ชาวบ้านอ่วม!ขู่ปิดถนนเอเชีย

เดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า! ช็อกน้ำมันขึ้นพรวด 6 บาท ม็อบชาวนาบุกอำเภอยื่น 3 ข้อเรียกร้อง ขีดเส้น "นายกฯ หนู" 7 วัน แก้ไม่ได้ขู่ปิดถนนสายเอเชีย "เกาะช้าง" อ่วม ทำนิวไฮทะลุ 52 บาท "รถรับจ้าง-ร้านอาหาร" วอนรัฐช่วยด่วนก่อนไปต่อไม่ไหว "เรือประมงพื้นบ้านสงขลา" หลายลำหยุดออกทะเล "ท่องเที่ยวขอนแก่น" โอดหนักกว่าโควิด

จากกรณีคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ประกาศช่วง 22.00 น. วันที่ 25 มี.ค. ปรับขึ้นราคาน้ำมันกลุ่มเบนซินและดีเซล ลิตรละ 6 บาท มีผลตั้งแต่เวลา 05.00 น. วันที่ 26 มีนาคมนั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ช่วงดึกจนถึงช่วงเช้าวันที่ 26 มีนาคม ก่อนตี 5 คนกรุงเทพฯ จำนวนมากออกจากบ้านพักกลางดึก ขับรถยนต์และรถจักรยานยนต์ต่อคิวยาวเติมน้ำมันตามปั๊มน้ำมันทั่วกรุง

เช่นเดียวกับปริมณฑล อย่าง จ.สมุทรปราการ ปั๊มน้ำมันหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นถนนเทพรัตนหรือถนนบางนาตราด ถนนเทพารักษ์ ถนนศรีครินทร์ มีประชาชนแห่ต่อคิวเติมน้ำมันทุกชนิด และหลายปั๊มพบว่าน้ำมันดีเซลหมด โดยคนขับรถขนส่งหลายคนบอกว่า พอน้ำมันปรับราคาเพิ่มขึ้นก็จำใจต้องเติมต้องใช้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หลังจากนี้ก็ต้องไปพูดคุยเรื่องปรับราคาค่าขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้นแน่นอน

ที่ จ.ปทุมธานี ทุกปั๊มมีรถเข้าแถวรอคิวอย่างหนาแน่นยาวเหยียดออกมาถึงไหล่ทางถนนสายหลัก จากการสอบถามประชาชนที่มารอคิวระบุว่า การปรับขึ้นราคาน้ำมันรวดเดียว 6 บาท ถือว่าสูงมากอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน

ที่ จ.เชียงใหม่ เช้านี้หลายปั๊มเต็มไปด้วยผู้ใช้รถออกมาเติมน้ำมันกันเนืองแน่น แต่รถที่ใช้น้ำมันดีเซล อย่างรถกระบะ รถบรรทุกหลายคันมารอคิวเก้อ เพราะน้ำมันดีเซลหมด และแจ้งว่าจะมาส่งช่วงตอนสาย โดยคุณยายมิ้นนำรถกระบะมาจอดรอตั้งแต่ 7 โมงเช้า บอกว่าอยู่ๆ รัฐบาลประกาศขึ้นราคาพรวดเดียว 6 บาท กลางดึก เหมือนโดนบังคับให้ซื้อน้ำมันแพง แต่จะถูกจะแพงต้องขับรถออกไปทำมาหากินอยู่ดี

พนักงานขับรถส่งพัสดุบอกว่า รู้สึกแย่มากๆ กับการประกาศขึ้นราคากลางดึกที่หลายปั๊มปิดแล้ว ทำให้หลายคนเลือกไม่ได้ ต้องเติมน้ำมันแพงขึ้นทีเดียวถึง 6 บาท ด้านไรเดอร์ส่งอาหารต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าวันนี้คงเหลือเงินกลับบ้านไปเลี้ยงดูครอบครัวน้อยลงแน่นอน อยากให้แอปฯ ปรับเงื่อนไขช่วยเหลือไรเดอร์บ้าง

