สภาวุ่น! "โสภณ” โดนรับน้องอีกรอบ ปิดไมค์ฝ่ายค้านประท้วงปรับเวลาประชุม “กรวีร์” อาสาเป็นคนกลางเคลียร์ให้ ขณะที่ สส.เสียงแตกเงินบำนาญ กระทุ้งทำงานให้คุ้มภาษีประชาชน หวิดวางมวย "คริส-ปกรณ์วุฒิ" หยาม สส.ส้มสามล้อถูกหวย "สภาสูง" เคาะหักเงินหมื่น สว.จ่ายค่าอาหารวันประชุม จับตา "กกต." ชี้ขาดผลเลือกตั้งสุพรรณฯ เขต 2 ก่อน 9 เม.ย.
ที่รัฐสภา เมื่อวันที่ 2 เมษายน เวลา 10.45 น. ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม ภายหลังเปิดให้สมาชิกได้หารือเกี่ยวกับความเดือดร้อนของประชาชน ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระ นายโสภณได้แจ้งต่อที่ประชุมให้รักษาเวลาในการอภิปราย เนื่องจากใช้เวลาเกินกว่าคนละ 2 นาที
จากนั้น นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา พรรคกล้าธรรม ลุกขึ้นชี้แจงกรณีทำหนังสือคัดค้านการที่ประธานสภาฯ ประกาศปรับเวลานัดประชุมสภาฯ จาก 09.00 น. เป็น 08.30 น. โดยให้เหตุผลว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาสมาชิกได้ตกลงร่วมกันจะประชุมสภาฯ ทุกวันพุธและพฤหัสบดี เริ่มตั้งแต่เวลา 09.00 น.เป็นต้นไป แต่วันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา ประธานสภาฯ แจ้งนัดประชุมครั้งถัดไปในเวลา 08.30 น. จึงขอให้ประธานสภาฯ พิจารณาทบทวน
ด้านนายโสภณชี้แจงว่า ในการหารือกับตัวแทนพรรคการเมือง ตนเสนอให้ลดเวลาในช่วงหารือความเดือดร้อนประชาชน ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระลง 1 ชั่วโมง โดยจะเปิดช่องทางการหารือด้วยลายลักษณ์อักษร ส่วนที่มีผู้เสนอว่าให้ประชุมเลิกค่ำ ตนมีบรรทัดฐานว่า ข้าราชการทำงาน 08.30 น. หาก สส.เสียสละ โดยเริ่มประชุมในเวลา 08.30 น. ยังเหลือเวลาให้ประธานที่ประชุมมาชี้แจงการหารือด้วยลายลักษณ์อักษร 40 คนต่อวัน ซึ่งในที่ประชุมวันนั้นไม่มีผู้โต้แย้ง จึงอนุมานว่าเห็นด้วย
แต่นายอรรถกรพยายามจะลุกขึ้นพูด ทำให้นายโสภณสั่งให้พอแล้ว ไม่ต้องมาเอาแพ้เอาชนะ นายอรรถกรจึงสวนกลับว่าจะไม่ให้พูดตั้งแต่สัปดาห์ที่ 2-3 เลยหรือ และพยายามที่จะพูดอีก แต่นายโสภณปิดไมโครโฟน และสั่งให้นั่งลง จากนั้นนายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ลุกขึ้นประท้วงว่า ไม่ถามสมาชิกสักคำว่าสมาชิกมีเหตุผลและมีข้อคิดเห็นอย่างไร ถือว่าไม่ถูกต้อง เพราะสภานี้ไม่ใช่ของประธานคนเดียว แต่เป็นของสมาชิกทั้ง 500 คน
ทำให้นายโสภณชี้แจงว่า ได้หารือกับวิปครั้งหนึ่งแล้วไม่มีคนเห็นแย้ง ฉะนั้นเมื่อมีการทักท้วงในสภานี้ตนก็รับ ไม่ใช่คนทำตามอำเภอใจ ขอให้พอได้แล้ว
ขณะที่ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ชี้แจงในฐานะตัวแทนพรรคการเมืองที่เข้าร่วมประชุม ยืนยันว่าไม่มีการพูดถึงวาระการประชุม แต่พูดคุยเรื่องสวัสดิการอาหาร ตนเป็นคนทักท้วงว่าไปได้อย่างไรเป็นที่จะไม่เปิดให้สมาชิกทั่วประเทศเอาความเดือดร้อนของประชาชนมาหารือ จึงจำเป็นต้องปกป้องเวลา 1.30 ชั่วโมงในการหารือ
