มหาดไทยขึงขัง สั่งลาดตระเวน สู้ปัญหา‘ฝุ่นพิษ’

ปลัด มท.สั่งจับจริงต้นเหตุหมอกควัน งัดมาตรการเด็ดขาด กำชับลาดตระเวนหาตัวแหกกฎ เผย จนท.จับนักล่าสัตว์วัยดึก มือเผาเขตอุทยาน ด้าน ผวจ.เชียงรายโวมาตรการได้ผล ฝุ่นละอองดีขึ้น แต่แก้ยาก เหตุมาจากฝั่งเพื่อนบ้าน

เมื่อวันที่ 3 เม.ย. นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ติดตามแก้ไขปัญหาสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน ฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ และภาคเหนือ โดยนายอรรษิษฐ์เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากนายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ถึงการควบคุมตัวบุคคลที่ลักลอบเข้าป่าเพื่อเผาล่าสัตว์ โดยสามารถจับกุมได้เมื่อเวลา 01.00 น. โดยเจ้าหน้าที่ชุดสายตรวจร่วมของที่ทำการปกครอง อ.ไชยปราการ อุทยานแห่งชาติผาแดง และทหารมณฑลทหารบก 33 ซึ่งลาดตระเวนตั้งด่านตรวจคนลักลอบเข้าป่า เผาป่า และล่าสัตว์ ในช่วงเวลากลางคืน บริเวณบ้านกิ่วจำปี ต.ศรีดงเย็น

นายอรรษิษฐ์กล่าวว่า ผู้ต้องหารับสารภาพพร้อมหลักฐานกระเป๋าเป้สีดำ ที่ตรวจสอบพบเครื่องกระสุนปืน ได้แก่ แก๊ปปืน ดินปืน และกระสุนปืน (ลูกปราย) จำนวนมาก นอกจากนี้ ยังพบอุปกรณ์สำหรับไว้ใช้เสพยาเสพติด ได้แก่ หลอดไม้ไผ่ (ก้านสูบ) ฟอยล์ (มีร่องรอยการใช้งาน) และไฟแช็ก โดยได้สารภาพว่าลักลอบเข้าป่ามาเป็นเวลา 2 วันแล้ว เพื่อวางอุปกรณ์ล่าสัตว์ เช่น อีเห็นกับกระต่ายป่า

นายอรรษิษฐ์กล่าวอีกว่า ผู้ต้องหายังให้การรับสารภาพว่าเข้ามาในพื้นที่ป่าเพื่อเสพยาเสพติด เมื่อเสพหมดจะทิ้งช่วงเวลา แล้วค่อยกลับไปยังชุมชนที่พักอาศัยตามเดิม เจ้าหน้าที่จึงนำตัวผู้ต้องหาเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษกับพนักงานสอบสวน สภ.ไชยปราการ พร้อมแจ้งสิทธิ์ของผู้ถูกจับกุมให้ทราบโดยละเอียดแล้ว ก่อนควบคุมตัวมาดำเนินคดี

ปลัด มท.ระบุว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ได้กำชับผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ รวมถึงผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ ปลัดอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ดำเนินทุกมาตรการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบังคับใช้กฎหมาย 

เขาระบุอีกว่า ให้ลาดตระเวนจับกุมผู้ลักลอบเข้าพื้นที่ป่าดำเนินคดีโดยไม่มีละเว้น เนื่องจากเป็นการกระทำผิดประกาศของจังหวัด ที่ในขณะนี้ทุกจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือได้มีประกาศห้ามบุคคลเข้าไปในพื้นที่ป่าแล้ว เพื่อให้การแก้ไขสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และทำให้สถานการณ์กลับมาเป็นปกติสุขโดยเร็วที่สุด

ปลัด มท.บอกว่า ภาพที่เห็นป่าถูกเผาควันเต็มไปหมด สถานการณ์ไฟป่าขณะนี้จำเป็นต้องใช้มาตรการเด็ดขาด โดยได้สั่งการกำชับให้นายอำเภอทุกพื้นที่ประกาศปิดป่า 100% โดยห้ามบุคคลใดเข้าพื้นที่ป่าโดยเด็ดขาด หากชุดลาดตระเวนตรวจพบผู้ที่ฝ่าฝืน ให้ดำเนินการจับกุมและส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมายทันทีไม่มีข้อยกเว้น  พร้อมทั้งได้ขอความร่วมมือไปยังกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ช่วยเป็นด่านหน้าในการสร้างความเข้าใจกับชาวบ้าน เพื่อขอให้หยุดการเผาป่าทุกกรณี เพราะเป็นเรื่องของลมหายใจส่วนรวมที่เราต้องช่วยกันรักษาไว้"