ที่ จ.พิษณุโลก ผู้สื่อข่าวออกสำรวจสถานีบริการน้ำมันตามปั๊มต่างๆ ในเขตอำเภอเมือง พบว่าบางปั๊มน้ำมันหมดตั้งแต่ช่วงดึก โดยเฉพาะน้ำมันดีเซล  ส่วนที่ปั๊มบางจาก สาขาถนนบรมไตรโลกนาถ นายชินวัตร สิงหะ ทำงานที่มหาวิทยาลัยนเรศวร เปิดเผยว่า แม้ว่าน้ำมันจะขึ้นถึงลิตรละ 6 บาท และยังมีแนวโน้มปรับราคาขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งประชาชนต้องปรับตัว โดยตนจะค่อยๆ เติมน้ำมันอย่างต่อเนื่อง ให้มีน้ำมันเกินครึ่งถังไว้ก่อน เพราะต้องใช้รถยนต์ไปทำงานทุกวัน และต้องวางแผนการใช้เงินให้ประหยัดมากขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ปั๊มน้ำมัน PT ตำบลพรหมพิราม อำเภอพรหมพิราม ได้เริ่มวันแรกของโครงการ “น้ำมันเพื่อเกษตรกร” โดยจังหวัดขอโควตาน้ำมันจากกรมธุรกิจพลังงาน จำนวน 3,297,233 ลิตร เพื่อนำมาจัดสรรให้เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียน ในอัตราไร่ละ 5 ลิตร ครอบคลุมพื้นที่เกษตรรวม 659,446.52 ไร่ และเกษตรกรจำนวน 43,952 ราย โดยกำหนดช่วงเวลาดำเนินโครงการตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค.ถึงสิ้นเดือน เม.ย.นี้

ที่บริเวณลานจอดรถ หน้าที่ว่าการอำเภอพิชัย จ.อุตรดิตถ์ นายจีรพงษ์ แป้นเพ็ชร ตัวแทนพี่น้องเกษตรกรจังหวัดอุตรดิตถ์ และนายแหลม สีหาราช อดีตผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 2 ตำบลคอรุม อำเภอพิชัย พร้อมด้วยตัวเกษตรกรทำนาปลูกข้าวอำเภอพิชัย เกือบ 100 คน รวมตัวกันพร้อมด้วยรถเครื่องขยายเสียงขนาดใหญ่ เรียกร้องขอให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาน้ำมันและราคาข้าวตกต่ำ

"ถ้าราคามันจะขึ้นไปถึง 50 บาท ทำอย่างไรพี่หนู จะบอก พี่หนูก็ลดสักหน่อย 1.ภาษีสรรพสามิต จากลิตรละ 6-7 บาท พี่หนูก็ลดให้เหลือ 2-3 บาท 2.ภาษีมูลค่าเพิ่มในของน้ำมันมี 3 ส่วนด้วยกัน ภาษีสรรพสามิตและภาษีมูลค่าเพิ่ม 3.ภาษีค่าโรงกลั่น ลดลงหน่อย จะทำให้ราคาน้ำมันถูกลงทันทีเลย แต่พี่หนูไปฟังลิ่วล้อจนประเทศชาติวิกฤตไปหมดแล้ว นี่คือเรื่องน้ำมันรีบแก้ซะ ถ้าแก้ไม่ได้ อย่าไปอยู่ พี่หนูลาออกไปซะ อย่าไปอยู่เลย เปลืองภาษีของพี่น้องเกษตรกรเรา" นายจีรพงษ์ระบุ