จากนั้นมีการโต้ตอบกันอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งนายปกรณ์วุฒิลุกขึ้นประท้วงอย่างมีอารมณ์ว่า เมื่อสักครู่ท่านให้นายพริษฐ์ฟังให้จบ แต่ท่านยังฟังไม่จบเลย ยังปิดไมค์แล้วขอชี้แจงก่อนเลย
นายโสภณจึงกล่าวเบรกว่าพอเถอะ ไม่อย่างนั้นไปต่อไม่ได้
ทำให้นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย เสนอว่า จะขออนุญาตไปประสานกับพรรคกล้าธรรมและพรรคประชาชน เพื่อจะได้หาทางออกและนำเป็นข้อเสนอเพื่อให้ประธานได้พิจารณาอีกทางหนึ่ง
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้ใช้เวลาถกเถียงประเด็นนี้ประมาณ 45 นาที ก่อนเข้าสู่วาระการประชุมต่อไป
วันเดียวกัน ที่ประชุมสภาฯ ได้พิจารณารับทราบรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา สำหรับปีสิ้นสุด วันที่ 30 ก.ย.2567
โดย นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี อภิปรายว่า กองทุนดังกล่าวเป็นกองทุนอดีตสวัสดิการของอดีต สส.และ สว. มี 4 สวัสดิการให้กับอดีต สส. สว. แบบทะลุฟ้า ทั้งที่หักเงินจ่ายต่อเดือน เดือนละ 3,500 บาท ซึ่งเป็นสวัสดิการที่เอาเปรียบประชาชน ทั้งนี้เชื่อว่ากองทุนดังกล่าวจะถังแตก และรัฐบาลต้องนำเงินอุดหนุน ตั้งแต่ปี 2557-2569 รวม 3,821 ล้านบาท ทั้งนี้ ปัจจุบันมีสมาชิกที่มีสิทธิ์ 3,832 คน โดยมีสมาชิกยื่นบำนาญ 1,291 คน จึงขอให้ยกเลิกบำนาญ มิเช่นนั้นจะเป็นปัญหาในอนาคตแน่นอน
นายนพพล เหลืองทองนารา สส.พิษณุโลก พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า ไม่เห็นด้วยให้ยกเลิกบำนาญ เพราะผู้แทนฯ ต้องกินต้องใช้ บางคนไม่มีทุนรอน ลองคำนวณดูว่าคนที่เป็น สส.มา 40 ปี เงินสมทบที่ส่งเข้ากองทุนนั้นเป็นตัวเลขที่ได้รับนั้นไม่มาก งานนี้เป็นงานอาสาก็จริง แต่คนที่มาทำงานระดับชาติควรต้องอยู่อย่างมีเกียรติภูมิ และไม่ต้องแสวงหา
ขณะที่ นายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม. พรรคประชาชน อภิปรายว่า กองทุนดังกล่าวไม่ใช่กองทุนที่เลี้ยงตัวเองได้ แต่ที่อยู่ได้เพราะมีภาษีประชาชนอุ้มอยู่ ขอเสนอให้ระงับการขยายสิทธิทุนเลี้ยงชีพ และให้คงไว้เฉพาะสิทธิจำเป็น รวมถึงต้องแก้กฎหมายกำหนดอายุงานขั้นต่ำและจำกัดเพดานสิทธิ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างที่นายภัณฑิลอภิปรายนั้น พบว่าได้อ่านข้อความบนกระดาษ ทำให้นายคริส โปตระนันทน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจ ประท้วงว่าผิดข้อบังคับ
จากนั้นนายคริสอภิปรายตั้งคำถามว่า สส.ทำงานที่คุ้มค่าเงินภาษีประชาชนหรือไม่ เพราะใช้ Chat GPT เขียนอภิปรายแล้วท่องไม่ได้ กลับมาอ่านในห้องประชุม ขณะนี้ประชาชนสงสัย สส.สมัยเดียว บางคนเป็นสามล้อถูกหวย เกาะพรรคเข้ามา แต่ไม่เก่งไม่มีความเป็นตัวเอง แต่ได้เข้ามาสู่สภา ต้องทำงานให้คุ้มค่าเงินเดือน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังนายคริสอภิปรายเสร็จ ได้เกิดเหตุวุ่นวายขึ้น เมื่อนายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เดินปรี่เข้ามาหานายคริส และปะทะคารมกันจนส่อที่จะมีการวางมวยกัน ทำให้เพื่อนสมาชิกที่เห็นท่าไม่ดีต่างกรูกันเข้าไปห้ามกันยกใหญ่ ก่อนจะจับทั้งคู่แยกย้ายกัน
