โอดวิกฤตซ้อนวิกฤต ‘ศุภจี’ปรับทัพลุยงานหนัก รับสินค้าขอปรับราคาอื้อ

"เอกนิติ" แจงเวทีโลก รับเศรษฐกิจไทยเผชิญข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง ลุยยกระดับการลงทุน ปั๊มศักยภาพการผลิตหนุนเติบโตสมดุล-ยั่งยืน พร้อมชูนโยบาย 4T รับมือวิกฤตพลังงานโลก "ศุภจี" พร้อมปรับทัพทำงาน เรื่องสินค้าและค่าครองชีพ ดึงผู้ตรวจ พณ.มาช่วยงาน ยอมรับเจอวิกฤตซ้อนวิกฤต ทั้ง ศก.ยังขยายตัวไม่มาก-ราคาพลังงานสูงขึ้น เผยปุ๋ยเคมีต้นทุนพุ่ง สินค้าจะเริ่มแพงขึ้น ยื่นขอปรับราคาอื้่อ ชงมาตรการเข้า ครม. 21 เม.ย. โฆษกรัฐบาลโต้ “อภิสิทธิ์” วิจารณ์ไม่ครบข้อเท็จจริง ยัน รบ.เดินหน้ามาตรการทุกมิติ ไม่ปลื้ม “คนละครึ่ง” ก็แค่ความเห็นส่วนตัว

เมื่อวันที่ 16 เมษายน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การคลัง  กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ต่อแนวโน้มเศรษฐกิจโลกและบทบาทของภูมิภาคเอเชีย รวมทั้งประเทศไทย ตลอดจนแนวนโยบายเพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และแนวทางการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจในระยะปานกลาง ในเวที IMF Governor Talks ภายใต้การประชุมสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (Spring Meetings) ปี 2569 ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา ว่า เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะระดับการลงทุนที่ยังต่ำเมื่อเทียบกับศักยภาพ

ทั้งนี้ รัฐบาลจึงได้กำหนดให้การยกระดับการลงทุน เป็นแกนหลักของยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ ผ่านการเร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) การพัฒนาทุนมนุษย์ และการปรับปรุงกฎระเบียบ เพื่อยกระดับผลิตภาพและสร้างการเติบโตที่สมดุลและยั่งยืนในระยะยาว

นอกจากนี้ ได้กล่าวถึงแนวทางรับมือกับความผันผวนของราคาพลังงานและความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ผ่านกรอบนโยบาย 4T ได้แก่ Target (การช่วยเหลือแบบมุ่งเป้า), Transition (การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด),   Transformation (การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ) และ Together (ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน) ควบคู่กับการเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน เช่น Smart Grid เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความยืดหยุ่นของระบบไฟฟ้า และการส่งเสริมกลไก Direct Power Purchase Agreement (Direct PPA) พร้อมทั้งสนับสนุนการขยายการใช้พลังงานหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ

ในด้านนโยบายการคลัง รัฐบาลเน้นการดำเนินนโยบายการคลังแบบตรงจุด โดยเน้นการช่วยเหลือเฉพาะกลุ่มแทนการช่วยเหลือแบบวงกว้าง ควบคู่กับการเร่งลงทุนในเศรษฐกิจสีเขียวและดิจิทัล เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันและความยืดหยุ่นของเศรษฐกิจไทยในระยะยาว

ที่กระทรวงพาณิชย์ (พณ.) นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยภายหลังสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงพาณิชย์ ในโอกาสรับตำแหน่งในรัฐบาลอนุทิน 2  ถึงความคืบหน้ากรณีสหรัฐประกาศใช้มาตรา 301 กฎหมายการค้ากับประเทศคู่ค้า รวมถึงไทย เพื่อเก็บภาษีนำเข้าว่า หลังจากสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) ได้กล่าวหาหรือเปิดไต่สวนไทยภายใต้มาตรา 301 ไทยใน 2 ประเด็น คือ 1.มีกำลังการผลิตส่วนเกินใน 3 อุตสาหกรรม ได้แก่ ยานยนต์และชิ้นส่วน ผลิตภัณฑ์ยาง และเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยกล่าวหาทั้งหมด 16 ประเทศ รวมไทย และ 2.นำเข้าสินค้าจากประเทศที่ใช้แรงงานภาคบังคับ โดยกล่าวหา 60 ประเทศ รวมไทย และเปิดให้ประเทศที่ถูกกล่าวหา ส่งคำแก้ต่างหรือเอกสารหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องไปให้ USTR พิจารณาภายในวันที่ 15 เม.ย.2569 ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้ส่งคำแก้ต่างไปให้ USTR แล้วเมื่อวันที่ 15 เม.ย.2569 ตามกำหนด