นายแหลม อดีตผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 2 ตำบลคอรุม ได้เสนอข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล ดังนี้ 1.ตรึงราคาน้ำมันให้อยู่ในราคาที่เหมาะสม และจัดหาน้ำมันให้เกษตรกรให้ทั่วถึงและเป็นธรรม โดยการใช้คูปองให้เกษตรกร 2.ดูแลส่วนต่างราคาข้าวเปลือกบวก ต้องไม่น้อยกว่า 10,000 บาทต่อตัน 3.ช่วยเหลือต้นทุนการผลิตให้กับเกษตรกรไร่ละ 2,000 บาท ครัวเรือนละ 10 ไร่

ทั้งนี้ ตัวแทนกลุ่มเกษตกรได้ทำหนังสือยื่นข้อเรียกร้องถึงนายอำเภอพิชัยผ่านไปถึงนายกรัฐมนตรี พร้อมประกาศว่า ภายใน 7 วัน ถ้ารัฐบาลแก้ปัญหาตามที่เกษตรกรเรียกร้องไป 3 ข้อไม่ได้ จะมีการยกระดับไปปิดถนนสายเอเชียที่ 11 พิษณุโลก อุตรดิตถ์ เด่นชัย ทันที 

ที่ จ.ขอนแก่น นายปราโมทย์ เจริญศิลป์ นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย ระบุว่า การปรับขึ้นราคาน้ำมันลักษณะก้าวกระโดดเช่นนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทำให้เกษตรกรทั่วประเทศ “ช็อก” ทั้งด้านราคาและการเข้าถึงน้ำมัน ในหลายพื้นที่ไม่มีน้ำมันขายให้เกษตรกร เฉพาะเช้านี้ได้รับการร้องเรียนจากสมาชิกแล้ว 17 จังหวัด ว่ากำลังจะเกี่ยวข้าว แต่ตามปั๊มไม่มีน้ำมันจำหน่าย

ด้าน น.ส.ณัฏฐิญา ตันทสุข นายกสมาคมท่องเที่ยวและไมซ์จังหวัดขอนแก่น และรักษาการประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว จ.ขอนแก่น เปิดเผยว่า ผู้ประกอบการโรงแรมต่างๆ บอกว่ามีการเลื่อนและยกเลิกการจองที่พักไปแล้วลดลงแบบครึ่งต่อครึ่ง รวมทั้งการจัดการประชุมสัมมนาหรืองานสังสรรค์ต่างๆ ก็ยกเลิกและเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่หนักกว่าโควิด ที่สำคัญเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึง โรงแรมทุกแห่งล้วนถูกยกเลิกการจอง             

ที่เกาะช้าง จ.ตราด หลังปรับขึ้นราคาน้ำมัน 6 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาน้ำมันทุกประเภทบนเกาะช้าง มีราคาสูงกว่าราคาบนฝั่งถึง 3 บาท โดยน้ำมันดีเซลราคา 41.69 บาทต่อลิตร, น้ำมันเบนซิน 52.39 บาทต่อลิตร, แก๊สโซฮอล์ 95  ราคา 43.80 บาทต่อลิตร, แก๊สโซฮอล์ 91 ราคา 43.43 บาทต่อลิตร, แก๊สโซฮอล์ E20 บาท ราคา 38.80 บาทต่อลิตร 

นายวสันต์ รุ่งมณี ตัวแทนผู้ขับรถโดยสารสาธารณะพื้นที่เกาะช้าง กล่าวว่า เดือดร้อนอย่างหนัก เพราะเป็นการปรับขึ้นที่รุนแรงเกินไป ต่างจากการปรับขึ้นทีละ 0.50 บาท หรือ 1 บาท ที่พอจะประคองตัวได้ จะรอดูสถานการณ์น้ำมันอีก 1 สัปดาห์ หากราคามีแนวโน้มลดลงจะตรึงราคาเดิมต่อไป แต่หากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ต่อไปอาจจะวิ่งรถไม่ไหว เนื่องจากต้นทุนสูง แต่จำนวนผู้โดยสารกลับน้อยลงอย่างมาก

นางนันทวรรณ สังข์ทอง แม่ค้าอาหารตามสั่งบนเกาะช้าง ให้ข้อมูลไปในทิศทางเดียวกันว่า เมื่อราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นรวดเดียวถึง 6 บาท ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่มาถึงธุรกิจร้านอาหารทันที เนื่องจากต้นทุนการขนส่งและวัตถุดิบต่างพากันปรับตัวสูงขึ้นตามค่าน้ำมัน ซึ่งร้านตนยังไม่ปรับขึ้นราคาอาหาร แต่อาจจะลดปริมาณอาหารลงแทน

ที่ จ.พัทลุง นายกฤษณ์ เชาว์บวร ประธานสภาอุตสาหกรรมกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย  เผยว่า ได้รับผลกระทบจากวิกฤตน้ำมัน ซึ่งในเครือข่ายได้ชะลอตัวไปแล้ว 30-40% โดยเฉพาะงานในกลุ่มใช้น้ำมัน เช่น รถหนัก รถเบา เครื่องจักรกล ฯลฯ ทั้งนี้ รัฐบาลจะต้องบอกความจริงกับประชาชน เพื่อให้ทุกฝ่ายทุกคนได้ตื่นตัวและรอบคอบกับการใช้น้ำมัน รวมทั้งการปรับราคาน้ำมันควรปรับประมาณ 00.50 บาท/สัปดาห์ อย่ากระชากราคาน้ำมัน นอกจากนี้ต้องจัดสรรปันส่วนเหมาะสม เพื่อให้ทุกฝ่ายประกอบอาชีพและทำงานได้ เศรษฐกิจจะได้ไม่ต้องหยุดชะงัก

ที่ อ.เบตง จ.ยะลา เกษตรกรชาวสวนทุเรียนเบตงที่นำรถยนต์ออกมาเข้าคิวรอเติมน้ำมัน บอกว่า ปรับราคาน้ำมันขึ้นทีเดียว 6 บาทต่อลิตรนั้น ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าครองชีพและค่าใช้จ่ายในการเติมน้ำมันใส่ปั๊มน้ำเพื่อรดน้ำต้นทุเรียน โดยเฉพาะตนที่ใช้รถยนต์ในการเข้าทำสวนและสวนเป็นเนินเขาต้องใช้น้ำมันวันละไม่ต่ำกว่า 30 ลิตร ทำให้ต้องวิ่งตระเวนเติมน้ำมันทุกวัน

ที่ชายหาดนาทับ หมู่ 11 ต.นาทับ อ.จะนะ จ.สงขลา ซึ่งมีชาวประมงพื้นบ้านมากที่สุดแห่งหนึ่งในจังหวัด พบว่าชาวประมงนำเรือขึ้นมาจอดบนชายหาดจำนวนมาก นางรอกีบ๊ะ เหลาะเหล็ม ชาวประมงพื้นบ้าน บอกว่า ก่อนหน้านี้ตนกับสามีและลูกน้องจะพากันออกทะเลไปจับปลาตั้งแต่ช่วงตี 5 และกลับเข้าฝั่ง 11.00 น. โดยแต่ละวันจะออกทะเลไปไกลจากชายฝั่งเกือบ 10 กิโลเมตร เนื่องจากมีสัตว์น้ำให้จับจำนวนมาก แต่หลังจากราคาน้ำมันปรับขึ้น ทำให้ต้องลดระยะทางลงเหลือไม่เกิน 4-5 กิโลเมตร เพื่อประหยัดน้ำมัน และทำให้จับสัตว์น้ำได้น้อยลง ที่สำคัญยังส่งผลต่อรายได้ลดลง จากเดิมวันละเกือบ 1,000 บาท แต่ตอนนี้เหลือ 500-600 บาท อีกทั้งยังงดจ้างลูกน้องด้วย ส่วนราคาสัตว์น้ำที่จับมาได้ก็ยังขายราคาเดิม และหากราคาน้ำมันยังขึ้นต่อเนื่อง คงต้องปรับราคาสัตว์น้ำที่ขายขึ้นแน่นอน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง