ทูลเกล้าฯครม.หนู2จันทร์นี้

นายกฯ เผยทูลเกล้าฯ ถวายรายชื่อ “ครม.อนุทิน 2” จันทร์ที่ 30 มี.ค.นี้ ถ้าทุกอย่างเรียบร้อย ประเดิมรายแรก! “สุดาวรรณ” ตรวจคุณสมบัติรัฐมนตรีไม่ผ่าน ส่ง “นิกร โสมกลาง” คนสนิทเสียบแทน รัฐบาลอนุทิน 2 เตรียมออกคนละครึ่งทันทีหลังมี ครม.ใหม่

เมื่อวันศุกร์ที่ 27 มี.ค. มีความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่น่าสนใจ หลังการยื่นเอกสารเพื่อตรวจสอบประวัติและคุณสมบัติผู้มาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในรัฐบาลอนุทิน 2 เมื่อปรากฏว่า น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ซึ่งมีชื่อนั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ตรวจสอบคุณสมบัติรัฐมนตรีแล้วไม่ผ่าน ซึ่งสาเหตุน่าจะมาจากกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษได้ออกหมายเรียก น.ส.สุดาวรรณ พร้อมด้วยนายวีรศักดิ์ หรือกำนันป้อ บิดา และนางยลดา หรือเจ๊หน่อย หวังศุภกิจโกศล ในฐานะกรรมการบริษัท แป้งมันเอี่ยมอีสาน จำกัด เพื่อเข้ารับทราบข้อกล่าวหาคดี บุกรุกที่สาธารณประโยชน์หาดสวนยา ในพื้นที่ อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี เพื่อขุดบ่อน้ำกักเก็บของโรงงานเนื้อที่รวมกว่า 16 ไร่

ทั้งนี้ ตำแหน่งดังกล่าวจะยังเป็นโควตาของ น.ส.สุดาวรรณ จึงจะส่งนายนิกร โสมกลาง สส.นครราชสีมา ในฐานะคนใกล้ชิดเข้ามารับตำแหน่งแทน โดยจะยื่นตรวจสอบคุณสมบัติที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ทำเนียบรัฐบาล ในวันที่ 27 มี.ค.

ในช่วงค่ำ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.)   ให้สัมภาษณ์ถึงการพูดคุยกับนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำพรรคเพื่อไทย ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 26 มี.ค.ว่า มาในฐานะคุมกระทรวงใหญ่ ทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, กระทรวงแรงงาน และกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งเป็นกระทรวงที่มีความสำคัญ ซึ่งพรรค พท.ต้องมาร่วมในการร่างนโยบายรัฐบาลด้วย

เมื่อถามถึงรายชื่อรัฐมนตรีตรวจสอบคุณสมบัติผ่านหมดแล้วหรือไม่ เพราะมีกระแสข่าวว่าบางรายชื่อมีปัญหา นายอนุทินกล่าวว่า ณ ตอนนี้โอเคแล้ว หวังว่าวันจันทร์ที่ 30 มี.ค. ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงก็จะลงนามนำขึ้นทูลเกล้าฯ   ถวายเพื่อให้มีพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ต่อไป เราพยายามจะให้เร็วที่สุด ตอนนี้พอเป็นรัฐบาลรักษาการซึ่งคงเป็นวีกเอนด์สุดท้ายของรัฐบาลหนู 1 มันก็มีหลายๆ ประเด็นที่ขับเคลื่อนเต็มที่ไม่ได้ เพราะขัดต่อกฎหมายและระเบียบ

เมื่อถามถึงกรณีมีกระแสข่าวชื่อ น.ส.สุดาวรรณ ซึ่งอยู่ในโผ ครม.อนุทิน 2 รายชื่อมีปัญหาคุณสมบัติ ตอนนี้เรียบร้อยแล้วหรือไม่  นายอนุทินกล่าวว่า เรื่องรายชื่อ ครม.มันพูดไม่ได้เลย เพราะต้องมีการโปรดเกล้าฯ ก่อน คนไหนที่มีปัญหาแล้วมีความสุ่มเสี่ยงต่อการขัดต่อรัฐธรรมนูญมันก็มีการเช็กรายชื่ออยู่แล้ว ไม่เสนอหรอก ฉะนั้นทุกพรรคร่วมรัฐบาลที่เสนอรายชื่อ แม้กระทั่งของพรรคภูมิใจไทยเอง ทุกรายชื่อต้องรับการตรวจสอบประวัติ เราไม่ได้ไปจำกัดสิทธิใคร ถ้าคนไหนมีประวัติที่มีปัญหาก็แต่งตั้งไม่ได้  ก็แค่นั้นเอง

ขณะเดียวกัน สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) เตรียมเสนอมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเร่งด่วน เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจท่ามกลางวิกฤตพลังงาน โดยจะเริ่มดำเนินการทันทีคือ โครงการคนละครึ่ง  เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน ซึ่งออกมาอย่างน้อย 1 เฟส หลังจากที่รัฐบาลชุดใหม่มีอำนาจเต็ม แต่ถึงอย่างไรก็ต้องดูในเรื่องของงบประมาณประกอบด้วย จากนั้นต้องเร่งจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 และจึงค่อยดำเนินการโครงการคนละครึ่งเฟสถัดไป ส่วนการช่วยเหลือกลุ่มคนชั้นกลางที่กำลังมีการเรียกร้องอยู่ในขณะนี้ ได้เตรียมไว้หมดแล้ว

วันเดียวกัน นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ลงนามในคำสั่งประกาศสภาผู้แทนราษฎร เรื่องการแต่งกายของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ระบุว่า สืบเนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งและการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ได้ส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ด้านพลังงานและเชื้อเพลิงของประเทศ อันเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิตและเศรษฐกิจของประชาชน เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบและความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น สภาผู้แทนราษฎรจึงได้ดำเนินมาตรการลดการใช้พลังงานอย่างเข้มข้น รวมถึงได้ปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศภายในบริเวณสภาผู้แทนราษฎรให้สูงขึ้น

ดังนั้น ในระหว่างที่ยังไม่มีระเบียบสภาผู้แทนราษฎรว่าด้วยการแต่งกายของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามข้อ 181 วรรคสอง แห่งข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2562 อาศัยอำนาจตามความในข้อ 9 (2) และ (3) แห่งข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2562 ประธานสภาฯ จึงออกประกาศกำหนดการแต่งกายของ สส.ที่ประชุมสภาให้สามารถสวมชุดผ้าไทยหรือเสื้อเชิ้ตสีสุภาพ ผูกเนกไท และสวมกางเกงผ้าขายาวหรือกระโปรงสีสุภาพได้ โดยไม่จำเป็นต้องสวมสูท ทั้งนี้ จนกว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะคลี่คลายกลับสู่สภาวะปกติ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘ขนส่ง’ขึ้นราคา10-35%

พิษดีเซลพุ่ง “สหพันธ์ขนส่ง” เดินหน้าขึ้นค่าขนส่ง 10-35% เริ่ม 1 เม.ย. ชง 7 มาตรการ