แกนนำเพื่อไทยรุดเข้าตึกไทยคู่ฟ้า หารือนายกฯ คืบหน้าตั้งรัฐบาลใหม่ เร่งวางแผนนโยบาย เพื่อรับมือวิกฤตพลังงาน "ปกรณ์" ปัดตอบนั่งมือกฎหมายรัฐบาล บอกเอาเรื่อง ปชช.ก่อน "ศรีสุวรรณ” ร้องนายกฯ ตรวจสอบคุณสมบัติ “สุริยะ-ประเสริฐ-สุดาวรรณ” ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่
ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 26 มีนาคม เวลาประมาณ 14.00 น. ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ มีรายงานว่า แกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) นำโดยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เดินทางออกจากตึกไทยคู่ฟ้า ซึ่งเป็นที่ประชุม ครม.นัดพิเศษ โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เดินออกมาส่งที่หน้าตึกไทยคู่ฟ้า พร้อมกับนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม, นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย
ด้านนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เปิดเผยว่า ตนและนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ได้เดินทางไปยังทำเนียบรัฐบาลตามที่ได้รับการประสานจากทางนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เพื่อหารือความคืบหน้าในการจัดตั้งรัฐบาล และแนวทางในการจัดทำร่างนโยบายเพื่อแถลงต่อที่ประชุมรัฐสภา
"วันนี้มาพบท่านนายกรัฐมนตรีตามที่ได้ประสานงานกันไว้ล่วงหน้า เพื่อมาหารือความคืบหน้าในการจัดตั้งคณะรัฐบาล ซึ่งก็จะดูว่ามีความคืบหน้าเช่นไร ขณะเดียวกันเราจะได้มาพูดคุยแนวคิดในการจัดทำนโยบายสำหรับรัฐบาลใหม่ที่จะมีการจัดตั้งขึ้นด้วย"
นายจุลพันธ์กล่าวต่อว่า ในส่วนของพรรคเพื่อไทยเองก็มีความห่วงใยปัญหาราคาน้ำมัน โดย สส.พรรคเพื่อไทยได้แสดงความเห็น ข้อเสนอแนะ แนวทางการแก้ปัญหาต่างๆ ไว้ในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวานนี้
“ผมเชื่อว่ารัฐบาลรักษาการปัจจุบันคงได้รับทราบแนวทางที่เราได้เสนอแนะ และตระหนักได้ถึงความวิตกกังวลถึงความเดือดร้อนของประชาชนอยู่แล้ว จึงขอให้กำลังใจทุกฝ่ายเพื่อให้รีบตั้งรัฐบาลใหม่ได้โดยเร็ว เพื่อมีอำนาจเต็มในการปฏิบ้ติหน้าที่รับมือและแก้ไขสถานการณ์วิกฤตน้ำมันให้ผ่านพ้นได้โดยเร็ว” นายจุลพันธ์กล่าว
ด้านนายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ปฏิเสธให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ปรากฏรายชื่อนั่งในตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย ในรัฐบาลอนุทิน 2 พร้อมโบกมือปัดที่จะตอบคำถาม ก่อนจะบอกว่า เอาเรื่องประชาชนก่อน
เมื่อถามว่า จำเป็นต้องมีการแก้ไขกฎหมายอะไรหรือไม่ นายปกรณ์กล่าวว่า ยังไม่ต้อง เพราะมีมาตรการอยู่แล้ว เมื่อถามว่าจะได้เจอกันที่ตึกบัญชาการ 1 ซึ่งเป็นห้องทำงานของรองนายกฯ ใช่หรือไม่ นายปกรณ์ไม่ตอบเพียงหันมายิ้มให้ผู้สื่อข่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การปรากฏตัวของนายปกรณ์ครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกหลังมีรายชื่อติดโผรัฐบาลอนุทิน 2 แทนนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตรองนายกฯ โดยวันเดียวกันนี้ นายปกรณ์มาร่วมประชุม ครม.นัดพิเศษกับนายกรัฐมนตรี
ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน เดินทางมายื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้ตรวจสอบคุณสมบัตินายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ, นายประเสริฐ จันทรรวงทอง และ น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล ซึ่งเป็นบุคคลที่พรรคเพื่อไทยเสนอให้พิจารณาเป็นรัฐมนตรี มีคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 160 (4) (5) อันเกี่ยวกับการมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์และมีพฤติการณ์ขัดจริยธรรมหรือไม่
