหม่ จะอยู่ที่หน่วยละ 3.95 บาท สูงกว่าค่าไฟฟ้างวดปัจจุบัน (ม.ค.-เม.ย.) อยู่ที่หน่วยละ 3.88 บาท หรือเพิ่มขึ้น 7 สตางค์ 

 “ส่วนตัวเห็นว่าค่าไฟฟ้าควรสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง หากภาคนโยบายอาจจะตรึงค่าไฟฟ้างวดใหม่ แต่ก็ต้องส่งสัญญาณให้ภาคธุรกิจอุตสาหกรรมรวมถึงประชาชนได้รับรู้ข้อเท็จจริง เพื่อส่งสัญญาณถึงการประหยัดพลังงานในช่วงที่ประเทศได้รับผลกระทบจากวิกฤตสงครามในตะวันออกกลาง และได้ปรับตัวรับมือกับสถานการณ์ สิ่งที่กังวลคือค่าไฟฟ้างวดเดือน ก.ย.-ธ.ค. 69 หากสถานการณ์สงครามยืดเยื้อราคาจะ LNG ปรับขึ้น เนื่องจากเข้าสู่ฤดูหนาว โดยเราไม่มีเครื่องมือช่วยพยุงค่าไฟฟ้า แต่ กฟผ.ยังต้องแบกรับภาระหนี้คงค้างและดอกเบี้ยจ่ายอยู่ อาจจะทำให้อัตราค่าไฟฟ้าปรับขึ้นทะลุ 4 บาทต่อหน่วย แต่ภาคธุรกิจทำสัญญาซื้อขายสินค้าโดยประเมินค่าไฟฟ้าในอัตราที่ต่ำก็อาจจะได้รับผลกระทบได้ ยอมรับว่าขณะนี้ทางอียูมีการเร่งซื้อ LNG เพื่อเก็บสต๊อกไว้ใช้ เพื่อรับมือสงครามยืดเยื้อและใช้ในฤดูหนาว ทำให้ราคาในตลาดโลกผันผวนหนัก” นายวรวิทย์ กล่าว

นายวรวิทย์ระบุว่า เบื้องต้น กกพ.จะคำนวณตามสูตรการปรับค่าเอฟทีออกเป็น 3 กรณี คือกรณีที่ 1 หากไม่มีมาตรการใดๆ เข้าไปช่วยเหลือสะท้อนต้นทุนค่าเชื้อเพลิง เงินเรียกเก็บเพื่อชดเชยต้นทุนคงค้าง (เอเอฟ) ที่เกิดขึ้นจริงของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ที่จะได้รับเงินที่รับภาระต้นทุนค่าเชื้อเพลิงและค่าซื้อไฟฟ้าแทนประชาชนรวม 36,000 ล้านบาท ทำให้ค่าไฟฟ้าเดือน พ.ค.-ส.ค. 2569 จะปรับขึ้นจากปัจจุบันหน่วยละ 3.88 บาท เพิ่มเป็นหน่วยละ 4.59 บาท หรือเพิ่มขึ้นหน่วยละ 70 สตางค์

กรณีที่ 2 ไม่มีการชำระเงินคงค้างจ่าย (เอเอฟ) กฟผ.ที่เหลือจำนวน 36,000 ล้านบาท แต่จะส่งผลกระทบต่อสถานะของ กฟผ. ค่าไฟฟ้างวดใหม่จะอยู่ที่หน่วยละ 4.08 บาท หรือเพิ่มขึ้น 0.20 สตางค์ และกรณีที่ 3 กกพ.นำเงินคลอแบ็ก (clawback) 9,400 ล้านบาทมาช่วยลดค่าไฟฟ้าทั้งหมด และยังไม่มีการชำระคืนเงินค้างจ่ายเอเอฟ กฟผ.จำนวน 36,000 ล้านบาท ทำให้ค่าไฟฟ้าปรับขึ้นจริงประมาณหน่วยละ 7 สตางค์ต่อหน่วย มาอยู่ที่หน่วยละ 3.95 บาท

ทั้งนี้ ตัวเลขอัตราค่าไฟดังกล่าวข้างต้นยังมีโอกาสเปลี่ยนแปลงได้ เนื่องจากราคาก๊าซ LNG มีความผันผวน โดยจะมาพิจารณาราคาอีกครั้งระหว่างวันที่ 23-24 มี.ค. 69 เพื่อใช้คำนวณตามสูตรค่าไฟฟ้า ก่อนเสนอคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานในวันที่ 25 มี.ค.นี้ หลังจากนั้นสำนักงาน กกพ.จะดำเนินการเปิดรับฟังความคิดเห็นค่าไฟฟ้าผันแปร (เอฟที) สำหรับการเรียกเก็บค่าไฟฟ้าในงวดเดือนพ.ค.-ส.ค. 69 ซึ่งภาคนโยบายได้ส่งสัญญาณว่าจะมีการตรึงค่าไฟฟ้างวดใหม่ที่หน่วยละ 3.88 บาท โดยจะหากลไกต่างๆมาใช้เพื่อให้ค่าไฟฟ้าไม่ปรับขึ้น เพราะต้องการลดภาระให้ประชาชน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันพุธที่ 25 มี.ค. สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) จะแถลงข่าวชี้แจงผลการคำนวณค่าไฟฟ้าตามสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ (ค่าเอฟที) และข้อเสนอทางเลือกเพื่อเปิดรับฟังความคิดเห็นประกอบการพิจารณาเพื่อประกาศเรียกเก็บค่าไฟฟ้าในรอบเดือน พ.ค.-ส.ค. 69 อย่างเป็นทางการอีกครั้ง. 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โผครม.35คนปกรณ์แทนปื๊ด

ว่าที่ รมต.ส่งเอกสารตรวจสอบคุณสมบัติอย่างคึกคัก เปิดโผ ครม.สะเด็ดน้ำ 35 คน ลุ้นอีก 1 ชื่อยังไม่เคาะ ไร้คนของ "พปชร."