ผงะ!PM2.5ทุบสถิติโลก จี้ประกาศ‘เขตภัยพิบัติ’

"เหนือ-อีสาน" อ่วมหนักเผชิญวิกฤต PM2.5 รัฐบาลอ้อแอ้คุยแก้ฝุ่นพิษข้ามแดน “อนุทิน” โยน ผวจ.จัดการ “เมืองปาย-แม่ฮ่องสอน” ตัวเลขกระฉูด 1,357 ทะลุทุกเพดานการวัดคุณภาพอากาศที่เคยบันทึกสถิติไว้ในโลก เข้าขั้นภัยพิบัติรุนแรง ผงะ! แอ่งกระทะมรณะพื้นที่เวียงเหนือถูกครอบด้วยควันไฟป่าเสี่ยงต่อชีวิตทันที “คณะแพทย์ มช.” เตือนวิกฤตกระทบสุขภาพวงกว้าง แนะเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง-สวมหน้ากาก N95 "ปชน." หมายหัว 9 พ่อเมืองเหนือ เตือนซุกปัญหาใต้พรม เชือดด้วย ม.157 บี้ดูแล ปชช.ต้องรีบประกาศเขตภัยพิบัติเร่งด่วน

เมื่อวันจันทร์ น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กรมควบคุมมลพิษ รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในภาพรวมของประเทศยังอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งหลายจังหวัดมีค่าฝุ่นเกินมาตรฐานและอยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยภาคเหนือพบค่าฝุ่นอยู่ในระดับสีแดงหลายจังหวัด อาทิ เชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง ลำพูน น่าน แพร่ พะเยา และตาก ขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือส่วนใหญ่อยู่ในระดับสีส้ม และมีบางพื้นที่อยู่ในระดับสีแดง เช่น นครพนม สะท้อนสถานการณ์ฝุ่นที่ยังน่าเป็นห่วงอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ข้อมูลจุดความร้อนในประเทศ ณ วันที่ 28 มีนาคม 2569 พบสูงถึง 4,291 จุด โดยกว่าร้อยละ 85 อยู่ในพื้นที่ป่า และยังได้รับผลกระทบจากจุดความร้อนในประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะเมียนมาและ สปป.ลาว ประกอบกับทิศทางลมที่พัดเข้าสู่ประเทศไทย ส่งผลให้สถานการณ์ฝุ่นมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น อีกทั้งคาดว่าในช่วง 5-7 วันข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนอาจมีฝนทิ้งช่วง ทำให้ความเสี่ยงการเกิดไฟป่าและการลุกลามเพิ่มสูงขึ้น

น.ส.ลลิดาระบุว่า รัฐบาลได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการกำลังเร่งตรวจหาและดับไฟป่าอย่างต่อเนื่อง พร้อมนำเทคโนโลยี เช่น อากาศยานและโดรน มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าถึงพื้นที่เสี่ยง รวมถึงเร่งรณรงค์เชิงรุกในชุมชนเพื่อลดพฤติกรรมการเผา และแจ้งเตือนประชาชนผ่านระบบ Cell Broadcast อย่างต่อเนื่อง

"ในระดับระหว่างประเทศ กรมควบคุมมลพิษได้ประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน ผ่านกลไกความร่วมมือในภูมิภาคแม่โขง และช่องทาง Hotline Clear Sky เพื่อเร่งลดจุดความร้อนและบรรเทาผลกระทบจากหมอกควันข้ามแดน รัฐบาลขอความร่วมมือประชาชนงดการเผาทุกชนิดอย่างเคร่งครัด และดูแลสุขภาพตนเอง โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง หากมีความจำเป็นต้องออกนอกบ้านควรสวมหน้ากากป้องกันฝุ่น และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด” นางสาวลลิดากล่าว

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ไฟป่าในภาคเหนือได้มีการสั่งการอย่างไรบ้างว่า สั่งการผู้ว่าราชการจังหวัดไปแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ฝุ่นพิษทางภาคเหนือเข้าขั้นวิกฤตถึงขีดสุด โดยเฉพาะที่ ต.เวียงเหนือ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน เพจเฟซบุ๊กเชียงใหม่นิวส์ Chiang Mai News ข่าวเชียงใหม่ รายงานสภาพอากาศจากเว็บไซต์ IQAir รายงานดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) เมื่อช่วงเวลา 12.00 น.ที่ผ่านมา พุ่งสูงทุบทุกสถิติของประเทศไทยถึง 1,956 US AQI+ ซึ่งถือเป็นระดับ อันตราย (Hazardous) ที่น่าตกใจอย่างมาก

 "ตัวเลขดังกล่าวถือว่าสูงผิดปกติ เนื่องจากมาตรวัดดัชนี AQI มาตรฐานจะมีสเกลสูงสุดอยู่ที่ 0-500 เท่านั้น แต่ค่าที่วัดได้ในพื้นที่ปายวันนี้สูงเกือบ 4 เท่าของขีดสุดบนสเกลปกติ สะท้อนถึงความรุนแรงของมลพิษในอากาศที่เกินจะรับมือ”

ทางด้านเพจท่องเที่ยวแม่ฮ่องสอน ได้โพสต์ลงในเพจว่า "ด่วน! ต.เวียงเหนือ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ทุบสถิติโลก AQI พุ่งนรก 1,357 ปาย, แม่ฮ่องสอน วิกฤตการณ์อากาศขั้นสูงสุดที่ ต.เวียงเหนือ อ.ปาย หลังดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) พุ่งแตะ 1,357 µg/m³ สูงที่สุดเท่าที่โลกเคยบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์มลพิษ"