นายศรีสุวรรณกล่าวว่า สืบเนื่องจากนายสุริยะเคยถูกร้องเรียนเกี่ยวกับกรณีที่ซื้อเครื่องบินเจ็ตหรู Gulfstream G550 จากนายเบน สมิธ โดยนายสุริยะยอมรับซื้อเครื่องบินลำดังกล่าวจริง ซื้อเมื่อปี 67 ในราคา 862 ล้านบาท แต่อ้างแจ้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แค่ 30 ล้านบาท ตามสัดส่วนถือครอง ซึ่งนายเบน สมิธ เป็นบุคคลที่ถูกออกหมายจับร่วมกับภรรยา ข้อหาตุ๋นนักธุรกิจลงทุนข้ามชาติหลายโครงการ นอกจากนั้นยังโดนสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) มีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งยึดทรัพย์ของเครือข่ายให้ตกเป็นของแผ่นดินในคดีเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน ขบวนการสแกมเมอร์ รวมกว่า 13,074 ล้านบาท การไปคบหาซื้อทรัพย์จากบุคคลดังกล่าว อาจเข้าข่ายขัดจริยธรรมอย่างร้ายแรงได้
นายศรีสุวรรณกล่าวอีกว่า ขณะที่นายประเสริฐ ถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ตรวจสอบเส้นทางการเงินและพฤติการณ์ของกลุ่มธุรกิจ “สแกนม่านตาแลกเหรียญคริปโตเคอร์เรนซี” ภายใต้โครงการ Worldcoin ซึ่งส่อเค้าเกี่ยวพันกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและการฟอกเงินระดับโลก ส่วน น.ส.สุดาวรรณ ถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษออกหมายเรียกร่วมกับเครือญาติในข้อกล่าวหาฐานความผิด ร่วมกันบุกรุกเข้าไปยึดถือ ครอบครองและทำประโยชน์โดยการขุดบ่อเก็บกักน้ำในที่ดินซึ่งตนไม่ได้มีสิทธิ อันเป็นที่ดินของรัฐและที่ดินสาธารณประโยชน์สำหรับประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกันและเป็นที่ป่า โดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9 ประกอบ 108 ทวิ วรรคสอง และมาตรา 54 มาตรา 55 ประกอบมาตรา 72 ตรี แห่ง พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 360 แห่งประมวลกฎหมายอาญา
“เรื่องของคุณสมบัติของรัฐมนตรีนั้น ศาลรัฐธรรมนูญได้วางแนวไว้ในคำวินิจฉัยที่ 21/2567 โดยให้ความหมายของคําว่า ซื่อสัตย์และคําว่าสุจริตว่า มิใช่เป็นเพียงเรื่องการกระทําทุจริตหรือประพฤติมิชอบเท่านั้น แต่ต้องเป็นการกระทําให้วิญญูชนทั่วไปที่ทราบพฤติการณ์หรือการกระทํานั้นแล้ว ยอมรับว่าเป็นผู้มีความซื่อสัตย์สุจริต จึงจะถือได้ว่าเป็นผู้มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ด้วย การตรวจสอบคุณสมบัติจึงไม่ได้พิจารณาเพียงแค่เคยต้องคดีหรือมีคำพิพากษาของศาลหรือมีลักษณะต้องห้ามแล้วเท่านั้น องค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน จึงนำความมาร้องต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติของ 3 บุคคลดังกล่าว หากเพิกเฉยก็จะนำคำร้องไปร้องให้ผู้ตรวจการแผ่นดินเสนอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยต่อไป" นายศรีสุวรรณระบุ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เขมรยิงก่อกวน! อ้างสถานทูตจีน ให้คุมสแกมเมอร์
ผบ.ฉก.นย.ตราดตรวจแนวรบชายแดน ชำราก-ทมอดา-บ้านสามหลัง
‘ฝ่ายค้าน’คุยโว แก้วิกฤตดีกว่า ซัดกักตุนฉ้อฉล
น้ำมันขึ้น 6 บาทเป็นพิษ คนเก่งมาเพียบ! ฝ่ายค้าน-สว.จับมือถล่มรัฐบาล
ชาวบ้านอ่วม!ขู่ปิดถนนเอเชีย
เดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า! ช็อกน้ำมันขึ้นพรวด 6 บาท ม็อบชาวนาบุกอำเภอยื่น 3 ข้อเรียกร้อง
ลดภาษีสรรพสามิต กองทุนฯแบกไม่ไหวขึ้น6บาท/ลิตรทะลุ50อยู่ที่สถานการณ์
"นายกฯ" ถกด่วน "ครม.นัดพิเศษ" หลังปรับราคาน้ำมันพรวดเดียว 6 บาท
อดีตหมอใหญ่ขยับ‘พล.ต.อ.’
"รมว.ยธ." ยันพิจารณาพักโทษ "ทักษิณ" ทัน 11 พ.ค. เรื่องยังอยู่ที่คณะกรรมการเรือนจำ "ก.ตร." ไฟเขียวนายพลสีกากี 60 ตำแหน่ง
สส.โชว์ซื้อข้าวกินเอง
“อนุทิน” เผย “วันนอร์” ตอบรับนั่งประธานคณะที่ปรึกษานายกฯ แล้ว

