สลายขัดแย้งหวังอยู่ครบ4ปี

ครม.ชุดใหม่เตรียมเข้าถวายสัตย์ฯ จันทร์นี้ นัดประชุม ครม.นัดพิเศษ ก่อนแถลงนโยบาย "หนู-หนิม-เชน" ขึ้นตึกไทยฯ กินข้าวเที่ยง  ประสานเสียงหลุดพ้นความขัดแย้ง เดินหน้าทำงานเพื่อประชาชน มั่นใจอยู่ครบ 4 ปี มีเสถียรภาพ  "ปกรณ์" เผยคิดหนักก่อนรับเป็นรองนายกฯ มือกฎหมายรัฐบาล แต่ไม่ขอสังกัดพรรค ไม่อยากยุ่งเรื่องการเมือง

เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่ทำเนียบรัฐบาลว่า มีการเตรียมความพร้อมในการประชุมคณะรัฐมนตรี นัดพิเศษ ในวันที่ 6 เมษายนนี้ หลังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี นำคณะรัฐมนตรีเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณ โดยเจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมสถานที่ภายในตึกสันติไมตรี สำหรับใช้ในการประชุม รวมถึงห้องรับรองและห้องสำหรับถ่ายรูปติดบัตรประจำตัวรัฐมนตรีแล้ว

สำนักเลขาธินายกรัฐมนตรีเตรียมแจ้ง ครม.ชุดใหม่ ถ่ายรูปติดบัตรประจำตัวรัฐมนตรีและตรวจคัดกรองโควิด-19 ก่อนเวลา 15.00 น. ที่ตึกสันติไมตรี  ก่อนที่เวลา 17.00 น. นายกรัฐมนตรีนำ ครม.ชุดใหม่เดินทางไปยังพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต เพื่อเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนปฏิบัติหน้าที่

จากนั้นนายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานการประชุม ครม.นัดพิเศษ ที่ตึกสันติไมตรี เพื่อขอมติรับรองร่างคำแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา เบื้องต้นคาดว่าจะมีแถลงนโยบายในวันที่ 9-10 เม.ย.

วันเดียวกันนี้ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เดินทางมาถึงตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เพื่อรับประทานอาหารกลางวันร่วมกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ตามคำเชิญ เพื่อพูดคุยถึงการทำงานร่วมกันในฐานะที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาล โดยมีนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย รอต้อนรับ จากนั้นเวลา 11.35 น. นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เดินทางมาถึง ก่อนที่จะเดินเข้าไปสมทบภายในตึกไทยคู่ฟ้า

ต่อมานายอนุทินแถลงข่าวว่า วันนี้ตนได้นัดนายยศชนันและนายจุลพันธ์มาร่วมรับประทานอาหาร รวมถึงหารือการทำงานร่วมกัน โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ซึ่งพรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทยต่างมีพื้นฐานการทำงานร่วมกันมาก่อน เมื่อรัฐบาลได้ถวายสัตย์ปฏิญาณตนเรียบร้อยแล้ว  การทำงานจะต้องเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ซึ่งตนและนายยศชนันมีความคุ้นเคยมาก่อน สมัยที่ตนเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ที่เคยต่อสู้กับวิกฤตโควิด ตนได้รับคำแนะนำจากนายยศชนันมาก่อน

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายยศชนัน ในฐานะรองนายกรัฐมนตรี ได้กำกับดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์หรือไม่ นายกฯ ตอบว่า ครับผม โดยนายยศชนันจะคุมคลัสเตอร์ทั้งหมดที่พรรคเพื่อไทยได้กำกับดูแล รวมถึงหน่วยงานต่างๆ ในสำนักนายกรัฐมนตรี

ขณะที่นายยศชนันกล่าวว่า ขณะนี้เกิดวิกฤตหลายเรื่อง เราไม่สามารถทำงานแบ่งกระทรวงได้ บางเรื่องจำเป็นต้องหารือในภาพรวม เมื่อรัฐบาลพร้อมที่จะทำงาน เราก็พร้อมที่จะทำงานทันที วันนี้เราต้องการหารือการทำงานอย่างชัดเจน เพื่อให้กระทรวงต่างๆ ได้ทำงานสอดรับกันได้ เป็นไปตามแนวทางที่ได้แถลงต่อรัฐสภา ได้ทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชน

ทั้งนี้ ระหว่างการร่วมรับประทานอาหารนั้น  นายกรัฐมนตรีได้ชวนพูดคุยถึงทิศทางและแนวทางการทำงาน การสื่อสารทั้งหมดจะต้องเป็นไปในทางเดียวกัน ประเทศไทยจะต้องหลุดพ้นจากความขัดแย้ง และมุ่งหน้าไปสู่เรื่องเศรษฐกิจและปากท้องเพื่อประชาชนเป็นเรื่องสำคัญ

เมื่อถามว่า จากการหารือในครั้งนี้เรื่องใดจะเป็นนโยบายเร่งด่วน นายอนุทินตอบว่า นโยบายของพรรคจะต้องทำทันทีอยู่แล้ว

ถามว่า ภาพรวมการทำงานของทั้งสองพรรคจะเป็นอย่างไร จะชื่นมื่นและกลมเกลียวหรือไม่ นายกฯ ชี้แจงว่า ขณะนี้ก็ยืนชนไหล่กันอยู่ เราจะทำงานในนามคณะรัฐมนตรี โดยไม่ได้คำนึงถึงพรรคใดพรรคหนึ่ง ก่อนหน้านี้ที่เคยมีอะไรที่ไม่เข้าใจกัน หรือมีปัจจัยอะไรบ้าง หลังจากนี้หวังว่าคงไม่มี เพราะขณะนี้เราเปิดเส้นทางตรง คนในคณะรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยสามารถพูดคุยกับตนเองได้ตลอดเวลา ไม่จำเป็นต้องพูดคุยกันเฉพาะวันที่มีการประชุมคณะรัฐมนตรีเท่านั้น

"มีเรื่องด่วนสามารถยกหูคุยทางโทรศัพท์ได้เลย ไม่จำเป็นต้องส่งไลน์ หรืออีกกรณีสามารถเดินทางมาพบตนเองได้เลย เราทำงานโดยเอาผลของงานเป็นเป้าหมาย รวมถึงการลงพื้นที่ก็จะลงพื้นที่พร้อมกัน โดยในทุกวันจันทร์จะมีการประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ เพื่อหารือกันทุกเรื่องด้านเศรษฐกิจ ก่อนที่จะเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันอังคาร" นายกฯ กล่าว

ขณะที่นายยศชนันกล่าวว่า ต้องแยกเรื่องการเมืองและการบริหารบ้านเมือง เพราะความมั่นใจของพี่น้องประชาชนเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ขณะนี้เมื่อเราเข้ามาบริหารบ้านเมือง เราต้องแยกการเมืองออกไปก่อน เราทำงานในฐานะรัฐบาล นี่คือภาษีของประชาชน ดังนั้นการทำงานบริหารบ้านเมืองจึงไม่สามารถที่จะนำการเมืองเข้ามาขัดแย้งกันได้

ดังนั้นในด้านการตอบคำถาม ขอตอบในฐานะที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาล ในสัปดาห์นี้ เดือนนี้ เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของประชาชนในหลายเรื่อง ตนได้พูดคุยกับนายกฯ ว่าเราพร้อมที่จะทำงานเดินหน้าทันที ก้าวข้ามสิ่งที่เป็นอุปสรรคไปให้ได้

ซักว่า ขณะนี้อะไรคือสิ่งลบของรัฐบาลที่ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน รองนายกฯ เผยว่า ความอ่อนไหวของสถานการณ์โลก ซึ่งไม่มีใครอยากให้เกิด เราต้องช่วยกันบริหารจัดการให้ดีที่สุด

เมื่อถามว่า การจับมือกับพรรคเพื่อไทยจะทำให้รัฐบาลอยู่ครบ 4 ปีหรือไม่ นายกฯ หัวเราะพร้อมอุทานว่า โอ้โห ก่อนที่นายยศชนันจะกล่าวถึงเสริม เราต้อง Support กัน เพราะรัฐบาลต้องการเสถียรภาพ หากมีเสถียรภาพก็จะทำให้ต่างประเทศมีความเชื่อมั่นที่จะเข้ามาลงทุนในประเทศไทย เราจึงต้องช่วยกันรักษาเสถียรภาพไว้ ให้ประเทศไทยสามารถเดินไปข้างหน้าได้