ขณะที่ นายจุติ ไกรฤกษ์ สส.พิษณุโลก พรรคภูมิใจไทย อภิปรายว่า ขอให้ใจกว้าง มีสภามาแล้ว 27 ชุด มี สส.ทั้งหมด 9,643 คน มีคนยื่นรับเงิน 1,291 คน ไม่ถึง 1% ขอให้เห็นใจ และคำนึงภาพกว้าง ไม่มีใครอยากป่วย ไม่เช่นนั้นจะได้เห็นนายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เป็นคนสุดท้าย เพราะคนดีจะไม่กล้าอาสาทำงานเพื่อสาธารณะ
“ผมขอพวกเราอย่าหยามกันเอง ผมเห็น สส.ที่ฐานะยากจนเข้ามาเป็นผู้แทนฯ และมีฐานะยากจนออกไป บางคนรวยมาก็ยากจนกลับไป มี สส.รุ่นพี่ผม ยอมเสียสละ อาสามาจริง แต่วันนี้อย่าเอาระบบนิเวศปัจจุบันมาตัดสินคนรุ่นก่อน เงินเดือนสภายุคแรกหลัง 300-500 บาท วันที่ทองคำบาทละ 400 บาท วันนี้บาทละ 7 หมื่น ผมได้เงินเดือน 7 หมื่น ขอให้ดูภารกิจว่าทำให้ประชาชนคุ้มค่าหรือไม่ แก้ทุกข์ประเทศจริงหรือไม่ และต้องสื่อสารว่าสภายังเป็นที่พึ่งที่หวังของประชาชน ไม่อยากให้แบ่ง สส.รวยหรือ สส.จน” นายจุติอภิปราย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) โดยมีผลการหารือและมติสำคัญในหลายประเด็น อาทิ แนวทางการจัดอาหารกลางวันให้กับ สว.ในวันที่มีการประชุมวุฒิสภา โดยมีมติมอบหมายให้สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาจัดอาหารกลางวันให้กับ สว.ในวันที่มีการประชุมวุฒิสภาในสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง พ.ศ.2569 และเห็นควรให้ สว.เป็นผู้รับผิดชอบค่าอาหาร คนละ 10,000 บาท โดยอาจหักจากเงินประจำตำแหน่งและเงินเพิ่มของ สว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
งัดม.157ขู่ผวจ. หากไม่ประกาศ เป็นเขตภัยพิบัติ
สส.ปชน.จี้นายกฯ ระบุให้ชัด ผู้ว่าฯ 9 จังหวัดภาคเหนือต้องประกาศเขตภัยพิบัติ
'พณ.'ผนึกกำลังดูแลปชช. ลดผลกระทบค่าครองชีพ
พาณิชย์-พลังงาน-คลัง ผนึกกำลังดูแลประชาชน รับมือราคาน้ำมันผันผวน เร่งลดผลกระทบค่าครองชีพอย่างใกล้ชิด
สลายขัดแย้งหวังอยู่ครบ4ปี
ครม.ชุดใหม่เตรียมเข้าถวายสัตย์ฯ จันทร์นี้ นัดประชุม ครม.นัดพิเศษ ก่อนแถลงนโยบาย "หนู-หนิม-เชน"
ลุยรื้อ‘ต้น ทุน ทิพย์’ คตร.สั่งพลังงานบี้โรงกลั่น ดีเซลแตะ47.74บาท/ลิตร
นายกฯ ลั่นหาทุกช่องทางช่วยลดภาระ ปชช. ย้ำไม่มีใครในรัฐบาลมีผลประโยชน์ทับซ้อนจากวิกฤตพลังงาน
ตั้งศูนย์ส่วนหน้าดับไฟเหนือ สภารุมสวดรบ.แก้ฝุ่นเหลว
นายกฯ ให้อำนาจผู้ว่าฯ ประกาศภัยพิบัติหรือไม่ หลังค่าฝุ่น PM 2.5 พุ่งหนัก
เคาะค่าไฟ3.95บาท คัดเข้มขึ้นบัตรคนจน
กกพ.เคาะค่าไฟงวดใหม่ พ.ค.-ส.ค.69 อยู่ที่ 3.95 บาท/หน่วย เพิ่มขึ้นน้อยสุด 7 สตางค์