วิกฤตซ้อนวิกฤต

"การกลับมารับตำแหน่งครั้งนี้ สถานการณ์ต่างๆ ไม่เหมือนเดิม โดยไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตซ้อนวิกฤต โดยวิกฤตแรกคือปัญหาเศรษฐกิจที่ยังขยายตัวไม่มากนัก และยังมาเกิดความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ ที่ก่อให้เกิดวิกฤตราคาพลังงานเข้ามาซ้ำเติมอีก จึงต้องปรับทัพการทำงานภายในกระทรวงพาณิชย์ใหม่ โดยเฉพาะเรื่องราคาสินค้าและค่าครองชีพ ได้เพิ่มผู้ตรวจราชการ พณ.เข้ามาช่วยเสริมการทำงานของกรมการค้าภายในให้มีความเข้มแข็งมากขึ้น"

นางศุภจีกล่าวว่า ได้เชิญผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในแต่ละเรื่องเข้ามาช่วยในการทำงาน โดยเรื่องภูมิรัฐศาสตร์ ที่จะกระทบต่อภาคการผลิตและการส่งออกของไทย ได้ตั้งทีมที่ปรึกษาเข้ามาเสริมทีมของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เช่น นักเศรษฐศาสตร์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะตลาดจีน อาเซียน อเมริกา และยุโรป เพื่อช่วยกันวางกลยุทธ์และตอบโจทย์ได้ตามสิ่งที่ต้องการ รวมทั้งใช้รูปแบบการทำงานแบบคลัสเตอร์ ประสานงานกับกระทรวงต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งภาคเอกชนทุกระดับ และเกษตรกร เพื่อแก้ปัญหาทั้งระบบ

 “ไม่ท้อแท้ที่จะทำงาน แต่กลับเป็นแรงผลักดันให้ทำงานมากขึ้น ซึ่งเข้าใจว่าช่วงปลายปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจไทยเริ่มดีขึ้นจากมาตรการ Quick Big Win ทำให้ประชาชนมีความหวังมากขึ้น แต่พอมาถึงไตรมาสแรกปีนี้ กลับมีวิกฤตตะวันออกกลางเข้ามาซ้ำเติม ความหวังประชาชนถูกกระทบจากปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ ความกังวลก็อาจจะกลายเป็นความโกรธ แต่รัฐบาลก็เข้าใจได้ และจะดูแลราคาสินค้าอุปโภคบริโภคให้ดีที่สุด ให้ประชาชนเชื่อมั่นรัฐบาลด้วย เราทำงานเต็มที่ ให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจดีที่สุด”

นางศุภจีกล่าวอีกว่า สำหรับสถานการณ์ราคาปุ๋ยเคมี ต้องมองใน 2 มิติ คือเรื่องราคาและความขาดแคลน ซึ่งถือเป็นความกังวลอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องดูแล โดยในส่วนของราคา ปุ๋ยเป็นสินค้าควบคุม ขณะนี้ยังไม่มีการขอปรับขึ้นราคา ซึ่งกรมการค้าภายในให้ข้อมูลว่า ปุ๋ยมีใช้เพียงพอถึงกลางเดือน พ.ค.2569 แต่สำหรับปุ๋ยล็อตใหม่ที่จะนำเข้ามาจากมาเลเซียและบรูไน ต้องยอมรับว่ามีต้นทุนนำเข้าสูงขึ้น และจะต้องปรับราคาใหม่ ส่วนปุ๋ยที่ต้องนำเข้าจากตะวันออกกลาง ที่เตรียมเดินทางโดยเรือ 5 ลำ และยังนำเข้ามาไม่ได้ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯ และ รมว.การต่างประเทศ ได้เดินทางไปโอมาน เพื่อเจรจาขอเปิดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซแล้ว แต่คงยาก เพราะมีปัจจัยของสหรัฐเพิ่มเติม ขณะเดียวกัน นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้เจรจาซื้อปุ๋ยจากรัสเซียอีกทางหนึ่ง เมื่อเริ่มมีวัตถุดิบใหม่นำเข้ามา พณ.จะต้องพิจารณาราคา

ส่วนสินค้าที่ยื่นเรื่องต่อกรมการค้าภายในเพื่อขอปรับขึ้นราคา ทั้งน้ำมันปาล์มบรรจุขวด แชมพู และสบู่ ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณา ยังไม่ได้อนุญาตให้ปรับขึ้นราคา โดยในส่วนของน้ำมันปาล์ม มีผู้ประกอบการ 4 ราย ยื่นปรับราคาเข้ามา เบื้องต้นอาจต้องเชิญผู้ประกอบการมาหารือก่อน โดยจะขอความร่วมมือให้ทยอยปรับขึ้นราคา และไม่ให้ของขาดตลาด ส่วนแชมพู และสบู่ ยังอยู่ระหว่างการขอข้อมูล ซึ่งตามขั้นตอนจะใช้เวลาพิจารณาภายใน 15 วัน

"ยอมรับว่าสินค้าจะเริ่มแพงขึ้น เพราะต้องดูต้นทุนวัตถุดิบใหม่ที่เข้ามา ส่วนการดูแลเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ต้องติดตามตัวเลขเดือน เม.ย.2569 เพราะได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานสูงขึ้นตลอดทั้งเดือน และมีผลทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้น จากเดือน มี.ค.2569 ที่ยังติดลบอยู่" นางศุภจีกล่าว

ชงมาตรการเข้า ครม.

รองนายกฯ และ รมว.พาณิย์กล่าวถึงการประชุม ครม.ในวันที่ 21 เม.ย.นี้ จะมีมาตรการเด่นอะไรออกมาหรือไม่ ว่ามาตรการของกระทรวงพาณิชย์เรื่องแรก คือการดูแลค่าครองชีพประชาชน ซึ่งสิ่งที่เราพยายามอยู่คือเรื่องของสินค้าควบคุม สินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น ถ้ามีการขยับตัวของราคาก็ต้องเข้าไปควบคุมดูแล ให้เป็นไปตามกลไกที่เป็น กับประชาชนและผู้ประกอบการ รวมถึงโครงการไทยช่วยไทย ที่นำสินค้าราคาประหยัดมาขายให้กับประชาชน  ขณะเดียวกันได้มีการขยับนำเอสเอ็มอีเข้ามาอยู่ในแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อเป็นการส่งเสริมศักยภาพ ส่วนเรื่องการส่งออกไปยังตะวันออกกลาง เรามีการส่งออกไป 20 เปอร์เซ็นต์ แต่ตอนนี้มีการชะงัก เพราะเราส่งไปยาก ในบางพื้นที่ก็ต้องหาตลาดเพิ่มเติม แต่ยังคงพยายามอย่างยิ่ง เพื่อยังคงรายได้ของประเทศในช่วงวิกฤตแบบนี้

นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม กล่าวก่อนเข้าร่วมการประชุมกับนางศุภจี ถึงแนวทางการช่วยแบ่งเบาภาระของประชาชนในเรื่องบรรจุภัณฑ์ที่เป็นพลาสติกว่า จากนี้เราคาดเดาไม่ได้ว่าสถานการณ์ตะวันออกกลางจะพัฒนาไปในทิศทางขึ้นหรือลง ดังนั้นเพื่อความปลอดภัย  นางศุภจีจึงแสดงความเป็นห่วง และได้เชิญมาหารือว่าจะมีทางเลือกให้ผู้บริโภค โดยไม่เพิ่มภาระ เพราะในอนาคตข้างหน้าเม็ดพลาสติกจะมีปัญหาหายากเพิ่มมากขึ้น และมีราคาที่แพงขึ้น