ถามอีกว่า พรรคเพื่อไทยเห็นด้วยกับการยกเลิกเอ็มโอยู 44 หรือไม่ นายยศชนันระบุว่า ต้องหารือในองค์รวม เพราะเป็นเรื่องที่เปราะบางสำหรับพี่น้องประชาชน โดยที่นายกรัฐมนตรีกล่าวเสริมว่า เป็นเรื่องนโยบาย อย่างที่ตนเคยกล่าวไว้ว่าเมื่ออยู่ร่วมรัฐบาลกันแล้ว นโยบายของพรรคร่วมรัฐบาลก็ต้องนำมาปฏิบัติ เนื่องจากประธานรัฐสภาได้มีการประสานมาแล้ว ซึ่งการแถลงนโยบายจะเกิดขึ้นก่อนสงกรานต์ วันที่ 6 เมษายนนี้ คณะรัฐมนตรีจะเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณตน จากนั้นจะมีการประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้นโยบายของรัฐบาลเพื่อส่งต่อไปยังสมาชิกรัฐสภาได้ศึกษา

ผู้สื่อข่าวว่า นโยบายเรือธงของพรรคเพื่อไทย เช่น นโยบายสร้างเศรษฐีเงิน 1,000,000 วันละ 9 คน จะได้ดำเนินต่อใช่หรือไม่ รองนายกฯ ชี้แจงว่า  เรื่องนี้เป็นรายละเอียดเกินไป ถึงอย่างไรแล้วเราจะดำเนินการในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับนโยบายของรัฐบาลแน่นอน เรื่องดังกล่าวนี้เป็นเรื่องที่เราเคยใช้สำหรับการหาเสียง ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องเป็นไปตามแนวทางตามที่แถลงต่อรัฐสภา รวมถึงงบประมาณต่างๆ ด้วย และปัจจุบันเราไม่ได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ขณะนี้เราจึงต้องเคารพสิทธิ์ของทุกฝ่าย

ทั้งนี้ ผู้ข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เมนูที่นายกรัฐมนตรีพร้อมด้วยนายยศชนันและนายจุลพันธ์ร่วมรับประทานอาหารบนตึกไทยคู่ฟ้านั้น ประกอบไปด้วย ข้าวหน้าไก่ ขนมผักกาด เกาเหลา ลูกชิ้นศรีย่าน

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุผลการตัดสินใจร่วม “รัฐบาลอนุทิน 2" ว่าเมื่อถูกทาบทามตนคิดหนัก เพราะเป็นข้าราชการมากว่า 30 ปี มีอายุราชการเหลืออีก 4 ปี  ดำรงตำแหน่งเลขาฯ กฤษฎีกา 6 ปี และตำแหน่งเลขาฯ กฤษฎีกาก็ไม่ได้มีการกำหนดวาระด้วย ช่วงแรกยืนยันกับนายกฯ ว่าขอช่วยในฐานะเลขาฯ  กฤษฎีกา แต่ได้รับคำตอบกลับจากนายกฯ ว่า ควรมาช่วยลงมือทำและผลักดันงานต่างๆ ที่ยังคงต้องขับเคลื่อนอีกหลายอย่าง หากอยู่เฉพาะกฤษฎีกาคงผลักดันเรื่องต่างๆ ได้น้อย จากนั้นจึงมานั่งไตร่ตรองกับครอบครัวว่าหากจะผลักดันงานด้านกฎหมายของประเทศต่างๆ ก็ต้องลงมือทำเอง จึงได้ตอบตกลง

"ผมได้ยืนยันกับท่านนายกฯ ว่าไม่ขอเป็นสมาชิกพรรค และปัจจุบันก็ยังไม่ได้มีการสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทยด้วย เพราะส่วนตัวไม่อยากยุ่งเรื่องการเมือง จึงเข้ามาเป็นข้าราชการการเมืองอย่างเดียว ผมขอเป็นข้าราชการการเมือง ไม่ได้เป็นนักการเมือง ไม่สังกัดพรรค" รองนายกฯ  กล่าว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง