
ศปภ.กางแผนรับมือคลื่น ปชช.แห่กลับเมืองกรุง คุมเข้มดื่มแล้วขับ จับจริง พร้อมเปิดช่องทางพิเศษบริหารความปลอดภัย ขณะที่ฉลองสงกรานต์ 5 วัน ตายพุ่ง 191 ศพ เมาขับเกือบทะลุ 4 พันคดี เชียงใหม่นำโด่ง บขส.กำชับนายสถานีเดินรถทั่วประเทศอำนวยความสะดวกผู้โดยสาร ด้านถนนขาเข้ากรุงเทพฯ ส่ออัมพาต
เมื่อวันที่ 15 เมษายน ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ (ศปถ.) พ.ศ.2569 เปิดเผยว่า ศปถ.ได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 14 เม.ย.2569 ซึ่งเป็นวันที่ห้าของการรณรงค์ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ เกิดอุบัติเหตุ 192 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 202 คน ผู้เสียชีวิต 30 ราย สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็ว ร้อยละ 38.54 ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 28.13 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 72.88
พล.ต.ท.รุทธพลกล่าวว่า ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง ร้อยละ 77.08 บนถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 30.73 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 15.01-18.00 น. ร้อยละ 23.96 ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุด อยู่ในช่วงอายุ 20-29 ปี ร้อยละ 23.71 โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ แพร่ (16 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ แพร่ (18 คน) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ ปทุมธานี (3 ราย)
“สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 5 วันของการรณรงค์ (10-14 เม.ย.69) เกิดอุบัติเหตุรวม 951 ครั้ง ผู้บาดเจ็บรวม 911 คน ผู้เสียชีวิตรวม 191 ราย จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุดได้แก่ แพร่ (45 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ แพร่ (47 คน) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (16 ราย)”
พล.ต.ท.รุทธพลระบุว่า วันนี้เป็นวันหยุดวันสุดท้ายของเทศกาลสงกรานต์ ปี 2569 ประชาชนส่วนใหญ่เริ่มทยอยเดินทางกลับกรุงเทพมหานครและจังหวัดใหญ่ตามภูมิภาค และบางส่วนยังอยู่ท่องเที่ยวต่อในพื้นที่ ทำให้ถนนหลายสายมีปริมาณค่อนข้างมากและเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนน ศปถ.จึงประสานจังหวัดให้ปรับแผนการดำเนินงานสร้างความปลอดภัยทางถนนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยบูรณาการตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง อาสาสมัคร และหน่วยงานในพื้นที่ บริหารจัดการจราจรและอำนวยความสะดวกการเดินทางเพื่อเตรียมรองรับการเดินทางกลับของประชาชน
“โดยประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบริหารจัดการการจราจร มิให้เกิดปัญหาติดขัดคับคั่งในทางสายหลักและถนนที่อยู่ในระหว่างการก่อสร้าง ส่วนถนนที่มีการจราจรหนาแน่นให้เร่งระบายรถ เปิดช่องทางพิเศษ ปิดจุดกลับรถ ปรับสัญญาณไฟจราจรให้สอดคล้องกับช่วงเวลาการเดินทางของประชาชน รวมทั้งให้พิจารณาตั้งจุดตรวจและจุดบริการในบริเวณที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการหลับในและการขับรถชนท้าย อีกทั้งให้เจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจเข้มงวดการเรียกตรวจยานพาหนะในเส้นทางเสี่ยงอุบัติเหตุ โดยเฉพาะเส้นทางตรงระยะทางไกลซึ่งผู้ขับขี่มักจะใช้ความเร็วสูง อีกทั้งประเมินความพร้อมของผู้ขับขี่ป้องกันอุบัติเหตุจากการง่วงแล้วขับ และคุมเข้มมาตรการดื่มแล้วขับ จับจริง ซึ่งจะมีการดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดและส่งเข้าสู่กระบวนการคุมประพฤติตามที่กฎหมาย” ประธาน ศปถ.ระบุ
ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมคุมประพฤติ เปิดเผยว่า สถิติคดีสะสมช่วง 5 วัน (10-14 เม.ย.2569) มีจำนวนรวม 3,961 คดี โดยเป็นคดีขับรถขณะเมาสุรา 3,726 คดี คิดเป็นร้อยละ 94.07, คดีขับเสพ 230 คดี คิดเป็นร้อยละ 5.8, คดีขับรถประมาท 4 คดี คิดเป็นร้อยละ 0.1 และคดีขับซิ่ง 1 คดี คิดเป็นร้อยละ 0.03 สำหรับจังหวัดที่มีสถิติคดีขับรถขณะเมาสุราสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ เชียงใหม่ 651 คดี, สมุทรปราการ 317 คดี และนนทบุรี 266 คดี
ด้านนายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดี ปภ. ในฐานะเลขานุการ ศปถ. เปิดเผยว่า ศปถ.ได้สั่งการทุกจังหวัดให้เตรียมเที่ยวการขนส่งโดยสารสาธารณะ ทั้งทางถนน ทางราง และทางอากาศให้เพียงพอ พร้อมคุมเข้มความปลอดภัยโดยให้สำนักงานขนส่งจังหวัดตรวจความพร้อมรถและพนักงานขับรถตาม Checklist ณ สถานีขนส่ง จุด Checking Point และจุดพักรถ โดยพนักงานต้องมีใบอนุญาตถูกต้อง แอลกอฮอล์เป็นศูนย์ และชั่วโมงขับรถไม่เกินกฎหมายกำหนด
นายอรรถวิท รักจำรูญ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด หรือ บขส. (BKS) เปิดเผยว่า ในวันที่ 15-19 เม.ย.2569 คาดการณ์ว่าประชาชนจะทยอยเดินทางเที่ยวกลับหลังจากฉลองเทศกาลสงกรานต์ 2569 ในเที่ยวไป-กลับ เฉลี่ยวันละ 110,000-120,000 คน ใช้รถโดยสาร (รถบริษัทฯ และรถร่วมฯ) เฉลี่ยวันละ 6,000-7,000 เที่ยว ได้กำชับนายสถานีเดินรถทั่วประเทศ เตรียมรถโดยสารและพนักงาน ให้บริการในสถานีขนส่งผู้โดยสารต้นทางจากต่างจังหวัด เพื่ออำนวยความสะดวกประชาชนที่จะเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ ได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ
ที่ จ.นครราชสีมา ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเดินทางกลับกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และจังหวัดต่างๆ ในภาคตะวันออกของพี่น้องประชาชนชาวภาคอีสาน โดยบรรยากาศที่สถานีขนส่งนครราชสีมาแห่งที่ 2 ตั้งแต่ช่วงสายและตลอดทั้งวันมีพี่น้องประชาชนจำนวนมากทยอยเดินทางกลับไปทำงานตามปกติ ต่างพากันหอบหิ้ว และลากกระเป๋าสัมภาระ อุ้มลูกจูงหลาน ข้าวของพะรุงพะรัง โดยเฉพาะที่หอบหิ้วกระสอบใส่ข้าวสารเจ้า ข้าวหอมมะลิ ข้าวเหนียว และยังหิ้วข้าวเหนียวหมูปิ้ง ไก่ย่าง ไปรับประทานระหว่างรอขึ้นรถและระหว่างเดินทางบนรถ รวมทั้งอาหารแห้ง พริกแห้ง ปลาร้าบองสุก เป็นต้น แม้ว่าเหนื่อยลำบาก แต่เพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่าย แบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในช่วงข้าวของแพง
ทั้งนี้ ตามช่องจำหน่ายตั๋วรถปรับอากาศบริษัทต่างๆ ต้องยืนต่อแถวเพื่อซื้อตั๋วจับจองที่นั่งแบบเลือกไม่ได้ จนทำให้รถทัวร์บางบริษัทรถเต็มเร็วกว่าปกติ หลายคนต้องนั่งรอขึ้นรถในช่วงบ่ายนั่งรอกว่า 2-3 ชม. โดยค่าตั๋วยังจำหน่ายปกติ ไม่มีการปรับราคาแต่อย่างใด
เวลา 12.00 น. ประชาชนเริ่มทยอยเดินทางกลับจากภูมิลำเนา หลังฉลองวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ 2569 จ.นครสวรรค์ สภาพการจราจรบนถนนทางหลวง หมายเลข 117 สายนครสวรรค์-พิษณุโลก มีปริมาณรถหนาแน่นมากขึ้น แต่ยังคงสามารถเคลื่อนตัวได้ดี ไม่เกิดปัญหาการจราจรติดขัด พบการชะลอตัวเป็นช่วงๆ โดยเฉพาะบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 9 ถึง 37 ซึ่งอยู่ระหว่างการทำถนน ทำให้เหลือช่องจราจรเพียง 2 เลนวิ่งสวนทาง
โดยที่บนถนนทางหลวงหมายเลข 32 สายเอเชีย ช่วงผ่านพื้นที่ จ.ชัยนาท ขาล่องมุ่งหน้าสู่กรุงเทพฯ ปริมาณรถเริ่มหนาแน่น แต่ยังคงเคลื่อนตัวได้ดี ทั้งนี้ ทางกองอำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนฯ จ.ชัยนาท คาดว่าช่วงค่ำจะมีปริมาณรถสัญจรกลับเพิ่มมากขึ้น โดยทางเจ้าหน้าที่ยังได้ขอความร่วมมือกับประชาชนที่ใช้รถใช้ถนนจะต้องเคารพกฎจราจรอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้น
สภาพการจราจรถนนสายเอเชีย ประชาชนได้เดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ รถยนต์หนาแน่นสลับหยุดนิ่งเป็นระยะ โดยแนะนำใช้ทางเลี่ยงการจราจรในช่วงเทศกาล เดินทางผ่านถนนอ่างทอง-อยุธยา สายใน ผ่านเข้าสู่แยกกำนันดิเรก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มุ่งสู่เส้นทางแยกวรเชษฐ์ เพื่อเลี่ยงการจราจรที่หนาแน่น คาดว่าในช่วงเย็น-ค่ำจะมีปริมาณรถยนต์สะสมเพิ่มจำนวนมากขึ้น.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
จีนขยับยุติสงคราม ผู้นำหลายชาติแห่ไปหารือสันติภาพ/ทรัมป์ยันเจรจาอีก
"ทรัมป์" ยืนยันการเจรจากับอิหร่านอาจกลับมาเริ่มต้นอีกครั้งในสัปดาห์นี้ ขณะที่อิสราเอลและเลบานอนตกลงที่จะเริ่มการเจรจาโดยตรง ส่งผลหุ้นดีดตัวขึ้นทันที ส่วนราคาน้ำมันดิบลดลงเนื่องจากคลายความกังวลกับสงคราม จับตาการทูต
ปลื้ม‘สงกรานต์’เงินสะพัดทั่วไทย
นายกฯ มอบ “นรสิงห์ปราบมาร” พร้อมแจกคาถาหลวงปู่มั่นแก่สื่อทำเนียบฯ เป็นสิริมงคลเนื่องในเทศกาลสงกรานต์ "วราวุธ” รดน้ำดำหัว "ประภัตร"
โว ‘พลัส’ มากกว่าครั้งที่แล้ว
นายกฯ ร่วมประชุม AZEC ย้ำความร่วมมือพลังงานภูมิภาคดันเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ชี้ใช้วิกฤตเป็นโอกาสเข้าถึง Net Zero เร็วกว่าที่ตั้งเป้า พร้อมปรับสภาพ-หาพลังงานทางเลือกเพื่อให้เกิดความมั่นคง
นายกฯขู่ฟันขรก.เกียร์ว่าง ปช.โยงคนสั่งยิงกมลศักดิ์
นายกฯ เข้มก่อนไปสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ศุกร์นี้ เตือนหากเกียร์ว่าง สถานการณ์ไม่ดีขึ้น เด้ง-ย้าย-เปลี่ยน ไม่ไว้หน้า ต่อให้เป็นระดับผู้บัญชาการก็ไม่เว้น "พรรคประชาชาติ" บ่นยับผิดหวังผู้นำประเทศเปลี่ยนแผนไม่ไปบ้าน "สส.กมลศักดิ์" จุดกราดยิง เปลี่ยนไปบ้านวันนอร์แทน ย้ำมีหลักฐานเด็ดโยงมือปืน-ผู้สั่งการ
5 วันสงกรานต์ดับแล้ว 191 รายเจ็บอีก 911 คน
ศปถ. บริหารแผนความปลอดภัยทางถนนรับมือประชาชนเดินทางกลับ กทม. และเมืองใหญ่ -กำชับตรวจเข้มรถโดยสารสาธารณะ 'ดื่มแล้วขับ จับจริง'
ปชน.ขวางคนละครึ่งพลัส!
“ศิริกัญญา” ค้าน “คนละครึ่ง” ชี้ ปชช.เงินหมดแล้ว ต้องเร่งเยียวยาไม่ใช่กระตุ้น ศก. จี้เพิ่มเงินบัตรคนจน ลั่นร้อยเดียวไม่พอ หวั่นหลังสงกรานต์ของแพงพุ่งซ้ำวิกฤต ขณะที่เด็กพรรคส้มบี้