"สรุปสถานการณ์วิกฤตทุบสถิติโลก ตัวเลข 1,357 ทะลุทุกเพดานการวัดคุณภาพอากาศ เข้าขั้นภัยพิบัติรุนแรง แอ่งกระทะมรณะพื้นที่เวียงเหนือถูกควันไฟป่ากักขัง จนสภาพอากาศกลายเป็นพิษต่อการหายใจ 100% อันตรายสูงสุด ค่าฝุ่นสูงกว่ามาตรฐานความปลอดภัยหลายสิบเท่าตัว เสี่ยงอันตรายต่อชีวิตทันที"

"ขณะนี้พื้นที่ ต.เวียงเหนือ กลายเป็นจุดแดงดับ ที่อากาศแย่ที่สุดในโลก ประชาชนในพื้นที่ต้องเผชิญกับสภาพอากาศปิดตายและฝุ่นควันหนาทึบระดับมองไม่เห็นทาง" เพจดังกล่าวระบุ

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า วิกฤตครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ไฟป่าในจังหวัดแม่ฮ่องสอนที่ยังคงลุกลามหนัก  พบจุดความร้อนสะสมทะลุ 1,000 จุด ส่งผลให้ควันไฟปกคลุมหนาแน่นทั่วทั้งหุบเขา ขอให้ประชาชนในพื้นที่สวมใส่หน้ากาก N95 ตลอดเวลาและงดกิจกรรมกลางแจ้งทุกชนิด

ด้านนายอุดมศักดิ์ ขาวหนูนา รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่ตำบลเมืองแปง อำเภอปาย หลังจากพบว่าสถานการณ์ในจุดดังกล่าวยังคงมีความซับซ้อนและยากต่อการควบคุม โดยสถานการณ์ไฟป่าในตำบลเมืองแปงขณะนี้ เป็นพื้นที่ที่ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากสภาพภูมิประเทศและปัจจัยทางธรรมชาติ  ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องปรับแผนการทำงานโดยเน้นการบูรณาการร่วมกันระหว่างภาครัฐ ท้องถิ่น และภาคประชาชน

 วันเดียวกัน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ออกแถลงการณ์แสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์วิกฤตหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ในพื้นที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะ จ.เชียงใหม่ ที่ยังคงอยู่ในระดับรุนแรงและต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนในวงกว้าง จึงขอความร่วมมือประชาชนลดกิจกรรมที่ก่อให้เกิดมลพิษ และติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศอย่างใกล้ชิดผ่านแอปพลิเคชันหรือแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ เพื่อวางแผนการใช้ชีวิตประจำวันอย่างเหมาะสม

ที่ห้องประชุม ศปก.ปกป.ภาค 3 สนาม อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ฯ ได้มอบหมายให้ พลโท ชายแดน กฤษณสุวรรณ แม่ทัพน้อยที่ 3 ซึ่งดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการศูนย์ฯ ส่วนหน้า ดำเนินการสนับสนุนภารกิจควบคุมไฟป่าในพื้นที่อย่างเร่งด่วน

 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) พร้อมด้วยนายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ แถลงจี้รัฐบาลและผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ 9 จังหวัด เร่งประกาศเขตพื้นที่ภัยพิบัติ PM2.5 หลังสถานการณ์วิกฤตหนัก ค่าฝุ่นพุ่งสูงกว่า 1,000 ไมโครกรัม ทะลุเกณฑ์มาตรฐานจนเป็นอันตรายต่อชีวิต

 นายณัฐพงษ์ระบุว่า ตามเกณฑ์มาตรฐานหากค่า PM2.5 เกิน 125 ไมโครกรัมต่อเนื่อง 5 วัน จังหวัดสามารถประกาศเขตภัยพิบัติได้ ซึ่งปัจจุบันพื้นที่ภาคเหนือเข้าเกณฑ์ดังกล่าวแล้วอย่างน้อย 9 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่, ลำพูน, ลำปาง, เชียงราย, พะเยา, น่าน, แพร่, แม่ฮ่องสอน และตาก

  “อำนาจการประกาศอยู่ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดโดยตรง เพื่อดึงงบประมาณและกำลังคนมาช่วยบรรเทาสถานการณ์ที่เกินกำลังของท้องถิ่น การนิ่งเฉยถือเป็นการเอาปัญหาไปซุกไว้ใต้พรมและละเลยต่อความตายของประชาชน เตือนถึงผู้ว่าฯ ทั้ง 9 แห่งว่า การหลีกเลี่ยงไม่ประกาศเขตภัยพิบัติทั้งที่เข้าเกณฑ์ ย่อมถือเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157 ขอให้เห็นแก่ชีวิตประชาชนมากกว่าตำแหน่งหน้าที่ของตนเอง” นายณัฐพงษ์ระบุ

ด้านนายภัทรพงษ์เสนอขั้นตอนการจัดการเชิงรุกว่า เมื่อ ผวจ.ประกาศเขตภัยพิบัติแล้ว ต้องเร่งแจ้งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เพื่อยกระดับสถานการณ์จากระดับ 2 (จังหวัดจัดการเอง) เป็น "ภัยระดับ 3" ซึ่งจะทำให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย ต้องลงมาเป็นประธานบัญชาการเหตุการณ์ และสั่งการทุกกระทรวงเข้าจัดการตามแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติทันที

ขณะที่พรรคประชาชนยังเรียกร้อง ให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณและอุปกรณ์ป้องกันให้กลุ่มเปราะบาง เช่น หน้ากาก N95 และห้องปลอดฝุ่นที่ใช้งานได้จริง 24 ชั่วโมง.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง