'อนุทิน' ลั่นเชือดนอมินี 'พ่อทิพย์' แฉใช้เด็ก 3 ขวบถือหุ้นอำพรางธุรกิจ

นายกฯ และ รมว.มหาดไทย มอบนโยบายฝ่ายปกครองพื้นที่ภาคตะวันออก สั่งเข้มปราบนอมินี อาวุธปืนผิดกฎหมาย และธุรกิจผิดกฎหมาย พร้อมเผยพบขบวนการใช้ "พ่อทิพย์" อ้างเด็กแรกเกิดเป็นผู้ถือหุ้นอำพรางธุรกิจ เตรียมแถลงจับขบวนการขุดบิตคอยน์ลักลอบใช้ไฟฟ้า สร้างความเสียหายกว่า 2,000 ล้านบาท ย้ำไม่มีใครใช้ชื่อ "พี่หนู" วิ่งเต้นคดีได้ พร้อมเตือนขรก.อย่าให้การทุจริตกลายเป็น "ตราบาป" ติดตัวไปตลอดชีวิต

22 กรกฎาคม 2569 - ที่ห้องสัมมนาลอยฟ้า ฮอลล์ 1 สวนนงนุชพัทยา อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมมอบนโยบาย "การขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านความมั่นคงตามนโยบายรัฐบาลในพื้นที่จังหวัดชลบุรี" โดยมี พลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ผู้บริหารจังหวัด และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในพื้นที่ภาคตะวันออกเข้าร่วม

นายอนุทินกล่าวเน้นย้ำถึงการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการพกพาอาวุธปืน โดยระบุว่า ประชาชนทั่วไป รวมถึงอดีตข้าราชการหรือผู้มีชื่อเสียง หากไม่มีสิทธิตามกฎหมาย ไม่สามารถพกพาอาวุธปืนได้ พร้อมระบุว่าใบอนุญาตพกพาอาวุธปืนที่ออกก่อนหน้านี้ได้ทยอยหมดอายุแล้ว ผู้ที่ยังพกพาอาวุธปืนโดยไม่มีสิทธิถือว่ามีความผิด และขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีอย่างจริงจัง

นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงปัญหาการใช้คนไทยเป็นนอมินีถือครองธุรกิจแทนคนต่างชาติ โดยระบุว่า ปัจจุบันขบวนการมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบหลบเลี่ยงกฎหมายอย่างต่อเนื่อง จนเกิดรูปแบบที่เรียกว่า "พ่อทิพย์" ซึ่งเป็นการอ้างเด็กแรกเกิดหรือเด็กเล็กเป็นผู้ถือหุ้นในนิติบุคคล แม้ยังไม่บรรลุนิติภาวะ แต่สามารถถือหุ้นได้ตามกฎหมาย หากเป็นการโอนหุ้นจากผู้ปกครอง

"คนที่คิดวิธีการเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นคนไทยที่มีความรู้ด้านกฎหมาย นำช่องว่างของกฎหมายมาพลิกแพลงเพื่อเอื้อประโยชน์ให้คนต่างชาติ ซึ่งถือเป็นการทำลายผลประโยชน์ของประเทศ และต้องถูกดำเนินการอย่างจริงจัง" นายอนุทินกล่าว

นายกรัฐมนตรีเปิดเผยด้วยว่า ภายใน 2 วัน จะมีการแถลงผลจับกุมขบวนการลักลอบดำเนินธุรกิจขุดบิตคอยน์ ซึ่งมีการลักลอบใช้กระแสไฟฟ้าโดยผิดกฎหมาย สร้างความเสียหายให้รัฐกว่า 2,000 ล้านบาท พร้อมระบุว่า การขุดคริปโทเคอร์เรนซีใช้พลังงานไฟฟ้าปริมาณมหาศาล และเชื่อว่ากว่า 90% ของผู้ลักลอบดำเนินการมีพฤติกรรมขโมยใช้ไฟฟ้า