ผู้สื่อข่าวถามว่า ตอนนี้สถานการณ์ต้องเฝ้าระวังเพราะผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกจะหมดใช่หรือไม่ นายวราวุธกล่าวว่า ยังมีอยู่ แต่ต้องปรับเปลี่ยนวิธีการ เราตอบไม่ได้ว่าที่เขาเจรจากันนั้นจะจบหรือไม่ ฉะนั้นเราไม่รู้ว่าซัพพลายของเม็ดพลาสติกจะเพิ่มขึ้นหรือลดลง เมื่อถามว่ามีการพิจารณาหาจากแหล่งอื่นหรือไม่ นายวราวุธกล่าวว่า วันนี้ต้องเข้าใจก่อนว่า ถึงแม้จะหาจากแหล่งทดแทนอื่น มันก็จะต้องแลกมาด้วยราคาที่แพงขึ้น

ขณะที่ น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลว่า  เข้าใจในความปราถนาดี แต่เชื่อว่ามีหลายเรื่องที่นายอภิสิทธิ์ยังไม่ทราบว่ารัฐบาลกำลังทำอยู่หรือได้ทำไปแล้ว และอีกมากที่กำลังต่อคิวเข้า ครม.พิจารณา ยกตัวอย่างเช่นที่นายอภิสิทธิ์บอกว่ารัฐบาลควรเร่งผลักดัน พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่าย เพื่อดึงงบจากโครงการที่มีความจำเป็นน้อยมาจัดระบบช่วยเหลือประชาชน ฟังผิวเผินอาจเหมือนทำได้ทันที แต่ในทางกระบวนการงบประมาณ มีความจำเป็นที่จะต้องให้ ครม.พิจารณางบประมาณแผ่นดินประจำปี 2570 เสียก่อน จึงจะนำเรื่องการโอนงบประมาณเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.ได้ รัฐบาลได้เร่งดำเนินการในเรื่องนี้อยู่ อีกทั้งยังตั้งเป้าให้สามารถใช้งบประมาณใหม่ได้ทัน 1 ต.ค.

"เรื่องแก้ปัญหาเงินเฟ้อจากต้นทุน จากนี้รัฐบาลจะทยอยออกมาตรการออกมา ขอให้ติดตาม อย่างวันนี้ก็เริ่มแล้วผลจากการประชุม ครม.ครั้งที่ 1 ในเรื่องของการเข้าพยุงภาคการขนส่งสาธารณะและรถบันทุกขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภค เพื่อลดค่าครองชีพประชาชน ในเบื้องต้นใช้งบกลาง สองพันกว่าล้านบาท ให้ผู้ประกอบการลงทะเบียนวันนี้วันแรก ดูแลทั้งรถมินิบัส แท็กซี่ ไรเดอร์ รถบรรทุก เป็นต้น ในภาพรวม เรามีมาตรการเฉพาะหน้า เฉพาะกลุ่ม และระยะยาว แต่หากนายอภิสิทธิ์จะไม่ชอบโครงการคนละครึ่ง ก็จะถือว่าเป็นอีกหนึ่งความเห็น” โฆษกรัฐบาลกล่าว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ใกล้บรรลุข้อตกลงสันติภาพ

การยุติสงครามมีความจริงจังมากขึ้น สหรัฐกำลังหารือเกี่ยวกับการเจรจาสันติภาพรอบที่สองกับอิหร่านในปากีสถาน

จีนขยับยุติสงคราม ผู้นำหลายชาติแห่ไปหารือสันติภาพ/ทรัมป์ยันเจรจาอีก

"ทรัมป์" ยืนยันการเจรจากับอิหร่านอาจกลับมาเริ่มต้นอีกครั้งในสัปดาห์นี้ ขณะที่อิสราเอลและเลบานอนตกลงที่จะเริ่มการเจรจาโดยตรง ส่งผลหุ้นดีดตัวขึ้นทันที ส่วนราคาน้ำมันดิบลดลงเนื่องจากคลายความกังวลกับสงคราม จับตาการทูต

5วันดับ191ศพ กางแผนรับมือ กลับเมืองกรุง

ศปภ.กางแผนรับมือคลื่น ปชช.แห่กลับเมืองกรุง คุมเข้มดื่มแล้วขับ จับจริง พร้อมเปิดช่องทางพิเศษบริหารความปลอดภัย ขณะที่ฉลองสงกรานต์ 5 วัน ตายพุ่ง 191 ศพ เมาขับเกือบทะลุ 4 พันคดี