ปลัด มท.กล่าวอีกว่า ในด้านการดูแลสุขอนามัยประชาชน ได้มอบหมายให้จังหวัดได้ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ประสานความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  เร่งกระจายหน้ากากอนามัยให้ถึงมือประชาชนโดยเร่งด่วน พร้อมทั้งกำชับให้จัดตั้งและเปิดให้บริการห้องปลอดฝุ่น (Dust Free Room) ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่อำเภอ เพื่อเป็นจุดพักพิงที่ปลอดภัยและได้มาตรฐานด้านอากาศสะอาดให้แก่พี่น้องประชาชนด้วย

นายอรรษิษฐ์เปิดเผยด้วยว่า ได้รับรายงานจากนายศรัณยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ถึงการดำเนินการจับกุมผู้กระทำความผิดกรณีเผาหญ้าและวัสดุทางการเกษตรริมทางหลวงพื้นที่ อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ โดยการลาดตระเวนของฝ่ายปกครอง ซึ่งเป็นการดำเนินการให้เป็นไปตามประกาศจังหวัดเพชรบูรณ์ เรื่องมาตรการป้องกันไฟป่าและหมอกควัน ที่มีผลใช้บังคับถึงวันที่ 30 เม.ย.69 นี้ จากการตรวจสอบพื้นที่บริเวณ ต.ท่าโรง และ ต.บ่อรัง อ.วิเชียรบุรี พบผู้กระทำความผิดรวม 6 ราย โดยมีพฤติการณ์จุดไฟเผาหญ้าและวัสดุทางการเกษตรริมทางหลวง ซึ่งก่อให้เกิดหมอกควันบดบังทัศนวิสัย เป็นอันตรายต่อผู้ใช้รถใช้ถนน และเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวส่งพนักงานจราจร สภ.วิเชียรบุรี ดำเนินคดี พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

วันเดียวกัน นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-1 เม.ย.69 จ.เชียงราย พบจุดความร้อน (Hotspot) สะสมจำนวน 1,253 จุด คิดเป็นเพียงร้อยละ 4.33 ของพื้นที่ภาคเหนือ และจัดอยู่ในอันดับที่มีจุดความร้อนน้อยที่สุดในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการควบคุมสถานการณ์ในพื้นที่

นายชูชีพกล่าวว่า แม้สถานการณ์ไฟป่าภายในจังหวัดจะคลี่คลายลง แต่ปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ยังคงเป็นความท้าทายสำคัญ เนื่องจากยังมีค่าฝุ่นเกินมาตรฐานในหลายพื้นที่ โดยปัจจัยหลักมาจากฝุ่นควันข้ามแดนจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งมีจุดความร้อนจำนวนมาก 

โดยในช่วงวันที่ 1 ม.ค.-1 เม.ย.69 ประเทศเมียนมา พบจุดความร้อนสูงถึง 204,371 จุด และ สปป.ลาว 59,233 จุด ขณะที่ จ.เชียงราย มีเพียง 1,253 จุดเท่านั้น และเฉพาะในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ประเทศเมียนมาพบจุดความร้อน 45,572 จุด และ สปป.ลาว 21,646 จุด ในขณะที่ จ.เชียงราย มีเพียง 905 จุด

ผวจ.เชียงรายระบุว่า ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนชัดว่า แม้จังหวัดเชียงรายจะสามารถควบคุมการเผาในพื้นที่ได้ดีขึ้น แต่ยังคงได้รับผลกระทบจากฝุ่นควันที่พัดพาข้ามพรมแดน ประกอบกับสภาพอากาศปิดและลมสงบ ทำให้ฝุ่นสะสมในพื้นที่และระบายออกได้ยากประกอบกับสภาพภูมิประเทศของ จ.เชียงราย ที่เป็นพื้นที่แอ่งกระทะและมีภูเขาสลับซับซ้อน เมื่อเกิดสภาพอากาศปิด ลมสงบ จึงทำให้ฝุ่นละอองสะสมในพื้นที่และระบายออกได้ยาก.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ปลัด มท.' ขึ้น ฮ. สั่งการดับไฟป่า หดหู่เผาจนควันเต็มเขา

นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ยังคงลงพื้นที่ติดตามแก้ไขปัญหาสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน ฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่เชียงใหม่และภาคเหนือต่อเนื่อง พร้อมเปิดเผยว่า