"หากพบการลักลอบขุดบิตคอยน์ในทาวน์เฮาส์ หมู่บ้าน หรืออาคารพาณิชย์ ต้องดำเนินการทันที เพราะไม่มีการอนุญาตให้ประกอบกิจการลักษณะนี้ และการลักลอบใช้ไฟฟ้าเป็นความผิดตามกฎหมาย" นายอนุทินกล่าว

นายอนุทินยังระบุว่า การปราบปรามอาชญากรรม การทุจริต และธุรกิจผิดกฎหมาย เป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะพื้นที่ภาคตะวันออกซึ่งเป็นฐานสำคัญของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

ช่วงท้าย นายกรัฐมนตรีฝากถึงข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐให้ยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริต และไม่ยอมให้มีการแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมยืนยันว่า จะไม่มีใครสามารถใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวหรืออ้างชื่อ "พี่หนู" เพื่อขอความช่วยเหลือในการแทรกแซงคดีหรือการบังคับใช้กฎหมายได้

"ถ้ามีใครบอกว่าโทรหาพี่หนูได้ ไม่มีครับ โอนสายเข้าบริการรับฝากหัวใจเลย ขอให้ทุกคนกล้าปฏิเสธ อย่าให้การกระทำที่ผิดกฎหมายกลายเป็นตราบาปติดตัวไปจนวันลอยอังคาร เพราะถ้าปล่อยให้เกิดขึ้น บ้านเมืองก็จะเสียหาย" นายอนุทินกล่าว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯ ยันไร้ปัญหาน้ำมันขาดแคลน สต็อกในประเทศล้นจนต้องอนุมัติส่งออก

นายกฯอนุทิน แจงสถานการณ์พลังงาน ไร้ปัญหาน้ำมันขาดแคลน สต็อกในประเทศล้นจนต้องอนุมัติส่งออก ชี้ผลกระทบมีเพียงเรื่องราคาผันผวนตามตลาดโลก พร้อมเดินหน้านโยบายเปลี่ยนผ่านพลังงาน หนุนหันพึ่งไฟฟ้า-โซลาร์รูฟท็อป 

'อนุทิน' ล้อมวงโอเลี้ยง! เชิญบิ๊กข้าราชการกินมื้อเช้าตึกไทยคู่ฟ้า

นายกฯ เชิญผู้บริหารหน่วยงานสำคัญร่วมรับประทานอาหารเช้าบนตึกไทยคู่ฟ้า หลังเสร็จพิธีทำบุญที่สนามหลวง พูดคุยติดตามความคืบหน้างานแต่ละหน่วยงาน

ดร.ณัฏฐ์ ชี้ช่อง 'กล้าธรรม' ย้ายซบภูมิใจไทย วัดใจ 'ธรรมนัส' ยอมเลิกพรรคหรือไม่

'ดร.ณัฏฐ์' ชี้แม้กฎหมายห้ามควบรวมพรรคระหว่างอายุสภา แต่ยังมีช่องทางให้ สส.กล้าธรรมย้ายเข้าสังกัดภูมิใจไทย ทั้งการเลิกพรรคตามข้อบังคับ หรือใช้มติขับ สส.ออกจ

'อนุทิน' มั่นใจจีดีพีโตเกิน 2.1% โชว์ลงทุน-ส่งออกพุ่ง น้ำมันล้นสต็อกจนต้องส่งออก

นายกฯ มั่นใจเศรษฐกิจไทยปีนี้โตเกิน 2.1% หลังพบตัวเลขลงทุนต่างชาติ ส่งออก จ้างงาน และจัดเก็บภาษีดีขึ้น

นายกฯนำทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต 'พระพันปีหลวง'

นายกรัฐมนตรีเป็นประธานพิธีสวดพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตร ณ ท้องสนามหลวง เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง 24 ตุลาคม 2569 พร้อมประธานรัฐสภา ประธานศาลฎีกา ประธานวุฒิสภา และประธานองค์กรอิสระ ร่วมพิธีถวายพระราชกุศล